วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหงาๆ เศร้าๆ

นักข่าวตะวันตกคนหนึ่งพูดกับผมว่า เดิมเข้าใจว่าไทยเป็นประเทศที่มีความพิเศษ ในเรื่องที่มีผู้คนมีเอกภาพมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่หลังจากที่ได้ประมวลเหตุการณ์ของการรัฐประหาร พ.ศ.2549 จนถึงรัฐประหาร พ.ศ.2557 ตนก็จึงถึงได้เข้าใจใหม่ว่า ไทยไม่ได้เป็นดังเช่นที่ตนและโลกเคยเข้าใจ ในเรื่องที่ว่า คนไทยมีเอกภาพ

ที่โลกกำลังสนใจมากที่สุดในขณะนี้ก็คือ คำพูดในเฟซบุ๊กของตัวละครชาวไทยทั้งหลาย ที่หลบลี้หนีภัยไปอยู่ต่างประเทศ ทั้งอังกฤษ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา กัมพูชา ฯลฯ แม้แต่ศาสตราจารย์ทางรัฐศาสตร์ระดับโลกหลายคน ตอนนี้ก็เริ่มขนตำราของเก่าที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับประเทศไทยไปเผาทิ้ง และกำลังเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจในเรื่องราวของแท้ของไทย เพื่อจะเอาไปใช้เป็นเนื้อหาสาระใหม่ลงในหนังสือที่มีชื่อว่า Thailand

Thailand วันนี้ ไม่ใช่ Thailand ที่โลกเคยรู้จัก ใครที่ตามการกระดิกพลิกตัวขององค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งหลาย ก็คงจะทราบนะครับ ว่าต่างก็ขุดเอาเรื่องแต่ก่อนง่อนชะไรของไทยไปวิเคราะห์กันใหม่ ว่าความเป็นไปของไทย 50 ปีที่ปรากฏต่อสื่อโลกนั้น เป็นความจริงหรือ?

ผมเขียนเปิดฟ้าส่องโลกฉบับวันนี้ ด้วยความเหงาเศร้าใจและเสียดายราชอาณาจักรไทยของเราเหลือเกินครับ แม้ว่าจะผ่านการปฏิวัติรัฐประหารมามากมายหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่อุบัติความหายนะให้กับประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราได้มากเท่านี้มาก่อน

อาจจะเป็นเพราะการปฏิวัติรัฐประหารครั้งก่อนๆ โลกยังไม่มีโซเชียลมีเดียที่ใช้โต้ตอบกับผู้คนที่กำลังนั่งทับอำนาจ การโต้ตอบกันคำต่อคำ ได้นำความซี้ดซ้าดจี๊ดจ๊าดให้กับฝ่ายประชาธิปไตยในโลก ผู้คนที่มีชื่อเสียงสากลต่างออกมาเปิดหน้าซัดกับฝ่ายอำนาจของไทย ก็ใครจะนึกละครับ ว่าแม้แต่ ดร.แอฟแรม โนม ชอมสกี ศาสตราจารย์ประจำคณะภาษาศาสตร์และปรัชญา สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตต์ (MIT) ก็ยังเขียนอีเมลให้กำลังใจส่งตรงถึงอาจารย์ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาว่าต้านคณะผู้บริหารปัจจุบันของไทย

รับใช้ไปเมื่อวันก่อน ว่าสถานการณ์ที่ไทยกำลังโดนเล่นอยู่ในตอนนี้ ถ้าเปรียบในช่วง 1 เดือนแรก เราโดนแรงกว่าที่พม่าหรืออิรักเคยโดน เพราะพวกนั้นโดนตะวันตกเล่นทีละเรื่อง ที่สำคัญก็คือ สมัยนั้น ยังไม่มีโซเชียลมีเดียที่ประชาชนคนทั่วไปใช้โต้ฝ่ายรัฐประหารกลับ

หรือแม้แต่โคไมนี ที่ถูกพระเจ้าชาร์สั่งให้ออกไปอยู่นอกอิหร่านนานถึง 15 ปี ก็ไม่มีเครื่องมืออะไรใช้โต้ตอบ นอกจากเขียนจดหมายแล้วถ่ายเอกสารไปให้ประชาชนคนอิหร่านอ่าน ที่ทรงพลังที่สุดของโคไมนีก็คือ การพูดใส่คาสเซต โดนเข้าไปไม่กี่เทป พระเจ้าชาร์และบรรดาราชวงศ์ก็ถึงกับถูกเปิดเผยเรื่องราวล่อนจ้อน ข้อมูล (จริง+เท็จ) ในเทปสองม้วนสุดท้าย มีผลให้พระเจ้าชาร์ทรงโงนเงน และบั้นปลายท้ายที่สุด ก็ต้องพากันเสด็จหนีตายออกไปนอกประเทศ

แต่สมัยนี้ มีไซเบอร์ ทุกอย่างพังเร็วกว่ายุคของโคไมนีมากนัก

สงครามไซเบอร์ครั้งนี้ คนไทยพังด้วยกันทุกฝ่าย หลายประเทศที่เป็นคู่แข่งของเรา อย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ หรือแม้แต่ประเทศที่เคยตามหลังเราอย่างลาว เขมร ญวน พม่า ขณะนี้ก็กำลังนั่งดูคนไทยทะเลาะกันด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง สิ่งที่เราน่าทำที่สุดก็คือ เอาบทความในสื่อทั่วโลกที่เขียนถึงเรามาอ่านกันทุกวัน จะได้รู้ว่าโลกมองเราแย่แค่ไหน อย่าคิดว่าจะมองยังไงก็เรื่องของเอ็ง ไม่เกี่ยวอะไรกะข้า ขอเรียนว่า เกี่ยวทุกเรื่องครับ โดยเฉพาะเรื่องปากท้องของประชาชน

หลายคนถามว่า อ้า แล้วจะแก้ไขยังไง

ผมตอบว่า ต้องปลดกระดุมที่ติดผิดซะตั้งแต่เม็ดแรกออก

และช่วยกันติดใหม่ให้ถูกต้อง

กระดุมเม็ดแรกไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหาร

แต่เป็นความยุติธรรม นิติรัฐ และนิติธรรม.

คุณนิติ นวรัตน์

25 มิ.ย. 2557 09:38