วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เกมโลกสะเทือน! 'อิตาลี-อุรุกวัย' เตะโหดชิงตั๋วรอบ 16 ทีม

เกมโลกสะเทือน! 'อิตาลี-อุรุกวัย' เตะโหดชิงตั๋วรอบ 16 ทีม

  • Share:

ศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบแรก นัดสุดท้าย ของกลุ่มซี และกลุ่มดี คืนวันอังคารที่ 24 มิถุนายน ทีมอิตาลี อดีตแชมป์ 4 สมัย จะดวลกับทีมอุรุกวัย อดีตแชมป์ 2 สมัย รับประกันความมันระห่ำแน่นอน...


กลุ่มดี นัดที่ 3

อิตาลี-อุรุกวัย

สนาม : อารีนา ดาส ดูนาส (เมืองนาทาล)
ผู้ตัดสิน : มาร์โก โรดริเกซ (เม็กซิโก)
แข่งเวลาไทย : 23.00 น. วันอังคารที่ 24 มิถุนายน


ขุนพลอัซซูรี อิตาลี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย มี 3 แต้ม จาก 2 นัด ทำให้นัดนี้ต้องชนะเพื่อเข้ารอบต่อไป แต่ถ้าทำได้แค่เสมอก็เข้ารอบเหมือนกัน เพราะผลต่างประตูได้เสียดีกว่าอุรุกวัย 1 ประตู

สภาพทีมล่าสุด กุนซือ เชซาเร ปรันเดลลี อาจมีการปรับรูปแบบการเล่นโดยส่ง ชิโร อิมโมบิเล ลงล่าตาข่ายคู่กับ มาริโอ บาโลเตลลี ส่วน ดานิเอเล เด รอสซี ยังต้องรอทดสอบความฟิต เพราะมีอาการเจ็บน่อง นอกนั้นไม่มีปัญหา คาดว่าตัวหลักอย่าง จิอันลุยจิ บุฟฟอน, อันเดรีย บาร์ซายี, จอร์โจ คิเอลลินี, อันเดรีย ปิร์โล และ เตียโก มอตตา น่าจะมีชื่อลงตัวจริง

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

มาริโอ บาโลเตลลี ดาวยิงผิวสี วัย 23 ปี ที่ทำได้ 1 ประตู ในรายการนี้ ยังคงเป็นตัวความหวังในการทำประตูของทีมเหมือนเดิม แม้ว่านัดก่อนจะฟอร์มบู่ แต่ในสถานการณ์ที่กดดัน ความเป็นเพชฌฆาตจะฉายแววออกมาแน่นอน


อุรุกวัย อดีตแชมป์ 2 สมัย มี 3 แต้ม จาก 2 นัด เช่นกัน และนัดนี้ต้องชนะสถานเดียวเพื่อเข้ารอบ ผลเสมอก็ไม่ได้ ความกดดันจึงตกอยู่กับทีมมากกว่าอิตาลี


สภาพทีมล่าสุด กุนซือ ออสการ์ ตาบาเรซ น่าจะใช้ชุดเดิมกับที่ชนะอังกฤษ 2-1 ในนัดก่อน นำทัพโดย หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงตัวเก่งที่ซัดไปแล้ว 2 ประตู นอกจากนั้นก็มี เฟอร์นันโด มุสเลรา, มาร์ติน คาเซเรส, ดีเอโก โกดิน, อัลวาโร เปไรรา, คริสเตียน โรดริเกซ และ เอดินสัน คาวานี ขณะที่ แม็กซี เปไรรา ก็พ้นโทษกลับมาช่วยทีมได้แล้ว

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกวัย 27 ปี ทำ 2 ประตูจากนัดก่อน มานัดนี้ เจ้าตัวมุ่งมั่นที่จะทำประตูและทำเพื่อทีมทุกอย่าง แลกกับการได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่คงต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี เพราะคู่แข่งตามประกบติดแน่นอน


สถิติที่เคยพบกัน 4 ครั้ง อิตาลี ชนะ 2 อุรุกวัย ชนะ 1 และเสมอกัน 2 ครั้ง

คอสตาริกา-อังกฤษ

สนาม : เอสตาดิโอ มิไนเรา (เมืองเบโล ฮอริซอนเต)
ผู้ตัดสิน : จาเมล ไฮมูดี้ (แอลจีเรีย)
แข่งเวลาไทย : 23.00 น. วันอังคารที่ 24 มิถุนายน


