วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความแสบของ"ฝอยทอง"

โดย จ่าแฉ่ง

ผ่านไปเรียบร้อยโรงเรียนฟีฟ่าแล้วครับ สำหรับ 32 คู่แรกจาก 64 คู่ ที่เขาจัดเตะให้แฟนๆได้ดูชมในศึกฟุตบอลโลกบราซิล 2014 ครานี้

3 คู่สุดท้ายที่ทำให้ครบ 32 หรือครึ่งทางพอดิบพอดี เมื่อกลางดึกคืนวันอาทิตย์ (22 มิ.ย.) ต่อเช้าวันจันทร์ (23 มิ.ย.) มีทั้งแซ่บและไม่แซ่บ สลับกันไปเช่นเคย

จืดชืดที่สุดเห็นจะเป็นคู่แรกของคืน ระหว่างเบลเยียม กับ รัสเซีย นั่นแหละครับ... หลายๆสำนักข่าวยกเรตติ้งให้แค่ 2 ดาวเท่านั้น

โดยเฉพาะ เบลเยียม กลับไม่เยี่ยมอย่างที่แฟนๆคาดหวังไว้ อุตส่าห์ได้รับการวางตัวให้เป็นถึง “เต็ง 5” แต่เล่นอย่างฝืดๆทั้ง 2 ครั้ง 2 ครา

กว่าจะเอาชนะรัสเซียไปได้ 1-0 ต้องรอถึงนาทีที่ 88 ใกล้หมดเวลาอยู่รอมร่อ ด้วยฝีเท้าของ ดิว็อก โอริซี่ หรือ โอริจี้ กองหน้าตัวสำรองที่ลงมาเล่นแทน โรเมลู ลากากู ในนาทีที่ 57

ถึงขนาดที่ผู้สื่อข่าววิทยุบีบีซีบอกว่าเล่นแบบนี้แม้จะเข้ารอบได้ แต่ก็คง “ไปไม่ไกล” เท่าไรนัก

แต่กระนั้นก็คงต้องบันทึกไว้ให้เป็นเกียรติแก่เจ้าหนุ่มวัย 19 ปี ดิว็อก โอริจี้ ที่กลายเป็นนักเตะ อายุน้อยที่สุดของบอลโลกครั้งนี้ ที่สามารถทำประตูได้

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เมมฟิส เดอปาย ปีกซ้าย เนเธอร์แลนด์ ทำสถิติไว้ด้วยอายุ 20 ปี โดยยิงได้ในนัดชนะออสเตรเลีย 3 ประตูต่อ 2 ดังที่จ่าแฉ่งสรรเสริญให้ทราบกันไปแล้ว

ครองอยู่แป๊บเดียว ดิว็อก โอริจี้ ก็ลบสถิติลงได้ด้วยอายุ 19 ปี อย่างที่ว่า...ซึ่งก็คงจะเป็นสถิติเฉพาะบอลโลกคราวนี้เท่านั้น คงยากที่จะไปลบสถิติเก่าแก่ที่ เปเล่ ราชาลูกหนังทำไว้

ตอนที่ เปเล่ ลงเล่นบอลโลกรอบสุดท้ายที่สวีเดนเป็นเจ้าภาพในปี 1958 นั้น เขายิงประตูแรกได้ในนัดที่บราซิลเจอกับ เวลส์

ด้วยอายุ 17 ปี 239 วัน เท่านั้นเอง และยังถือว่า เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาตราบเท่าทุกวันนี้
ครับ! ก็ถือโอกาสหาเรื่องสนุกๆมาคุยเพื่อเสริมบรรยากาศสำหรับบอลคู่ไม่ค่อยสนุกเท่าไรนักไปพลาง

แต่ก็นั่นแหละ สนุกหรือไม่สนุก เบลเยียมก็เข้ารอบ 16 ทีมเรียบร้อย สำหรับกลุ่ม H แต่จะไปไกลหรือไม่ไกลอย่างที่บีบีซีปรามาสไว้หรือไม่...เดี๋ยวก็รู้ละครับ

อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน แอลจีเรีย ถล่ม เกาหลีใต้ไปถึง 4-2 ประตู รวมแล้ว 6 ประตู

ฟุตบอลที่มีการยิงประตูได้เยอะๆ เป็นฟุตบอลที่คนดูชื่นชอบ...แต่ก็น่าเสียดายที่ทีมที่โดนยิงเยอะกลายเป็นทีมเอเชียของเรา

ก็เลยนอนดูไป สงสารเกาหลีใต้ไป และไม่ค่อยชมชอบเท่าไรด้วยประการฉะนี้

โดยทฤษฎีแล้ว เกาหลีใต้ยังไม่หมดโอกาสเข้ารอบนะครับ เพียงแต่ค่อนข้างริบหรี่เท่านั้นแหละ

