วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประเทศชาติเข้มแข็ง

โดย

“เด็กไทย” มีความคิดสร้างสรรค์มีความสามารถที่จะแข่งขันได้ในระดับโลก...ขณะที่ชาติไทยก็มีภูมิปัญญาที่สั่งสม หล่อหลอม ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นกันมาเนิ่นนานนับเป็นพันปี

ปัญหามีว่า...จะทำอย่างไรให้เด็กไทยได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตนเองมาผนวกเข้ากับภูมิปัญญา และรังสรรค์สิ่งใหม่ๆขึ้นมาให้ได้?

กรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ต้องรับผิดชอบทั้งภูมิปัญญาและงานสร้างสรรค์ จึงหยิบเอาสองสิ่งนี้มาผนวกรวมกันในรูปแบบของ “โครงการประกวดออกแบบลายผ้าร่วมสมัยสู่สากล”...

กุลณี อิศดิศัย รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา บอกว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาตระหนักถึงความสำคัญในการนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนา...ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่สินค้า บริการของชุมชนในท้องถิ่น

“ความคิดสร้างสรรค์จะช่วยยกระดับให้ทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมีศักยภาพสามารถแข่งขันในระดับสากลได้อย่างทัดเทียมกัน”

กุลณี ย้ำว่า การส่งเสริมการพัฒนาการสร้างผลงานจากความคิดสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในหัวข้อสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ภายใต้การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์

“เศรษฐกิจสร้างสรรค์” หรือ “Creative Economy” ...คืออะไร จะช่วยให้ชีวิตคนไทยลืมตาอ้าปากได้แค่ไหน อย่างไร...ให้ดูประเทศเกาหลีเป็นตัวอย่าง

เกาหลีนำเอาศิลปวัฒนธรรม การแสดงมาเป็นตัวชูโรงสร้างสรรค์ เศรษฐกิจจนเกิดกระแสเกาหลีฟีเวอร์ไปทั่วโลก โดยเฉพาะคนไทยติดกันงอมแงม ไม่ว่าสินค้าเกาหลีที่ในอดีตเคยถูกมองแบบเหยียดๆว่าคุณภาพต่ำ ขายไม่ค่อยออก แต่พอเจอกระแสเกาหลีฟีเวอร์เมื่อหลายปีก่อนโดยเฉพาะช่วงอิทธิฤทธิ์ซีรีส์ดัง “แดจังกึม” เข้าไปเท่านั้น สินค้าเกาหลีก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แถมด้วยทัวร์ตามรอยซีรีส์ดังก็ฮอตฮิตไม่แพ้กัน

เรียกว่าอะไรๆที่เป็นเกาหลีก็ขายดิบขายดี ผู้คนให้ความสนใจไปหมด...แต่ความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้มาง่ายๆ หากแต่ประเทศเกาหลีใต้วางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์มานานแล้ว และคำว่า “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่บนโลกนี้ เกิดขึ้นและมีมานานกว่า 50 ปีแล้วเช่นกัน

ประเทศไทยตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (2555-2559) กำหนดทิศทางการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศบนฐานความรู้ที่เน้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ การสร้างนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์สินค้าและบริการ รวมถึงการพัฒนาปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เอื้อต่อการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจให้มีเอกลักษณ์...

ประเด็นสำคัญ ความคิดสร้างสรรค์สามารถสะท้อนถึงตัวตนของพื้นที่ดังกล่าวให้ดึงดูดการลงทุนเข้ามายังพื้นที่ หรือเพิ่มช่องทางการแสดงออกของผู้สร้างสรรค์ในสาขาต่างๆ

“กรมจึงให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถในการ สร้างสรรค์ผลงานให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ มีศักยภาพด้านการออกแบบ พัฒนาสินค้าโดยใช้ภูมิปัญญาของท้องถิ่นของตน ผนวกกับนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นใหม่...”

รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าจนเกิดภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างเสน่ห์ใหม่ให้กับการผลิตสินค้า เช่น ผ้าทอของแต่ละท้องถิ่น ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ การประยุกต์ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาไปพร้อมๆกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์

จึงเป็นที่มาของ... “โครงการออกแบบลายผ้าร่วมสมัยสู่สากล”

เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา อายุ 18-25 ปี ส่งผลงานสมัครเป็นทีม ทีมละ 2-4 คน วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความนิยม ความเชื่อมั่นในคุณภาพ รูปลักษณ์และเอกลักษณ์ของสินค้าผ้าทอจากภูมิปัญญาของคนไทย ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ

เพื่อให้มีการพัฒนาฝีมือในการผลิต การออกแบบผ้าทอที่มีความแตกต่าง มีความร่วมสมัย รักษาเสน่ห์อันเกิดจากภูมิปัญญาไทย สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริง อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการคนไทย กระตุ้นและสร้างความตื่นตัวในการผลิตผ้าทอ โดยคำนึงถึงกระแสการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นสิ่งแวดล้อมของโลก

นี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆที่จะเติมเต็มเป็นภาพใหญ่ที่ยั่งยืน มั่นคง เป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการส่งเสริมพัฒนาผ้าไทยไปสู่ตลาดโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า การส่งออก...

โดยการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกผ้าทอ นักออกแบบให้มีการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการใช้การออกแบบสร้างสรรค์พัฒนาบนพื้นฐานการต่อยอดภูมิปัญญาไทย

ลงลึกในรายละเอียด กุลณี อธิบายว่า นิสิต นักศึกษาเยาวชนที่สนใจสามารถส่งใบสมัคร ส่งผลงานการออกแบบลายผ้าเป็นภาพร่างด้วยมือ หรือคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งอธิบายแนวคิดของการออกแบบลวดลาย เพื่อให้คณะกรรมการทำการคัดเลือกเพื่อเข้าไปในรอบต่อไป

“ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทุกทีมจะได้เข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของลายผ้า ต่อจากนั้นคณะกรรมการตัดสินจะคัดเลือกทีมผู้สมัครเหลือ 20 ทีม โดยพิจารณาจากใบสมัครพร้อมภาพร่าง ความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงผลงานที่สร้างสรรค์ในระหว่างการอบรม”

สำหรับคณะกรรมการตัดสิน ล้วนเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นที่รู้จักในวงการออกแบบ แฟชั่น ดีไซเนอร์ อาทิ ณรงค์ เลิศกิตศิริ เจ้าของแบรนด์ PASAYA, ศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและผู้บริหารห้องเสื้อ THEATRE, อุทานพร พิธานสมบัติ บู๊ทซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ “จิม ทอมป์สัน”, สุทธิรัตน์ แก้วอาภรณ์ ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, แพรวา รุจิณรงค์ นักวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เมื่อผ่านรอบแรกแล้ว...รอบที่สองจะพาผู้ที่ผ่านการคัดเลือก 20 ทีมไปลงสถานที่จริงที่เกี่ยวเนื่องกับการทอผ้า ได้แก่ บ้านคำปุน ของอาจารย์มีชัย แต้สุจริยา ที่อุบลราชธานี เพื่อเก็บประสบการณ์จริง...

แล้วก็จะเข้าสู่การพิจารณาความคิดสร้างสรรค์ที่เพิ่มมากขึ้น สวยงามสอดคล้องกับภูมิปัญญาที่มีความชัดเจน และต่อยอดได้จริงสู่สากล

ในรอบ 10 ทีมสุดท้าย แต่ละทีมจะได้เงินสนับสนุนในการทอผ้าทีมละ 20,000 บาท โดยจะมีเวลาในการทอ 1 เดือน ผลงานที่ทอแล้วเสร็จจะ ต้องมีลวดลายโดดเด่น ประณีต สวยงาม เรียบร้อย มีความสวยงามวิจิตร บรรจง...แตกต่างจากภูมิปัญญาทั่วไป ที่สำคัญ...ผลงานผ้าทอที่ได้นั้นจะต้องมีความเป็นไปได้ในการนำไปต่อยอด หรือพัฒนาได้ในเชิงพาณิชย์

“เศรษฐกิจสร้างสรรค์” หรือ “Creative Economy” สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง...คนไทยใช้สมองไทยคิดสร้างสรรค์ พึ่งพาตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเทคโนโลยีใดจากต่างประเทศ คิดเอง...ทำเอง ใช้เงินลงทุนไม่มาก แต่เพิ่มมูลค่าได้มาก...ที่สำคัญไม่ต้องหวิวไหวไปกับกระแสโลก.

25 มิ.ย. 2557 10:14 ไทยรัฐ