คอสตาริกา ทีมม้ามืดที่ชนะรวด 2 นัด มี 6 แต้มเต็ม เข้ารอบไปแล้วแบบไม่น่าเชื่อ นัดนี้กุนซือ ฮอร์เก ปินโต เตรียมส่งนักเตะสำรองลงสนามเพื่อสัมผัสเกมระดับโลก ขณะที่ตัวหลักๆ ได้พักเพื่อรอเล่นในรอบต่อไป

สภาพทีมล่าสุด คาดว่า ไบรอัน รุยซ์ กองกลางและกัปตันทีม จะลงนำทัพพวกตัวสำรองลงสนาม อาทิ โฮเซ คูเบโร, มาร์โก อูเรนา, แรนดอลล์ เบรเนส, เดเนียล คัมโบรเนโร, แพทริค เพมเบอร์ตัน และ จอห์นนี อคอสตา

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

ไบรอัน รุยซ์ กองกลางและกัปตันทีม วัย 28 ปี ผู้โหม่งประตูชัยดับอัซซูรีในนัดก่อน จะลงนำทัพล้มทีมอดีตแชมป์โลกเป็นทีมที่ 3 ติดต่อกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ ต้องรอติดตามกันคืนนี้

ทัพสิงโตคำราม อังกฤษ อดีตแชมป์ 1 สมัย ของ กุนซือ รอย ฮอดจ์สัน ที่ตกรอบแรกแบบฟ้าถล่ม หลังพ่ายรวด 2 นัด ทำให้นัดนี้ บรรดาตัวสำรองอาจได้ลงมายืดเส้นยืดสายก่อนกลับบ้าน

สภาพทีมล่าสุด คาดว่า เวย์น รูนีย์ อาจยืนเป็นหน้าเป้าคนเดียว ส่วนแดนกลางมี เจมส์ มิลเนอร์, แฟรงค์ แลมพาร์ด, รอสส์ บาร์คลีย์, แจ็ค วิลเชียร์ และ อดัม ลัลลานา ลงครบ ขณะที่แนวรับนำโดย ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิง, แกรี เคฮิลล์ และ ลุค ชอว์ ส่วน เบน ฟอสเตอร์ ลงเฝ้าเสา

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

เวย์น รูนีย์ กองหน้า วัย 28 ปี ที่ทำประตูแรกในบอลโลกได้แล้ว หากได้ลงเป็นตัวจริงในนัดนี้ ก็หวังที่จะทำประตูให้ได้อีก และช่วยทีมเก็บชัยนัดแรกกลับบ้านให้ได้

สถิติที่เคยพบกัน ทั้ง 2 ทีมยังไม่เคยพบกัน

กลุ่มซี นัดที่ 3

ญี่ปุ่น-โคลอมเบีย

สนาม : อารีนา ปันทานาล (เมืองคูยาบา)
ผู้ตัดสิน : เปโดร โปรเอนกา (โปรตุเกส)
แข่งเวลาไทย : 03.00 น. วันพุธที่ 25 มิถุนายน


แข้งซามูไร ญี่ปุ่น มีแต้มเดียวจาก 2 นัด หากหวังเข้ารอบ 16 ทีม ต้องชนะเยอะๆ สถานเดียว และลุ้นให้อีกคู่เสมอกัน หรือกรีซชนะแค่ลูกเดียว ซึ่งเป็นงานที่หนักสำหรับกุนซือ อัลแบร์โต ซัคเคโรนี จริงๆ

สภาพทีมล่าสุด ไม่มีปัญหานักเตะรบกวน คาดว่าตัวหลักอย่าง เออิจิ คาวาชิมะ, อัตสึโตะ อูชิดะ, มายะ โยชิดะ, ยูโตะ นากาโตโมะ, ชินจิ คากาวะ, เคสุเกะ ฮอนดะ, โฮตารุ ยามากูชิ และ ชินจิ โอกาซากิ พร้อมลงตัวจริง

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

ชินจิ โอกาซากิ กองหน้า วัย 28 ปี ที่ยังล่าตาข่ายในบอลโลกครั้งนี้ไม่ได้เลย แต่ก็ยังหวังว่าจะทำให้ได้ในนัดสุดท้ายของรอบแรก เพื่อชี้ชะตาว่าจะเข้ารอบต่อไป หรือเก็บของกลับบ้านกันแน่


