วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เหยื่อคุกกี้รัน โผล่อีก2ราย

เหยื่อคุกกี้รัน โผล่อีก2ราย

  • Share:

เพชรบุรีอ่วมแสนหกชาละวันอีกหมื่นแปด‘สุพรรณฯ’ไม่ต้องจ่าย

สาวใหญ่ชาวสุพรรณฯที่เจอดีลูกชายอายุ 12 ปีเล่นเกมฮิต “คุกกี้รัน” ถูกเรียกเก็บค่าบริการเป็นเงินกว่า 2 แสนบาทถึงกับเครียดหนัก โชคดีรอดตาย ทางผู้บริหารบริษัทเอไอเอส ยืนยันจะ ไม่เก็บเงินจากลูกค้า เพราะถือว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ เตรียมล้อมคอกจัดทำระบบพิเศษให้เจ้าของโทรศัพท์เป็นผู้กำหนดวงเงินด้วยตนเอง นอกเหนือจากที่ตกลงไว้สามารถเพิ่มหรือลดวงเงินได้ หากมีปัญหาสามารถติดต่อกับคอลเซ็นเตอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่เกม “คุกกี้รัน” พ่นพิษไม่หยุด ที่ จ.พิจิตร เด็กนักเรียนวัย 10 ขวบ ลูกชายหัวหน้า สนง.ปลัด อบต.โพทะเล โหลดเข้าไปเล่นเกม “คุกกี้รัน” ถูกเรียกเก็บค่าบริการร่วม 18,000 บาท แม่ถึงกับคอตกยอมรับสภาพหนี้แต่ขอจ่ายแบบผ่อนชำระ ส่วน จ.เพชรบุรี เด็กชายวัย 8 ขวบ เล่นเกม “คุกกี้รัน” โดนเรียกเก็บค่าบริการกว่า 1.6 แสนบาท แม่เห็นบิลถึงกับช็อก

จากกรณีนางอัมพร ชุ่มชื่นดี อายุ 48 ปี อาชีพทำนา อยู่บ้านเลขที่ 140/2 หมู่ 8 ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เข้าร้องเรียนหลังถูกเรียกเก็บค่าโทรศัพท์มือถือจากบริษัทเอไอเอส ในรอบเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเงินกว่า 2 แสนบาท หลังซื้อสมาร์ทโฟนให้ ด.ช.รัชวุฒิ ชุมชื่นดี อายุ 12 ปี ลูกชาย และนำไปโหลดแอพพลิเคชั่น “ไลน์” เข้าไปเล่นเกม “คุกกี้รัน” ซื้อเพชรกับสิ่งของในเกมอย่างต่อเนื่องโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เข้าใจว่าได้ฟรี กระทั่งมีบิลมาเรียกเก็บค่าบริการเป็นเงินก้อนโตทำให้นางอัมพรผู้เป็นมารดาถึงกับเครียดอย่างหนักเพราะไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าบริการให้กับ ทางบริษัทที่เรียกเก็บ

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. นางอัมพร ชุ่มชื่นดี อายุ 48 ปี พร้อม ด.ช.รัชวุฒิ ชุ่มชื่นดี อายุ 12 ปี ลูกชาย ที่เจอปัญหาถูกเรียกเก็บค่าบริการเป็นเงินจำนวนมหาศาลจากการเล่นเกมฮิต “คุกกี้รัน” ได้เดินทางมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวไทยรัฐทีวี พร้อมนายก่อกิจ ด่านชัย-วิจิตร รองเลขาธิการสายงานโทรคมนาคมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และนายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานตลาด บริษัทแอดวานซ์ไวร์เลสเน็ทเวอร์ค จำกัด หรือเอไอเอส ที่สถานีข่าวไทยรัฐทีวี ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. ในรายการ “รถปลดทุกข์” เพื่อเปิดเผยรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปแก้ปัญหา

นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานตลาด บริษัทเอไอเอส กล่าวว่า หลังจากการเปิดบริการรับชำระค่าสินค้าและบริการนี้ให้กับ GooglePlay Store โดยหักจากบิลค่าโทรศัพท์ของเอไอเอสดังกล่าวไป หากพบว่าลูกค้าบางรายมีค่าบริการสูงผิดปกติทางบริษัทจะปิดการให้บริการทันที และจะต้องตรวจสอบว่ามีการใช้บริการจริงหรือไม่ โดยจะตรวจสอบกับทางบริษัทต้นทางโดยบิลค่าใช้จ่ายจะออกให้ตามที่ลูกค้าใช้บริการ หลังจากที่ตรวจสอบมีลูกค้าหลายคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ในส่วนนี้ทางบริษัทจะตรวจสอบทันทีโดยจะไม่เก็บเงินจากผู้เสียหาย ในส่วนของกูเกิ้ล หรือเพลย์สโตร์ จะไปทำความตกลงในส่วนของตรงนั้นอีกครั้ง ในกรณีนี้เจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามติดต่อกับผู้เสียหายแต่ไม่สามารถติดต่อได้

