วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซัวเรซ...ฉาวอีกแว้วว!

โดย

กลายเป็นข่าวใหญ่ลือลั่น สนั่นโลกอีกจนได้สำหรับ หลุยส์ ซัวเรซ ศูนย์หน้าคนดังของทีมชาติอุรุกวัย และนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมาในนามของทีมลิเวอร์พูล

เหตุเพราะไประเบิดอารมณ์ระหว่างการแข่งขันนัดส่งท้ายรอบแรก เพื่อชี้ชะตาว่าจะอยู่หรือไปในกลุ่มดีกับทีมมะกะโรนี “อิตาลี” เข้าให้น่ะซีครับ

พ่อ หลุยส์ ซัวเรซ ของเรา สวมวิญญาณจอมกัดอีกครั้ง กระโดดเข้า “กัด” หรือ “งับ” หัวไหล่ของ จอร์โจ คิเอลลินี กองหลังอัซซูรี เข้าให้อย่างจั๋งหนับ บุเรงนอง ในนาทีที่ 79

ส่งผลให้ คิเอลลินี วิ่งไปฟ้องผู้ตัดสิน มาร์โก โรดริเกซ จากแดนจังโก้ พร้อมกับโชว์ไหล่ที่มีรอยเขี้ยวเป็นจ้ำ เห็นได้จะจะ

ทว่า มาร์โก โรดริเกซ แกไม่สน เป่านกหวีดให้เล่นต่อ จนอีก 2 นาทีต่อมา ดิเอโก โกดิน ก็โหม่งลูกทำประตูชัยให้จอมโหดอุรุกวัยชนะไป 1-0

ได้เข้ารอบ 16 ทีม ไปอย่างพลิกความคาดหมาย พร้อมทั้งเขี่ยทีมมะกะโรนี หนึ่งในมหาอำนาจ

ลูกหนังยุโรป ตกรอบไปอีกหนึ่งทีม

แต่เพียงไม่กี่วินาที หลังจากที่บรรดานักเตะอุรุกวัยแสดงความดีใจกันอย่างสุดๆนั้นเอง...ทีวี ทั้งที่บราซิล และที่ถ่ายทอดไปทั่วโลกก็นำเทปช่วง หลุยส์ ซัวเรซ มีเรื่องกับ จอร์โจ คิเอลลินี มาฉายแล้วฉายอีก...อีกครั้ง

มีทั้งฉายสปีดธรรมดาและสปีดสโลว์โมชั่น ให้ดูอย่างจะจะ ก็เลยเห็นถนัดชัดแจ้งไปทั้งโลกว่า หลุยส์ ซัวเรซ งับกองหลังอิตาลีเข้าจริงๆ
เท่านั้นเอง เสียงวิจารณ์ก็ดังกระหึ่มขึ้นทันที จากสำนักข่าวต่างๆ

มีการสัมภาษณ์รายตัวนักเตะเก่าๆ ที่มาทำหน้าที่วิเคราะห์เกมให้แก่สื่อหลายๆแขนง ไล่ตั้งแต่ อลัน เชียเรอร์, แกรี ลินีเกอร์, รอบบี้ ซาเวจ อดีตทีมชาติเวลส์ ฯลฯ

ต่างมีความเห็นเหมือนกันหมดว่า แบบนี้ต้อง “แบน” สถานเดียว และฟีฟ่าจะต้องลงโทษซัวเรซ อย่างหนักที่สุด

เพราะเป็นเรื่องน่าอับอาย, โหดร้าย, อัปยศ แถมยังเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เขาทำเช่นนี้ ตั้งแต่ไล่งับ ออตมัน บัคคาล นักเตะพีเอสวี ไอนด์โฮเฟน

เมื่อครั้งซัวเรซยังเล่นให้กับทีมอาแจกซ์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2010 ถูกแบนไป 7 แมตช์

และครั้งที่ 2 เมื่อเดือนเมษายน 2013 ก็ไล่งับ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังเชลซี จนถูกแบนไป 10 เกม

ยังมีครั้งที่ 3 อีกจนได้ แถมเป็นครั้งที่ 3 ในการแข่งขันฟุตบอลโลกด้วย จะไม่ให้ลงโทษหนักที่สุดได้อย่างไร? อลัน เชียเรอร์ ได้ทีขย่มซํ้า

