วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ลอกการบ้าน' ผลการเรียนเริด แต่การศึกษาไทยร่วง!

เมื่อวันหนึ่ง "เทคโนโลยี" กลายมาเป็นตัวช่วย เพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์ ในแทบทุกองค์ประกอบของการดำเนินชีวิต แม้แต่การเรียนรู้การสอนในห้องเรียน ที่พยายามจะนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนในแทบทุกขั้นตอน

ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีอาจเป็น "ทางลัด" ที่ยิ่งกว่าดาบสองคม ที่เรานำมาใช้เพื่อการได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการอย่างผิดวิธี...

ล่าสุด กับข่าวที่เกิดขึ้น เมื่อมีการเผยแพร่ภาพกรุ๊ปแชทในแอพพลิเคชั่นไลน์ (Line) เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นโดยนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เพื่อช่วยเหลืออธิบายการบ้านที่ครูสั่งจากในห้องเรียน เลยเถิดไปถึงการถ่ายภาพคำตอบ หรือการบ้านที่ทำเสร็จแล้ว มากระจายแจกจ่ายให้เพื่อนในกลุ่ม ไปจนถึงการสร้างแฟนเพจในเฟซบุ๊ก เป็นกลุ่มที่เปิดให้นักเรียนทั่วไป ไปกดไลค์แล้วสามารถแชร์แบ่งปันการบ้าน หรืองานที่ครูสั่ง หรือในระดับย่อยลงมาอีก คือ การที่นักเรียนระดับหัวกะทิในห้อง ยอมช่วยเหลือแบ่งปันการบ้านที่ตัวเองทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เพื่อน และเพื่อนที่เป็นตัวกลางที่รับการบ้านนั้นมาต่อ ก็โพสต์เป็นภาพการบ้านนั้น ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของตนเองอีกครั้งหนึ่ง แล้วใช้วิธีแท็กเพื่อนในรายชื่อของตนให้ได้เห็นคำตอบการบ้านนั้น แล้วสามารถทำส่งตามที่ครูมอบหมายได้ทัน

กระทั่งมีบทความสอนวิธีการ "ลอกการบ้านเพื่อนขั้นเทพ" ที่บรรยายวิธีการขอลอกการบ้าน อาทิ ตามตื๊อขอทวงบุญคุณระหว่างกัน, ทำสัญญาแลกเปลี่ยนสิ่งของ ฯลฯ, ใช้มือถือถ่ายการบ้านเพื่อนจากสมุดที่เพื่อนทำส่งแล้ว, หยิบงานการบ้านเพื่อจากกองที่ส่ง หรือกลางวันเวลา พักเที่ยงก็หยิบของเพื่อนมาลอก ฯลฯ

ถือเป็นวิธีใหม่ประยุกต์ตามเทคโนโลยี หรือเรียกได้ว่า เป็น "การลอกการบ้านของเด็กยุคดิจิตอล" นี้ก็ว่าได้

รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์จากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า เรื่องการให้การบ้าน มีการถกเถียงมามาก ประเด็นที่สำคัญการให้การบ้านของครู เป็นตัวหนึ่งที่บ่งบอก เป็นการวัดผล ประเมิน ทบทวน อาจารย์ที่สั่งการบ้านไป เพราะอยากรู้ว่าตัวเองสอนไป เด็กมีความรู้มากน้อยแค่ไหนเข้าใจหรือไม่

"การบ้านเป็นวัฒนธรรมการสอนของประเทศไทย ครูไทยมีความเคยชิน ร่วมกับผู้ปกครอง หากไม่มีการบ้านให้เด็กจะมีการสอบถาม ว่าสอนอย่างไรไม่มีการบ้านให้ เป็นจารีตของการสอน ครูและผู้ปกครองจะมีความรู้เข้าใจตรงกัน สอนแล้วต้องมีการบ้านให้เด็กฝึกหัดทำ ทบทวน"

การบ้านเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความรับผิดชอบ การเอาใจใส่ การแบ่งเวลา แต่การบ้านในปัจจุบัน ครูให้กันทุกวิชา เลยไม่รู้ว่า เด็กต้องทำการบ้านหนักหนาสาหัสแค่ไหน ทุกคนปะเดปะดัง กระหน่ำให้ พอเด็กได้การบ้านเยอะ หากเขามีความรับผิดชอบดี เขาก็จะทำได้ แต่ถ้าเขาแบ่งเวลาไม่ดี เล่นเยอะ และมีเงื่อนไขไปโยงกับการได้เกรดได้คะแนนดี ความรับผิดชอบเป็นตัวทำให้เขาทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม มีการลอกกันตามมา