“จากนี้ทางบริษัทจะทำระบบพิเศษขึ้นมา คือจะต้องจำกัดวงเงิน เพราะคิดว่าต้องทำให้เจ้าของโทรศัพท์เป็นผู้กำหนดวงเงินด้วยตนเอง นอกเหนือจากที่ตกลงไว้โดยจะสามารถเพิ่มหรือลดก็สามารถทำได้ด้วยตนเอง สิ่งสำคัญที่สุดคือในปัจจุบันโลกอินเตอร์เน็ตได้เติบโตขั้นมาก ยังเป็นกังวลว่าแหล่งที่มาต่างๆของข้อมูลข่าวสารในโลกอินเตอร์เน็ตเป็นจริงหรือเท็จก็ได้ จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก อนาคตทางเอไอเอสจะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยการสร้างระบบพิเศษเพื่อจำกัดวงเงินให้ความรู้กับลูกค้าอย่างเต็มที่เพื่อจะได้ศึกษาวิธีต่างๆอย่างถูกต้อง หากมีปัญหาก็สามารถติดต่อยังคอลเซ็นเตอร์ได้ตลอดเวลา” นายปรัธนากล่าว

ด้านนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการสายงานโทรคมนาคมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า หลังทราบเรื่องนี้ได้เรียกประชุมผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายมาหารือ ในข้อเท็จจริง อยากให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานให้มากยิ่งขึ้น ในกรณีนี้ไม่ใช่ความผิด เพราะมันเป็นแค่เกม และจะให้ผู้ประกอบการทุกค่ายสร้างเอสเอ็มเอสเพื่อเตือนการใช้งานโดยเฉพาะที่เป็นเด็กโดยหากเด็กสมัครเข้าไปซื้ออะไรก็จะมีเอสเอ็มเอสส่งไปยังเครื่องโทรศัพท์ของผู้ปกครองทันทีจะได้เป็นการป้องกันอีกทางหนึ่ง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการหารือกัน โดยในวันที่ 26 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ จะมีการเรียกประชุมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวเด็กเข้าไปเล่นเกม “คุกกี้รัน” ถูกเรียกเก็บค่าบริการเป็นเงินกว่า 2 แสนบาท ได้เชิญผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายมาหารือ และทาง กสทช. ได้สั่งการไปยังผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายให้รีบกำหนดวงเงินในการใช้บริการเพื่อไม่ให้ความเสียหายในลักษณะนี้ขึ้นอีก ขณะเดียวกันจะรีบทำหลักเกณฑ์เพื่อกำกับดูแลในเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมพิจารณาโดยเร็ว นอกจากนั้น กสทช.จะได้ประสานงานเชิญผู้เสียหายมาให้ข้อมูลเพื่อประกอบการดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

เลขาธิการ กสทช.กล่าวต่อว่า เกมออนไลน์ที่เล่นผ่านมือถือที่กำลังได้รับความนิยม ในเกมจะมีการให้บริการซื้อขายไอเท็มต่างๆ ที่ใช้ในเกม มีการขายเพชรเพื่อนำไปใช้สร้างสิ่งก่อสร้างในเกม ใช้ซื้อไอเท็มต่างๆ ในเกม “คุกกี้รัน” ซึ่งบางครั้งเด็ก และเยาวชนที่เล่นเกมพวกนี้อาจไม่เข้าใจว่ามันมีค่าใช้จ่าย จึงอยากให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง ช่วยกันกวดขันดูแลลูกหลานให้ระมัดระวังในการเล่นเกม หรือระมัด ระวังในการใช้บริการมือถือเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้นอีก

ด้านนายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเด็กเล่นเกม “คุกกี้รัน” แล้วถูกเรียกเก็บค่าบริการ เป็นเงินกว่า 2 แสนบาท โดยมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายของ สคบ. 2 กรณี คือ การโฆษณาของเกมดังกล่าว เข้าข่ายหลอกลวงจนทำให้เข้าใจผิดหรือไม่ เพราะเด็กให้ข้อมูลว่าได้ดูคลิปในเว็บไซต์หนึ่งที่ระบุว่าสามารถซื้อเพชรในเกมคุกกี้รันได้ฟรี โดยไม่ต้องเสียเงิน ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่าเป็นความจริงหรือไม่ และอีกกรณีคือ การทำสัญญากับทางบริษัทเจ้าของเกมนั้น มีข้อกำหนดให้ผู้เล่นเกมยินยอมรับเงื่อนไขของเกมอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีนี้ ผู้เยาว์เป็นผู้ทำสัญญายินยอมเอง โดยผู้ปกครองไม่ได้รับทราบ จะทำให้สัญญานั้นเป็นโมฆะหรือไม่ ขณะเดียว กันต้องดูด้วยว่าสัญญาดังกล่าวเป็นธรรมมากน้อยเพียงใด คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นผู้ปกครองที่เป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือ และเป็นผู้ที่เสียหาย ควรเข้ามาแจ้งเรื่องร้องทุกข์ที่ สคบ.ก่อน เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งเชิญผู้ร้องและผู้ถูกร้องมาหารือ เจรจาไกล่เกลี่ย ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ก็พร้อมฟ้องร้องแทนผู้บริโภค โดยขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วย และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นเดียวกันนี้ สคบ. เตรียมออกกฎกระทรวงกำหนดมาตรการคุ้มครองและป้องกันความเสียหายให้กับผู้บริโภค เช่น หากบริษัทเจ้าของเกมต่างๆ ที่เล่นผ่านโทรศัพท์มือถือ หากจะให้ผู้เล่นเกมสามารถเข้ามาเล่นได้ ต้องตรวจสอบว่าเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ถ้าหากเป็นเยาวชนต้องผ่านการยินยอมจากผู้ปกครองก่อน โดยบริษัทเจ้าของเกมต้องส่งข้อความยืนยันให้กับเจ้าของเครื่องรับทราบ เพราะเยาวชนยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หากไม่ควบคุม จะเกิดกรณีเดียวกันนี้ขึ้นอีก

นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ เปิดเผยกรณีเด็กเล่นเกม “คุกกี้รัน” ถูกเรียกเก็บค่าสินค้าและค่าใช้บริการเป็นเงินกว่า 2 แสนบาทว่า ทางสภาทนายความได้มอบหมายให้นายภัทราวุฒิ พันธ์รัศมี ประธานสภาทนายความ จ.สุพรรณบุรี ตรวจ สอบข้อเท็จจริง และรายละเอียดที่เกิดขึ้น เพื่อพิจารณา ดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน ที่ จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางธนวรรณ พัดนาก อายุ 38 ปีหัวหน้าสำนักงานปลัด อบต.โพทะเล จ.พิจิตร ว่าได้รับบิลโทรศัพท์จากบริษัทเอไอเอส ยอดเดือน พ.ค.57 เป็นเงิน 18,239.67 บาท ทั้งๆ ที่ใช้แพ็กเกจราคา 399 บาทต่อเดือน เมื่อสอบถามไปทางบริษัทแจ้งว่ามีการซื้อสินค้าและบริการจำนวน 17,816.88 บาท ซึ่งเป็นค่าบริการในการซื้อไอเทมเกม “คุกกี้รัน” ได้สอบถาม ด.ช.ธนชนก อายุ 10 ขวบ ลูกชายเรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง บอกว่าได้โหลดเล่นเกม “คุกกี้รัน” โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่างไรก็ตาม ตนเองพร้อมชำระหนี้แต่ต้องขอผ่อนชำระ จึงอยากฝากเตือนผู้ปกครองทั้งหลาย ควรหมั่นตรวจสอบการเล่นเกมของลูกหลาน เพราะมันทันสมัยเกินจนตามไม่ทัน

ขณะเดียวกัน ที่ จ.เพชรบุรี ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 3 ต.บ้านลาด อ.บ้านลาด พบ น.ส.สมถวิล เขียวสะอาด อายุ 35 ปี และ ด.ช.สุพัฒน์ หรือน้องป๋อ พูลพิพิธ อายุ 8 ขวบ ลูกชาย น.ส.สมถวิลเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 4 เดือนได้ซื้อโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนให้น้องป๋อลูกชายใช้และได้โหลดแอพพลิเคชั่นเกม “คุกกี้รัน” มาเล่นในช่วงแรกในเดือน มี.ค. และ เม.ย. ได้ชำระค่าใช้จ่ายตามปกติตกประมาณเดือนละ 400-600 บาท พอถึงรอบเดือน พ.ค. ทางบริษัทเอไอเอสได้มีบิลมาเรียกเก็บค่าบริการจำนวน 163,405.55 บาท รู้สึกตกใจแทบช็อก ตรวจสอบพบเป็นค่าใช้จ่ายจากการซื้อแอพพลิเคชั่นเกม “คุกกี้รัน” จึงโทรศัพท์ไปปรึกษากับบริษัทเอไอเอส ได้รับคำยืนยันว่าเรียกเก็บเงินจริง และต้องชำระ โดยให้ชำระงวดแรก 48,000 บาท ทำให้รู้สึกเครียด เพราะไม่รู้จะนำเงินที่ไหนมาจ่ายค่าบริการ ขณะนี้ได้ร่างหนังสือถึง กสทช.ให้ช่วยตรวจสอบแล้ว

ด้าน ด.ช.สุพัฒน์เปิดเผยว่า เล่นเกมคุกกี้รันมาหลายเดือนแล้ว ไม่เคยมีปัญหาอะไร และเริ่มซื้อเพชร และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในเกม “คุกกี้รัน” มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนึกว่าเป็นการเสียเงินในเกม ไม่คิดว่าจะต้องจ่ายเป็นเงินจริง “รู้สึกเสียใจที่เล่นเกมเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อน” น้องป๋อกล่าวทิ้งท้าย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้