วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โลกไม่ได้หมุนรอบสหรัฐฯ ยุโรป

ก็ต้องถือเป็น “เรื่องน่าแปลก” ที่จู่ๆ รัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปเพิ่งจะลุกขึ้นมา ตอบโต้การยึดอำนาจรัฐบาลพรรคเพื่อไทยของกองทัพไทย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากกองทัพไทยยึดอำนาจไปครบ 1 เดือนแล้ว

จะเป็นเพราะมี “ล็อบบี้ยิสต์” ไปล็อบบี้ให้เป็นอย่างนี้หรือไม่ ผมไม่อาจทราบได้

แต่ อาการเหมือนเพิ่งตื่นของยุโรป แล้วประกาศตอบโต้การยึดอำนาจของกองทัพไทยอย่างฉุกละหุก สั่งระงับการเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ไม่ลงนามกรอบความร่วมมือเป็นหุ้นส่วน จะทบทวนความสัมพันธ์ทางทหาร ทั้งๆที่กองทัพไทยยึดอำนาจไปเดือนกว่าแล้ว ทำให้พฤติกรรมของยุโรปครั้งนี้น่าสงสัย เพราะเหตุว่า “แสดงความรู้สึกต่อต้านการยึดอำนาจช้าเกินไป” จนไม่แน่ใจว่าทำเองหรือถูกล็อบบี้

แต่ไม่ว่ายุโรปจะตอบโต้ไทยด้วยเหตุผลอะไร ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ควรตั้งสติรับมือด้วยความรอบคอบและใจเย็น

ที่สำคัญต้องสั่งให้ กระทรวงการต่างประเทศ แสดงฝีมือการทูตและ “ลิ้นการทูต” อย่างสุดฝีมือ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับสหรัฐฯและยุโรปทุกรูปแบบ ให้เหมือนสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ที่ใช้ “ลิ้นการทูต” ทำให้ ประเทศไทยโดดเด่นบนเวทีโลกมาแล้ว

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ “ศักดิ์ศรีประเทศไทย” วันนี้เราไม่ใช่ “ลูกไล่”ของใครที่จะมาไล่บี้เล่นเอาง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา หรือ สหภาพยุโรป ก็ตาม

โลกวันนี้ สหรัฐฯ และ ยุโรป ไม่ได้ยิ่งใหญ่เป็น “เจ้าโลก” เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็น “ขาลง” ทั้งสองทวีป เมื่อสองวันก่อน ผมเพิ่งได้รับหนังสือจากสำนักพิมพ์วีเลิร์นเล่มหนึ่ง ชื่อดีมาก “เมื่อโลกไม่ได้หมุนรอบอเมริกา” ชื่อภาษาอังกฤษว่า The Post America World เป็นหนังสือขายดีระดับโลกเลยทีเดียว เขียนโดยคุณ Fareed Zakaria นักเขียนและพิธีกรข่าวชั้นแนวหน้าของสหรัฐฯ ซึ่งเขาได้ค้นพบความจริงอันน่าตื่นตะลึงว่า “โลกวันนี้กลายเป็น “โลกใหม่” ที่สหรัฐอเมริกากำลังกลายเป็นผู้ตามประเทศโลกที่สามไปแล้ว” ถือเป็นฝันร้ายครั้งใหญ่ของสหรัฐฯเลยทีเดียว

ผมจะยกตัวอย่างมาให้อ่านกันสักท่อนดูครับ

“มองไปรอบๆตัวคุณสิครับ ตึกที่สูงที่สุดในโลกอยู่ที่ดูไบ ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในโลกเป็นชาวเม็กซิกัน บริษัทมหาชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมาจากจีน เครื่องบินลำใหญ่ที่สุดในโลกผลิตในรัสเซีย โรงงานขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก็ล้วนอยู่ในจีนทั้งสิ้น เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์หลายอย่างแล้ว ตอนนี้ ฮ่องกงทัดเทียมกับลอนดอนและนิวยอร์ก ในฐานะศูนย์กลางการเงินของโลก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็เป็นที่ตั้งของกองทุนเพื่อการลงทุนที่ร่ำรวยที่สุด สิ่งที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของอเมริกาถูกแทนที่โดยประเทศอื่น ชิงช้าสวรรค์ใหญ่ที่สุดในโลกก็ตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ บ่อนกาสิโนอันดับหนึ่งก็อยู่ที่มาเก๊า ไม่ได้อยู่ที่ลาสเวกัส”

เอาแค่นี้เป็นตัวอย่างพอหอมปากหอมคอก็พอนะครับ

ทีนี้มาดู สหภาพยุโรป บ้าง วันนี้ต้องบอกว่า เศรษฐกิจยุโรปตกอยู่ในสภาพร่อแร่เต็มที ล่าสุด ผู้นำสหภาพยุโรป กำลังคิดจะนำ “ธุรกิจสีดำ” ทั้งหลาย เช่น การขายบริการทางเพศ การค้ายาเสพติด การค้าของเถื่อน ธุรกิจในเงามืด และ ธุรกิจใต้ดินทุกอย่าง มาคิดคำนวณเป็นรายได้ของประเทศ เพื่อสร้างตัวเลขจีดีพีให้สูงขึ้น หวังลดหนี้สาธารณะที่ท่วมหัวลง จะได้สามารถไปกู้เงินมาใช้ได้มากขึ้น

มันเหลือเชื่อที่ สหภาพยุโรป ที่เป็นชาติผู้นำโลกจะ “คิดสั้น” ได้อย่าง “สิ้นคิด” เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึง “มาตรฐานที่ตกต่ำสุดขีดของยุโรป” ยิ่งฟัง “เหตุผล” ที่ โฆษกสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือ ยูโรสเตท ยกขึ้นมาอ้างว่า “จีดีพีไม่ได้มีไว้คำนวณศีลธรรม” ก็ยิ่งเห็นความตกต่ำของยุโรปในวันนี้ได้เป็นอย่างดี

ความตกต่ำทางเศรษฐกิจ กำลังทำให้ยุโรปกลายเป็นประเทศที่ “ไร้มาตรฐาน ไร้ศีลธรรม ไร้คุณธรรม” ดังนั้น คสช.ไม่ต้องไปตกใจกับคำขู่ยุโรปและสหรัฐฯ เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยของเราไปเถอะ ดีขึ้นเมื่อไหร่ ทั้ง ยุโรป และ สหรัฐฯ ก็วิ่งมาหาเอง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”