แรกๆทางแคมป์อุรุกวัยดูเหมือนจะช่วยกันปฏิเสธ โดยเฉพาะยอดกุนซือ ออสการ์ ทาบาเรซ ไม่ยอมออกความเห็นเมื่อโดนนักข่าวถาม...บอกว่าต้องขอดูภาพหรือวีดิโอก่อน

นักเตะหลายคนของทีมจอมโหดอย่างเช่น กัปตัน ดีเอโก ลูกาโน ก็ช่วยปฏิเสธ โดยบอกไม่มีใครเห็น คุณเห็นหรือ? อย่าไปเชื่อพวกสื่ออังกฤษเลย พวกนั้นไม่ชอบซัวเรซ คุณก็รู้!

แต่ล่าสุดเห็นทีซัวเรซจะรอดยากเสียแล้ว เพราะฟีฟ่ายืนยันแล้วว่าจะดำเนินการสอบสวน โดยมอบให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการวินัย และรอให้คณะผู้ตัดสินที่ลงทำหน้าที่ในวันเกิดเหตุรายงานมาอย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง

บอกแล้วไงครับว่าบอลโลกน่ะเหมือนละครโรงใหญ่หรือหนังใหญ่เรื่องยาว ที่มีรสชาติครบครันทุกรส

เหตุการณ์ของซัวเรซคราวนี้จะถือว่าตื่นเต้นสยองขวัญเหมือนดูหนังเรื่อง แดร็กคูลา ก็เห็นจะได้กระมัง!

ซัวเรซจะได้ชื่อว่าเป็นแดร็กคูลาหรือไม่เดี๋ยวก็รู้...แต่ที่เป็นเรื่องบังเอิญและชวนฮาอย่างคาดไม่ถึง ก็เห็นจะเป็นสิงห์เชิ้ตดำ มาร์โก โรดริเกซ

จากแดนจังโก้ คนเป่านกหวีดประจำเกมนี้นั่นแหละ

สำนักข่าวบีบีซีบอกว่า แกมีฉายาว่า “แดร็กคูลา” พอดีเลยครับ...ไม่ทราบว่าจะเคยกัดใคร หรือดูดเลือดใครมาบ้างแล้วหรืออย่างไร?
ก่อนจบรายงานข่าวสยองขวัญข่าวนี้ เรามาทบทวนผลการแข่งขันประจำวันอังคารที่ 24 มิ.ย. กันอีกนิด

นอกจากคู่ อุรุกวัย ชนะ อิตาลี แล้ว ในกลุ่มดีด้วยกันอีกคู่ คอสตาริกา เสมอ อังกฤษ 0-0 เป็นอันว่า คอสตาริกาเข้ารอบเป็นที่ 1 และ อุรุกวัย เข้าเป็นที่ 2 โดย อิตาลี กับ อังกฤษ จูงมือกันกลับยุโรป

ส่วนกลุ่มซีนั้น โคลอมเบีย ถล่ม ญี่ปุ่น เละ 4-1 และ กรีซ ก็ดราม่าเชือด ไอวอรีโคสต์ ในนาทีทดเจ็บไป 2-1

ส่งผลให้ โคลอมเบีย เข้ารอบเป็นที่ 1 กรีซ

ที่ 2 ในกลุ่มนี้ โดย ไอวอรีโคสต์ กับ ญี่ปุ่น ต่างซาโยนาระไปด้วยกัน

ทำให้เส้นทางของ 2 กลุ่มบีและซีที่จะไปเจอกันในรอบหน้า (16 ทีม) อีก 2 คู่ จึงได้แก่ โคลอมเบีย เจอ อุรุกวัย และ คอสตาริกา เจอ กรีซ

สรุปแล้วแข่งจบไป 2 วัน 4 กลุ่ม มหาอำนาจ ลูกหนังจากยุโรปตกรอบแรกไปถึง 3 ทีม สเปน, อิตาลี, อังกฤษ...เฮ้อ! แล้วต่อไป 3 ลีกดังอย่างลาลีกา, กัลโช และพรีเมียร์ลีก จะยังมีคนตามดูไหมเนี่ย!

“จ่าแฉ่ง”

26 มิ.ย. 2557 00:19 ไทยรัฐ