วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รีบบีบแชร์อำนาจเลย

ตามฟอร์มพี่ใหญ่โลกเสรีประชาธิปไตย

ล่าสุด รายงานของสำนักข่าวเอพีระบุว่า นายสก๊อต มาร์เซียล เจ้าหน้าที่ทูตระดับสูงของสหรัฐอเมริกาประจำภูมิภาคเอเชีย ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์การเมืองไทยในฐานะเป็นพันธมิตรเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ต่อคณะอนุกรรมการสภาผู้แทนราษฎรประจำสภาคองเกรส
โดยชี้ว่า คสช.น่าจะเข้าควบคุมสถานการณ์ในเมืองไทยนานกว่าคณะปฏิวัติรัฐประหารชุดก่อน

พร้อมทั้งทิ้งทุ่นตบท้าย สหรัฐฯไม่เชื่อว่าการสมานฉันท์ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้จากการใช้อำนาจทางทหาร ความแตกแยกที่ฝังรากลึกของสังคมไทย จะแก้ไขได้จากกระบวนการทางประชาธิปไตยเท่านั้น

ปิดกล่องฟันธงบทสรุปกันแล้วตั้งแต่ต้น

สะท้อนพื้นฐานกระบวนความคิดของประเทศต้นแบบประชาธิปไตยอย่างสหรัฐฯที่ยึดถือฟอร์มมาตรฐานประชาธิปไตยผ่านระบบการเลือกตั้งเท่านั้น

มันจึงเป็นอะไรที่เคลียร์ยาก ลำบากที่จะอธิบาย “เหตุเกิดที่เมืองไทย”

เรื่องของเรื่อง สิ่งต่างๆที่ดำเนินการโดยทหาร ต่อให้โดนใจชาวบ้าน ได้กระแสความนิยมจากประชาชนคนไทย อ้างอิงบรรยากาศ

ประชาธิปไตย บริหารแบบรัฐบาลพลเรือนยังไง

ฝรั่งก็มองเป็นแค่การ “ตบตา” พรางอำนาจเผด็จการ

อย่างไรก็ตาม กับประโยคเข้มๆ เน้นน้ำเสียงหนักแน่นที่ออกมาจากปากของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯและ รมว.คลัง พูดดังๆบนเวทีปาฐกถาพิเศษ “ภาคเอกชนกับอนาคตประเทศไทย”

“สิ่งสำคัญคือต้องปฏิรูปการเมือง เพราะในอดีตที่ผ่านมาการเมืองมันเลว การเมืองมันสกปรก ประเทศจึงเป็นแบบนี้”

นี่ต่างหาก ถ้าฝรั่งต่างชาติจะเงี่ยหูฟังข้อมูลอีกด้าน

ตามสถานะของ “เทคโนแครต” คนดัง ที่เคยเข้าไปสัมผัสวิถีการเมือง ชื่อของ “สมคิด” คือรัฐมนตรีคนสำคัญที่ร่วมอยู่ในยุครุ่งเรืองของอดีตรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

สัมผัสมาเองด้วยประสบการณ์ตรง

และวันนี้นายสมคิดได้รับแต่งตั้งให้เป็นกุนซือ คสช.ที่มีหน้าที่หลักในการดีลกับต่างประเทศ

โดยรูปการณ์มันจึงน่าจะมีน้ำหนัก ในจังหวะที่ คสช.กำลังโดนกดดันจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐอเมริกาแสดงปฏิกิริยาต่อต้านการรัฐประหารในประเทศไทย

จี้ให้คืนสู่ความเป็นประชาธิปไตย เลือกตั้งโดยเร็ว

การยืนยันจากปากของนายสมคิด คงช่วยให้ต่างชาติได้เข้าใจบริบทประชาธิปไตยแบบไทยๆ ย้ำกระแสในประเทศส่วนใหญ่ตอบรับการเว้นวรรคเลือกตั้งเพื่อปฏิรูปประเทศ

และถึงตอนนี้ก็ต้องขยับออกมาช่วยเคลียร์กระแสกันแล้ว

ล่าสุดก็เป็นคิวของนายณรงค์ชัย อัครเศรณี ที่ปรึกษา คสช. ออกมาเปิดยุทธศาสตร์ โดยจะเน้นทำความเข้าใจกับนานาประเทศว่า ไทยเริ่มจะปรับตัวให้เป็นระบบสากล

และจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคง โดยสามารถเชื้อเชิญให้ต่างชาติเข้ามาทำการค้า การลงทุน เพราะเรามีการค้าอยู่ในอันดับต้นๆจากการที่ส่งออกแต่ละปีมีมูลค่าเกิน 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

หากสามารถจัดระบบอำนวยความสะดวก และป้องกันพร้อมดูแลไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ ป้องกันการทุจริต ก็น่าจะทำให้ไทยกลับมาดีขึ้นได้ในอนาคต

ทีมกุนซือสายพลเรือนต้องออกมาช่วยกันการันตี

กระตุกอารมณ์ฝรั่งที่ตั้งแง่ต่อต้านอำนาจ คสช.

แต่ที่ไม่แน่ใจว่า จะโยงกับสถานการณ์ต่างชาติตั้งแง่รังเกียจทหารหรือไม่ กับคิวที่นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ ที่ “นิด้าโพล” ชี้ว่าเหมาะนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี มาเป็นอันดับสองแบบห่างสุดกู่จาก พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาแนะเลยว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้า ให้ คสช.ปรับโครงสร้างการปกครอง

เพื่อไม่ให้เกิดการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จ ควรนำบุคคลที่ไม่ใช่พรรคพวกตัวเองเข้ามาร่วมบริหารประเทศ การแบ่งอำนาจเช่นนี้จะทำให้เกิดความโปร่งใส ไม่เกิดปัญหา

พูดง่ายๆ ยุให้ทหารรีบแชร์อำนาจนั่นแหละ.

ทีมข่าวการเมือง

26 มิ.ย. 2557 00:25 ไทยรัฐ