วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยึดบทเรียนสำคัญสุด

นำเดี่ยว คะแนนโด่งมาคนเดียวเลย

ยืนยันด้วยตัวเลขจาก “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “คสช.ควรเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี”

ปรากฏอันดับหนึ่งร้อยละ 41.30 ฟันธงที่ชื่อ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทิ้งห่างอันดับสอง อันดับสาม แบบไม่เห็นฝุ่นถึง 5-6 เท่าตัว

โพลมาตรฐานยี่ห้อ “นิด้า” สะท้อนสังคมส่วนใหญ่มองไปในมุมเดียวกัน เอาเป็นว่าตามกระแสวันนี้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์

ไม่ใช่เรื่องเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมแล้ว

และล่าสุดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้มีการเผยแพร่คำสั่งประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่องให้นายทหารออกจากราชการ เนื่องจากครบกำหนดเกษียณอายุราชการตามวาระ

โดยมีชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.รวมอยู่ด้วย

และบัญชีเดียวกันยังมีชื่อของ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ก็ถึงกำหนดเกษียณราชการ ในเดือนกันยายน 2557 นี้เช่นกัน

ถือเป็นการประกาศตามระเบียบราชการตามปกติธรรมดา

แต่มันบังเอิญมาในจังหวะที่หลายฝ่ายรอลุ้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ

มีผลต่อเดิมพันเกมอำนาจในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

กับโจทย์ยากๆตามท้องเรื่องที่ประเมินได้ ในสูตรแรกถ้า “บิ๊กตู่” จะเกษียณอายุ ราชการตามวาระ เปลี่ยนเครื่องแบบทหารไปใส่สูทนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะนำทีม ครม.บริหารตามฟอร์มรัฐบาลพลเรือนทั่วไป

อีกด้านก็สลับฉากให้ “เต็งหนึ่ง” อย่าง “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. หรือไม่ก็ “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ที่จ่อรอคิวขึ้นมากุมบังเหียน “จ่าฝูง” กองทัพบกแทน

แต่แผนนี้ก็จะเสี่ยงกับการ “ขาลอย”

เพราะโดยสถานะนายกรัฐมนตรี แปรสภาพเป็นเบอร์หนึ่งของฝ่ายบริหาร พล.อ.ประยุทธ์ต้องหลุดจากอำนาจการคุมกองทัพไปโดยปริยาย

นั่นก็จะแปรผันตามกัน น้ำหนักคำพูดคำจาเบาลงไป

อีกสูตรที่จะออกได้ “บิ๊กตู่” เป็นหัวหน้า คสช.ต่อไป คุมดุลอำนาจทั้งกองทัพและรัฐบาล โดยให้คนอื่นนั่งเก้าอี้นายก รัฐมนตรี บริหารงานบ้านเมืองไป

แต่มุมนี้ปัญหาก็จะอยู่ตรงจุดที่การคุมเกมได้ไม่เต็มไม้เต็มมือ การประสานงานระหว่างหัวหน้า คสช.กับนายกรัฐมนตรีอาจมีจังหวะเหยียบตาปลาไปกันคนละทาง

พูดง่ายๆสั่งซ้ายหันขวาหันกันไม่ได้

และนั่นก็ทำให้ต้องคิดถึงสูตรสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจต่ออายุราชการในตำแหน่ง ผบ.ทบ.ต่อไป พร้อมๆกับควบเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
ล็อกความเบ็ดเสร็จไว้ที่ตัวเองเพื่อคล่องมือในการคุมเกมอำนาจพิเศษ

แน่นอน ว่ากันตามมุกนี้ก็จะเสี่ยงกับการเกิดคลื่นใต้น้ำจากขุนทหารรุ่นน้องที่ต่อแถวจ่อคิวขึ้นมาใหญ่ตามขั้นตอนปกติ เมื่อเก้าอี้ “จ่าฝูง” ไม่ขยับก็จะสะดุดหยุดอยู่กับที่กันหมด

ตามรูปการณ์ ทุกเงื่อนไข ออกตรงไหนก็มีทั้งด้านบวกด้านลบ

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ประวัติศาสตร์มีให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว กับคิวของ “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.ที่นำทีมเล่นเกมเสี่ยงในหมากอำนาจแบบหลวมๆ

แชร์อำนาจเร็วเกินไป

กลายเป็น “ปฏิวัติปราสาททราย” ทำเสียของ ตัวเองก็ “ขาลอย” จากเกมอำนาจ ต้องไปดิ้นรนตั้งพรรคการเมือง ลงสนามเลือกตั้งหาเกราะกำบังกาย

สุดท้ายตกเป็นแพะของสถานการณ์โทษฐานทำให้วิกฤติยิ่งเลวร้าย

อาสากวาดบ้านแล้วทำพลาด

และนั่นคือบทเรียนที่ “บิ๊กตู่” ได้ศึกษาและทำการบ้านมาอย่างดี ถึงตอนนี้จึงยังไม่แชร์อำนาจง่ายๆ

ในเมื่อสถานการณ์มันบังคับ คำว่า “เบ็ดเสร็จ” ถึงเอาอยู่.

ทีมข่าวการเมือง

24 มิ.ย. 2557 00:15 ไทยรัฐ