วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทอท.คาดอัตราเติบโตผู้โดยสารปีนี้อยู่ที่ 2-3% กำไรไม่ต่ำกว่าปีก่อน

ทอท.คาดอัตราเติบโตผู้โดยสารปีนี้อยู่ที่ 2-3% กำไรไม่ต่ำกว่าปีก่อน

  • Share:

ทอท.คาดอัตราเติบโตผู้โดยสารปีนี้อยู่ที่ 2-3% มีกำไรไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่ 9 พันล้าน จากการเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำ ชี้ คสช.เข้ามาทำนักท่องเที่ยวมั่นใจ เดินทางมาไทยมากขึ้น พร้อมให้ตรวจสอบขยายสุวรรณภูมิ เฟส 2 เพื่อความโปร่งใส ...

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จำกัด หรือ AOT เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพรวมของอุตสาหกรรมโดยรวมยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากอัตราการเติบโตของผู้โดยสารเฉลี่ยของท่าอากาศยานทั่วโลกอยู่ที่ 4.5-5% ขณะที่เอเชียแปซิฟิก เติบโตประมาณ 6.5% สำหรับประเทศไทยในปีนี้คาดว่า น่าจะมีอัตราการเติบโตของผู้โดยสารประมาณ 2-3% เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศ

"ทอท. พยายามพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับองค์กร มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง รองรับการเติบโตในอนาคต โดยเน้นการพัฒนายุทธศาสตร์และกลยุทธ์ รวมไปถึงการเดินหน้าบริหารองค์กรให้เป็นไปตามแนวคิดการบริหารองค์กรแบบยั่งยืน โดยมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ความสามารถ ตลอดจนมีการวางกลยุทธ์ที่ดีให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยมีการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องและมีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ ทอท. สะท้อนออกมาเป็นผลการดำเนินงานที่มีอัตราการเติบโตในระดับที่ดีและต่อเนื่อง แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์หรือได้รับปัจจัยอื่นๆ มากระทบก็ตาม"

ทั้งนี้ ทอท.คาดว่า ปีนี้จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตของกำไร (ไม่รวมรายการพิเศษ) ได้ไม่ต่ำกว่าปีก่อน ที่มีกำไร (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 9,952.28 ล้านบาท ซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ก็นับว่ามีผลประกอบการที่ดีและอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เนื่องจากปีนี้ มีสถานการณ์การเมืองมากระทบ แต่ ทอท.ได้มีการดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้อย่างเป็นระบบทำให้ได้รับผลกระทบไม่มากนัก โดยใช้กลยุทธ์การใช้เม็ดเงินอย่างคุ้มค่า และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างเข้มงวด รวมทั้งมีการเพิ่มรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aero) มาชดเชยรายได้ที่ลดลงในปีนี้ ประกอบกับการเติบโตของจำนวนเที่ยวบินของสายการบินต้นทุนต่ำ (low-cost airline) ที่เพิ่มขึ้น 15% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

"หลังจากที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ทางการเมืองมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน เมื่อ คสช.เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความมั่นใจที่จะเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น และที่สำคัญขณะนี้ได้มีการยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ทอท. จึงเชื่อมั่นว่าจำนวนผู้โดยสารจะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ทอท.ได้ร่วมมือกับธุรกิจท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อกระตุ้นให้มีผู้โดยสารเดินทางมายังประเทศมากขึ้น รวมทั้งมีการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศเพื่อให้เข้าใจในสถานการณ์ในประเทศไทยที่มีความปลอดภัยสูง"

สำหรับประเด็นเรื่องการตรวจสอบโครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่สอง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถือเป็นเรื่องปกติที่ คสช. จะให้ความสำคัญกับโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณในการลงทุนสูง ดังนั้นเพื่อความโปร่งใสและแสดงให้เห็นว่าโครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ทาง ทอท. ยินดีให้ความร่วมมือกับ คสช. ในการตรวจสอบ โดยก่อนหน้านี้ ทอท.ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้และมีการตรวจสอบจากภายในเป็นอย่างดี รวมไปถึงผ่านขั้นตอนในการขออนุมัติโครงการตามแนวทางของรัฐวิสาหกิจแล้ว หาก คสช. ตรวจสอบและเห็นชอบกับโครงการดังกล่าว ก็สามารถเดินหน้าดำเนินการต่อได้ทันที

ส่วนโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ทอท. ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการขยายพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารในสนามบินดอนเมืองระยะที่ 2 เพื่อให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 30 ล้านคนต่อปี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2557 และการขยายท่าอากาศยานภูเก็ตให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 12 ล้านคนต่อปี ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในปี 2558.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้