วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวไส้! ล้วงปูมหลังรายคน เหล่าบอร์ดรัฐวิสาหกิจ...ไฉนชิงลาออก?

ยุทธวิธีรีเซ็ตรัฐวิสาหกิจ ตามประกาศิตของ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น ทำเอาคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจทั้งหลายแหล่ร้อนๆ หนาวๆ ชิงกระโดดจากเก้าอี้ทองคำกันเป็นทิวแถว

ถือว่า คสช.ยังใจดี ไม่ใจไม้ไส้ระกำ ไล่ตะเพิดให้ออกกันเสียดื้อๆ เพราะก่อนหน้านี้ ทาง คสช.เองก็ส่งสัญญาณชัดแจ๋วว่า จะรื้อระบบรัฐวิสาหกิจ ขจัดเส้นสายระบอบทักษิณ สิ่งใดหากมีอยู่แล้วไร้ประโยชน์ เปลืองงบประมาณ ก็เป็นอันต้องถูกโละออกไปเสียให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้บั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของชาติ

ทว่า ในช่วงนี้เราจึงเห็นกันอย่างแจ่มแจ้งว่า ใครยี่ห้อไหน อยู่สังกัดใคร... หากผู้ใดทำเป็นไร้เดียงสา ไม่รู้ร้อนรู้หนาวด้วยแล้ว สักพักจะมีพรายกระซิบไปบอกให้เหล่าบอร์ดระดับวีไอพีทั้งหลาย ยกก้นลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนที่จะเจอหมัดเด็ด ชนิดที่ว่า โป้งเดี๋ยวจอด!

"ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" จะพาคุณไปสืบสาวราวเรื่องถึงภูมิหลังของเหล่าประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ว่า มีที่มาที่ไปเช่นไร เหตุใดจึงได้ขึ้นมากุมบังเหียนรัฐวิสาหกิจ และไฉนจำต้องชิงลาออก?

"ศิธา ทิวารี" สหายโอ๊ค บุตรแห่งทักษิณ!

นาวาอากาศตรีศิธา ทิวารี อดีตประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) - หรือที่รู้จักกันในนาม "เสี่ยปุ่น" เริ่มต้นในแวดวงการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย โดยมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรค และได้รับความวางใจให้เป็นโฆษกพรรค พร้อมตำแหน่งทางการเมืองอีกหนึ่งคือ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

"ผู้พันปุ่น" ผู้นี้ ยังเป็นคนสนิทของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มานมนาน รวมทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทสุดซี้ แก๊งสเตอร์-หุ้นส่วนธุรกิจกับ นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ "โอ๊ค" บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในชื่อบริษัท มาสเตอร์ โฟน จำกัด แต่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการไปแล้วเมื่อปี 2554

ด้วยความที่ น.ต.ศิธา นั้น เป็นมือทำงานคนสำคัญของพรรค และมีความสนิทสนมกับนายพานทองแท้ เมื่องานดี โปรไฟล์เยี่ยม ไว้วางใจได้เช่นนี้ จึงมิใช่เรื่องยากเย็นที่จะได้ดิบได้ดี นั่งเก้าอี้สำคัญของ ทอท. อันเป็นขุมทรัพย์ใหญ่ที่ฝ่ายการเมืองทุกยุคสมัยต่างถวิลหา...

"ปานปรีย์" คนเก่าแก่แห่งไทยรักไทย!

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานคณะกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) - อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้แทนการค้าไทยในช่วงรัฐบาลทักษิณ ต่อมานายใหญ่จากแดนไกล ได้ส่งเข้ากุมบังเหียน ปตท. คุมขุมพลังงานไทย และด้วยสายสัมพันธ์อันแนบแน่น จึงถูกหนุนนำให้เข้าไปเป็นบอร์ด ปตท.ในช่วงเริ่มแรก กระทั่งขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ปตท.

นายปานปรีย์ถือได้ว่าทำงานใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และเล่นกอล์ฟก๊วนเดียวกันกับ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ หรือ "บิ๊กไฝ" อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ปตท. และปัจจุบันเป็นประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งนายปานปรีย์ยังเป็นคนใกล้ชิดสนิทสนมกับ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อีกด้วย

แม้ว่า ปานปรีย์ จะเป็นคนสายตรงจากนายใหญ่ก็ตาม แต่ก็ถือว่าชายผู้นี้เป็นนักบริหารมือดี อุดมการณ์ยอด เพราะภายหลังจากที่มีการชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 นายปานปรีย์ได้ลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยมีสาเหตุมาจากความคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคไทยรักไทยนั้น ได้แตกต่างจากช่วงต้นๆที่ก่อตั้งพรรคไปเสียแล้ว

ทว่า นายปานปรีย์เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารและสร้างผลงาน ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาสาธารณชนหลายต่อหลายครั้ง โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ปานปรีย์ได้ยุติความขัดแย้งรุนแรงภายในองค์กรระหว่างผู้บริหารระดับสูง ลดการผูกขาดท่อแก๊ส โดยให้บุคคลที่ 3 เข้ามาใช้ได้ รวมทั้งยังมีผลงานต่างๆ อีกมากมาย สุดท้ายก่อนเดินออกจากปตท. ได้มีผู้บริหารของ ปตท.หลายท่านพยายามยับยั้งการลาออก แต่ก็ไม่เป็นผล...

"พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์" บอร์ดี้การ์ดคู่กาย คนสนิทรู้ใจนายใหญ่!

พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล - "บิ๊กโจ๊ก" อดีตนายตำรวจคนสนิท ที่ติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ มาอย่างยาวนาน เพราะด้วยความที่ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ เข้าอบรมหลักสูตรต่างๆ อย่างโชกโชน ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรรบพิเศษกองทัพบกสหรัฐฯ เจรจาต่อรองการก่อการร้ายสากลที่สหรัฐอเมริกา ลาดตระเวนการรบและส่งกำลังทางอากาศ

กระนั้น นายทหารผู้นี้จึงถูกเรียกตัวให้อารักขาบุคคลสำคัญระดับโลกในช่วงที่เดินทางเยือนไทยหลายต่อหลายครั้ง และเมื่อเป็นมือดีเช่นนี้ จึงเป็นที่ถูกใจ พ.ต.ท.ทักษิณ และดึงมือมาเป็นบอดี้การ์ดสุดชิด ประกบติดไปทุกที่ ทั้งในและนอกประเทศ ชนิดที่ว่า ติดยศเป็นนายพลแล้ว แต่ก็ยังไม่วายถูกเรียกใช้บริการ

ในช่วงที่ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ถูกส่งเข้ามาบริหารจัดการในวงการหวย ได้เกิดปรากฏการณ์ที่ใครหลายๆ คนเรียกขานว่า "นารีให้โชค" อันเนื่องมาจากในยุคของรัฐบาลปู และในช่วงที่ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ เป็นผู้อำนวยการกองสลากนั้น ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ดันไปตรงกับทะเบียนรถของนายกฯ อยู่บ่อยครั้ง

ทั้งนี้ ครั้งที่ฮือฮาที่สุด ก็ในคราว อดีตนายกฯ ปู ตรวจงานเมืองเชียงใหม่ และเมื่อก้าวลงจากรถ ก้นอดีตนายกฯจ้ำเบ้าลงกับพื้น แต่ทะเบียนรถที่อดีตนายกฯ นั่งมานั้น ดันไปตรงกับผลออกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดดังกล่าวแบบตรงเผง ทั้งเลขท้ายสองตัวและสามตัวบน จนทำให้ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ต้องออกมาชี้แจงเป็นการใหญ่ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องบังเอิญ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้บรรดานักเสี่ยงโชคทั้งหลายปลงใจเชื่อในเหตุการณ์ดังกล่าวได้...

"อัญชลี" เธอผู้นี้สังกัดเฮียเพ้ง ขาใหญ่!

นางอัญชลี ชวนิชย์ อดีตประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) - นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร อดีตผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) อีกหนึ่งคนสนิทของ "เฮียเพ้ง" นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ที่ถูกดันให้ขึ้นมาเป็นประธานบอร์ด กฟผ. ในช่วงที่นายพงษ์ศักดิ์ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อีกทั้งนางอัญชลียังเป็นรุ่นน้องคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของ เฮียเพ้ง อีกด้วย

เมื่อประเทศเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนขั้วการเมืองเช่นนี้ หากนางอัญชลียังกอดเก้าอี้ประธานบอร์ด กฟผ.ต่อไป คงจะมิใช่ทางเลือกที่ดีแน่ๆ ฉะนั้น จะเสี่ยงนั่งต่อไปให้ร้อนๆ หนาวๆ ไปเพื่อสิ่งใดกัน...

"รัชนี" เจ็บช้ำ โดนสหภาพฯ รุก!

