วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสนอจ้างชาวนาเลิกปลูกข้าว

นายเริงชัย หงส์จำรัสศิลป์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ โรดแม็ปเพื่อการพัฒนาการเกษตรและแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน : กรณีอนาคตข้าวไทย เพื่อเสนอต่อคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า เมื่อโครงการรับจำนำข้าวสิ้นสุดลงในปีนี้ จึงมั่นใจว่าไทยจะสามารถชิงแชมป์โลกการส่งออกข้าวกลับคืนมาได้ “สมาคมฯ ได้ปรับเป้าการส่งออกข้าวไทยตลอดปีจากเดิม 7 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเป็น 9 ล้านตัน ซึ่งส่วนตัวมองว่าอาจจะพุ่งไปถึง 9.5 ล้านตันได้ เทียบกับปีก่อนที่ส่งออกได้รวม 7.05 ล้านตัน โดยจุดเปลี่ยนสำคัญของการส่งออกข้าวปีนี้ คือ ไทยจะกลับมาส่งออกข้าวนึ่งปีละประมาณ 3 ล้านตันได้อีกครั้งหนึ่ง จากช่วงก่อนหน้านี้ที่ข้าวเปลือกเข้าโครงการรับจำนำไปหมด จนเอกชนไม่มีข้าวเปลือกในมือ เอามาทำข้าวนึ่งส่งออก ซึ่งการช่วยกันให้ไทยเป็นแชมป์โลกส่งออกอีกครั้งในปีนี้ ต้องหยุดคิดเรื่องข้าวในสต๊อกของรัฐไว้ก่อน เพราะทำให้การตลาดมีปัญหามาก ลูกค้ามองว่าเป็นข้าวเก่าจึงไม่กล้าให้ราคาสูง และไม่กล้าสั่งซื้อครั้งละมากๆ”

นายอนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คาดว่าในวันที่ 30 มิ.ย. หรือวันที่ 1 ก.ค.นี้ สมาคมฯจะรวบรวมข้อเสนอจากสมาคมต่างๆของชาวนา และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยส่งให้ คสช. เพื่อพิจารณา ซึ่งจะมีข้อเสนอของสมาคมฯ ที่ขอให้พิจารณานโยบายการจ้างชาวนาเลิกปลูกข้าวนาปรัง 1 ฤดูกาลด้วย โดยจ่ายชดเชยให้ชาวนาไร่ละ 2,000 บาท ในพื้นที่นาปรังทั่วประเทศประมาณ 14 ล้านไร่ ใช้เงินรวมประมาณ 28,000 ล้านบาท ซึ่งจะลดปริมาณข้าวไทยที่จะออกสู่ตลาดได้ประมาณ 10 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 5.5 ล้านตันข้าวสาร และจะช่วยให้ราคาข้าวไทยปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งช่วยให้รัฐระบายข้าวในสต๊อกได้ดีขึ้น

“การจ้างชาวนาเลิกปลูกข้าว เพื่อลดปริมาณผลผลิตทั้งระบบ พยุงราคาข้าวให้ดีขึ้น ดำเนินการมาแล้วในประเทศแถบยุโรป สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และไต้หวัน ซึ่งจะใช้มาตรการนี้ ในช่วงที่ผลผลิตพืชบางชนิดออกมามากเกินความต้องการของตลาดทำให้ราคาตกต่ำ เกษตรกรขาดทุน รัฐบาลต้องใช้เงินอุดหนุนจำนวนมากซึ่งในกรณีของไทยถือว่าคุ้มค่า หากใช้เงินจ้างชาวนางดปลูกนาปรัง 28,000 ล้านบาท เทียบกับโครงการรับจำนำข้าวที่ใช้เงินไปแล้วรวมประมาณ 718,790 ล้านบาท และยังบิดเบือนกลไกตลาดข้าวไทยอย่างรุนแรงอีกด้วย”.