ทัพนักเตะโคลอมเบีย ของกุนซือ โฮเซ เปเกอร์มัน ทำผลงานชนะรวด 2 นัด เข้ารอบไปแล้ว ทำให้นัดนี้อาจส่งนักเตะสำรองลงมาเคาะสนิม

สภาพทีมล่าสุด หมดสิทธิ์ใช้งาน มาริโอ เยเปส กับ คาร์ลอส บัคคา ที่เจ็บ ส่วน คาร์ลอส ซานเชซ มีใบเหลืองติดตัว น่าจะนั่งดูเพื่อนเล่นมากกว่า คาดว่า คามิโล วาร์กัส จะลงเฝ้าเสาแทน เดวิด ออสปินา แต่ถ้าเป็น ฟาริด มอนดรากอน จอมหนึบวัย 43 ปี 3 วัน จะทำให้เขากลายเป็นนักเตะอายุมากสุดที่เล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายทันที ขณะที่ เจมส์ โรดริเกซ หัวหอกดาวรุ่ง น่าจะได้ลงหาประสบการณ์อีก

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

เจมส์ โรดริเกซ ดาวยิง วัย 22 ปี ที่ซัดไปแล้ว 2 ประตู จาก 2 นัดในรอบแรก มานัดนี้คาดว่าจะมีชื่อลงตัวจริงอีก ทำให้มีโอกาสทำประตูเพิ่มอย่างแน่นอน

สถิติที่เคยพบกัน 2 ครั้ง โคลอมเบีย ชนะกับเสมออย่างละครั้ง

กรีซ-ไอวอรีโคสต์

สนาม : เอสตาดิโอ คาสเตเลา (เมืองฟอร์ตาเลซา)
ผู้ตัดสิน : คาร์ลอส เวรา (เอกวาดอร์)
แข่งเวลาไทย : 03.00 น. วันพุธที่ 25 มิถุนายน

ทีมกรีซ มีแต้มเดียวจาก 2 นัด หากหวังจะเข้ารอบ ต้องชนะ แล้วลุ้นให้ญี่ปุ่นแพ้หรือเสมอ กุนซือ เฟอร์นันโด ซานโตส สั่งลุยแหลกแน่นอน

สภาพทีมล่าสุด หมดสิทธิ์ใช้งาน คอสตาส คัตซูรานิส ที่ติดโทษห้ามแข่ง ส่วตัวหลักอย่าง โอเรสติส คาร์เนซิส, โฮเซ โฮเลบาส, วาสซิลิส โทโรซิดิส, โซคราติส ปาปัสทาโธปูลอส, คอสตาส มิโตรกลู และ จอร์จิออส ซามาราส


ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

คอสตาส มิโตรกลู หัวหอก วัย 26 ปี ยังทำประตูไม่ได้ แต่ก็หวังจะมาทำในนัดนี้ ซึ่งถ้าทำได้แล้วทีมชนะ ก็มีลุ้นเข้ารอบทันที


ฝูงช้างดำ ไอวอรีโคสต์ ของกุนซือ ซาบรี ลามุชชี มี 3 แต้ม จาก 2 นัด หากนัดนี้เอาชนะได้ จะตีตั๋วเข้ารอบทันที โดยไม่ต้องสนใจทีมอื่น

สภาพทีมล่าสุด หมดสิทธิ์ใช้งาน ดิดิเยร์ โซโกรา ที่ติดโทษห้ามแข่ง ส่วน ดิดิเยร์ ดร็อกบา มีลุ้นลงล่าตาข่ายเป็นตัวจริง ขณะที่ตัวหลักอย่าง บูบาคาร์ แบร์รี, ซูลีย์มาเน บัมบา, แซร์จ อูริเยร์, ยายา ตูเร, ชีค ติโอเต และ แชร์วินโญ น่าจะมีชื่อลงตัวจริงเช่นกัน


ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

แชร์วินโญ ดาวยิง วัย 27 ปี ที่ซัดไปแล้ว 2 ประตู ซึ่งน่าจะได้ลงตัวจริงในเกมนี้ เพราะฟอร์มจัดจ้านมากกว่าใคร และถ้ายิงประตูได้อีก โอกาสพาทีมเข้ารอบ 16 ทีม อยู่แค่เอื้อม


สถิติที่เคยพบกัน ทั้ง 2 ทีมยังไม่เคยพบกัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้