น.ส.รัชนี ตรีพิพัฒน์กุล อดีตประธานคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) - สาวใหญ่ผู้นี้ เข้ามารับตำแหน่งประธานบอร์ด รฟม. ด้วยแรงหนุนของพรรคเพื่อไทย แต่อาจจะช้ำกว่าประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจแห่งอื่นเสียหน่อย เพราะก่อนจะลุกจากเก้าอี้นั้น ต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟม. รวมตัวแต่งชุดดำถือป้ายประท้วง เพื่อขอให้เธอทบทวนการทำงานที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 3 ปี

เหล่าพนักงานต่างให้เหตุผลว่า ในช่วงที่เธอดำรงตำแหน่งนั้น ไม่สามารถผลักดันโครงการ และแก้ปัญหางานให้เป็นรูปธรรมได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะปัญหาของพนักงานที่ไม่ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือน และสวัสดิการมานานแล้ว เพราะฉะนั้น จึงควรเปิดโอกาสให้ คสช.เข้ามาดูแล รวมถึงปรับเปลี่ยนบอร์ดชุดใหม่...

"วรวิทย์" ข้าเก่า ขุนนางแก่แห่งนายใหญ่

นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ อดีตประธานกรรมการและกรรมการ บมจ.ธนาคารกรุงไทย - สำหรับนายวรวิทย์ เป็นอดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ข้าราชการในระบอบทักษิณ ที่ถูกส่งเข้ามาเป็นประธานบอร์ดธนาคารกรุงไทย โดยขึ้นมาเป็นประธานบอร์ดแทน นางเบญจา หลุยเจริญ (คนสนิทคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์) ที่ขยับไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และชายผู้นี้นี่แล ที่เป็นประธานเขียนโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท...

"พ.ต.ท.ไพโรจน์" มีเพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัว!

พ.ต.ท.ไพโรจน์ ปัญจประทีป ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า - พ.ต.ท.ไพโรจน์ ถือเป็นคนใกล้ชิดสนิทสนมกับ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งฯ ซึ่งเป็นเพื่อน พ.ต.ท.ทักษิณ จึงแนะนำ พ.ต.ท.ไพโรจน์ ให้เข้ามาทำหน้าที่สำคัญดังกล่าว โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับการระบายข้าวในสต๊อกรัฐ ในโครงการรับจำนำข้าว ที่เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลยิ่งลักษณ์

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ไพโรจน์ ยังเป็นเพื่อนตำรวจรุ่นเดียวกับ พ.ต.ต.ศราวุฒิ สกุลมีฤทธิ์ อดีตผู้อำนวยการ อคส. ที่ถูกให้ออกจากกรณีีทุจริตหอมแดงที่อื้อฉาวอีกด้วย...

"ณอคุณ" เส้นใหญ่ เด็กเจ๊ใครอย่าแตะ!

นายณอคุณ สิทธิพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) - อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีพื้นเพเป็นคนเชียงใหม่ มีความสนิทสนมกับ "เจ๊แดง" นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอย่างมาก จึงไม่แปลกในการเป็นผู้ใกล้ชิดคนตระกูลชินวัตร ในอดีตเคยเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ที่สำคัญยังเป็นพ่อตาของ นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ที่ลาออกไปเพราะพิษเงินกู้จำนำข้าว จนสหภาพแรงงานฯออมสิน ลุกฮือต่อต้าน และถือเป็นประวัติศาสตร์ของแบงก์ออมสิน ต้องเจอกับกระแสมวลชนที่ไม่เห็นด้วย ต่างถอนเงินในบัญชี จนในที่สุดนายวรวิทย์ ต้องประกาศลาออกรับผิดชอบ

และด้วยสัมพันธ์กับคนในตระกูลชินวัตร ครั้งหนึ่งนายณอคุณเคยนั่งเก้าอี้ประธานบอร์ด ปตท. มานมนานถึง 5 ปี แต่สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว เพราะทนแรงกดดันไม่ไหวจากกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน นำโดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม. ที่ออกมาโจมตีว่าเป็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพลังงาน แต่กลับมานั่งในตำแหน่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม สุ่มเสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง...

ทว่า ประชาชนตาดำๆ อย่างเราๆ ก็ได้แต่เฝ้ามองการรีเซ็ตองคพยพในครั้งนี้ ว่าจะสามารถขจัดเส้นสายระบอบทักษิณให้สิ้นซาก รีเซ็ตรัฐวิสาหกิจให้สมบูรณ์แบบได้หรือไม่ ฉะนั้น เหล่าผองไทยต้องจับตาดูให้ดีว่า รัฐวิสากิจอันบริสุทธิ์ ไร้เงามืด จะเป็นได้แค่ ภาพฝัน หรือ ภาพแท้...ล้วนขึ้นอยู่กับฝีมือของ คสช.ทั้งสิ้น!

‘ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์’ จะพาคุณไปสืบสาวราวเรื่องถึงภูมิหลังของเหล่าประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ว่า มีที่มาที่ไปเช่นไร เหตุใดจึงได้ขึ้นมากุมบังเหียนรัฐวิสาหกิจ และไฉนจำต้องชิงลาออก? 23 มิ.ย. 2557 19:32 ไทยรัฐ