จ่าแฉ่งไม่มีเวลาและเนื้อที่พอที่จะคำนวณให้ท่านผู้อ่านเห็นได้ชัดเจนว่าเพราะอะไรเกาหลีใต้จึงยังมีโอกาส? รัสเซียยังมีโอกาส? และแอลจีเรียก็มีโอกาส? ในการตีตั๋วตามเบลเยียมสู่รอบสอง

ก็ขอเชิญท่านผู้อ่านหยิบตารางคะแนนและประตู ได้เสียของกลุ่ม H มาดู แล้วลองใช้วิชาคณิตศาสตร์บวกลบ และตั้งสมมติฐานโน่นนี่ไปพลางๆ...

เรียกว่ามาถึงช่วงนี้แล้ว จำเป็นต้องใช้วิชาคณิตศาสตร์มาช่วยเยอะครับ

เพราะหลายๆกลุ่มหลายคู่ เล่นกันได้สูสี จนถึงขั้นต้องดูลูกได้ลูกเสียว่าใครจะเข้ารอบกันบ้าง

อย่างเช่นอีกคู่ที่แข่งเป็นคู่ส่งท้ายและข้ามวันมาเป็นเช้าตรู่วันจันทร์ ระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ โปรตุเกส ของกลุ่มจี

สหรัฐฯอุตส่าห์ขึ้นนำ 2-1 ได้แล้วเชียว และก็รักษาสกอร์ไว้ได้อย่างแน่นเหนียวมาจนถึงช่วงเวลาทดเจ็บ 5 นาที ซึ่งผ่านไปแล้ว 4 นาทีเศษๆ

เห็นชัดๆว่า ลุงแซมกำลังจะได้ 6 แต้ม และ ฝอยทองกำลังจะแพ้เป็นครั้งที่ 2 พร้อมกับตกรอบ

แต่แล้วกลายเป็นฝอยทองทำประตูเสมอได้อย่างเหลือเชื่อ จากการผ่านสุดสวยของ คริสเตียโน โรนัลโด ให้ ซิลเวสเตร วาเรลา โหม่งเข้าประตูไปได้อย่างเหนาะๆ

จากโอกาสชนะและเข้ารอบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทีมลุงแซมก็เลยจบแค่เสมอ เก็บได้แต้มเดียวรวมเป็น 4 แต้มในมือขณะนี้

นัดสุดท้ายต้องไปเจอกับอินทรีเหล็ก เยอรมัน ซึ่งมี 4 แต้มเท่ากัน...โดยรูปการณ์ถ้าทั้งคู่เล่นอ่อยๆ

แบบติ๊กต๊อกให้เสมอกัน ก็จะจูงมือเข้ารอบทั้งคู่

แต่ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่มีสายตาหลายร้อยล้านสายตามองดูอยู่ทั่วโลกเช่นนี้ มันไม่ง่ายๆนะครับท่าน...ที่จะเล่นแบบซูเอี๋ยให้เจ๊าๆกันไป

หากไม่ซูเอี๋ยก็จะต้องมีทีมใดทีมหนึ่งชนะ...

ซึ่งก็จะส่งผลให้ทีมใดทีมหนึ่งได้ 7 แต้ม และอีกทีมได้ 4 แต้ม

คราวนี้แหละจะยุ่ง เพราะทั้งฝอยทอง ทั้งกานา ต่างมีสิทธิ์ลุ้น 4 แต้มเช่นกัน และจะต้องเอาวิชาคณิตศาสตร์ว่าด้วยการนับลูกได้เสียมาตัดสินอีกเช่นกัน

ถึงได้บอกว่าสงสารลุงแซมซะจริงๆ ที่เวลาทดเจ็บ 5 นาที ทำให้เจ็บปวดและตกในสถานการณ์ที่ยังคาดเดาไม่ถูกว่าจะอยู่หรือไป ด้วยประการฉะนี้

แต่ทั้งหมดนี้ก็คือเสน่ห์ของฟุตบอลโลกอย่างที่จ่าแฉ่งยกนิ้วให้มาตั้งแต่ต้น...มันต้องดีใจ เสียใจสมหวัง ผิดหวัง...เดาถูก เดาไม่ถูก...แบบนี้

แหละพระเดชพระคุณเอ๋ย ถึงจะดูสนุกคุ้มค่าลิขสิทธิ์ (อย่างน้อย 470 กว่าล้านบาท)

ไม่ใช่ฟุตบอลดูฟรีแถวๆสนามหลวงสมัยก่อนนี่ครับ จะได้แพ้ชนะกันแบบแบเบอร์ โดยไม่ต้องลุ้นอะไรกันเบย.

“จ่าแฉ่ง”

24 มิ.ย. 2557 00:12 ไทยรัฐ