เจตนาเรื่องการให้การบ้านของเด็กไทย อาจจะบิดเบี้ยวไป
เรื่องการบ้าน ปกติเด็กเรียนหนังสือทั้งวันแล้ว คิดว่า ถ้าเป็นไปได้ ในทางการเปลี่ยนแปลงแบบรุนแรงเลย ไม่ควรมีการบ้าน แต่อาจทำได้ยากในประเทศไทย ในต่างประเทศหลายประเทศจะเป็นการเรียนการสอนและทำแบบฝึกหัดให้เสร็จในห้องเลย การบ้านให้น้อยลง หรือให้ในวันหยุดแทน

รศ.ดร.สมพงษ์ ได้เสนอประเด็นที่ต้องทบทวนเรื่อง การบ้านสำหรับการศึกษาไทยว่าพิจารณาในเชิงนโยบาย การบ้านมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน การให้การบ้านในแต่ละวัน เป็นเรื่องของคะแนน อาจต้องทำการสำรวจอย่างจริงจัง ต่อมาหากจำเป็นต้องให้การบ้าน การสอนในแต่ละวัน ในแต่ละสัปดาห์ อาจต้องมีการพุดคุยปรึกษาหารือกันเพิ่มเติม โดยใน 1 การบ้าน อาจเป็นการบูรณาการของหลายวิชาร่วมกัน ลดภาระของเด็กลง ไม่เหนื่อยมากเกินไป และสุดท้ายการให้การบ้าน ถ้าให้ไปแล้วเกิดผลเสียมากกว่าผลดี น่าจะลองพิจารณาไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน เด็กอาจไม่ได้ทำ แล้วเอาแต่ไปนั่งลอกกัน กลายเป็นการสร้างเสริมนิสัยไม่ดี เพราะว่าเวลาที่กดดันเร่งรัดทำไม่ทัน ก็เอาแต่ลอกกัน

นอกจากนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" ยังได้สอบถามความคิดเห็นกับ "ครูนกเล็ก" เจ้าของชาแนลยูทูบ watcharachai magaraphan ครูรุ่นใหม่ที่ประยุกต์เทคโนโลยีและการสอน เข้ามาใช้ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ สามารถเรียนรู้ความสนใจของเด็กสู่การเรียนได้อย่างตรงจุด โดยครูนกเล็กได้สร้างชาแนลส่วนตัวในเว็บไซต์ยูทูบ เพื่อกระจายและเผยแพร่การสอนเป็นวิดีโอคลิป ที่ทันสมัยเป็นอย่างมาก

"ครูนกเล็ก" เล่าว่า เริ่มให้การบ้านเด็กด้วยการทำวิดีโอ หรือสื่อการสอนในยูทูบ แล้วก็เอาเรื่องนั้นมาเรียนอีกครั้ง มาทบทวนที่โรงเรียนอีกครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่ได้เอามาใช้หมดกับทุกวิชา โดยสามารถสร้างแรงจูงใจเพิ่มมากขึ้น ส่วนการลอกการบ้านงานที่ครูสั่ง อันนี้ขึ้นอยู่กับการปลูกฝังของ ร.ร. และที่บ้าน ที่จริงแล้วการบ้าน เด็กทำผิดไม่แปลกเลย แสดงว่าเด็กไม่เข้าใจ แต่เราไม่ควรทำโทษ ต้องคุยกันก่อน

ข้อดีของการมีการบ้าน การให้การบ้าน ทำให้เด็กทบทวน และฝึกทักษะเพิ่มเติมจากบทเรียนจำเป็นในระดับหนึ่ง เด็กกลับไปบ้าน เหมือนเป็นการทดสอบว่า เขาเข้าใจในสิ่งที่สอนไปหรือไม่ ในอนาคตคิดว่ายังต้องมีอยู่ แต่ว่าการบ้านอาจจะเปลี่ยนรูปแบบไป อาจไม่ต้องทุกวิชา ควรบูรณาการกับวิชาการอื่น เช่น ไทย สามารถใช้ได้หลายวิชา ศิลปะก็ยังได้ แต่งกลอนก็ได้ ก็ใช้ร่วมกันได้

ด้าน อาจารย์จักรพัทธ์ วาทนำสุข ครูสังคมศึกษา ชั้น ป.6-ม.5 โรงเรียนอำนวยศิลป์ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ทำไมต้องให้การบ้าน คือ การไปทบทวน เวลาใน ชม.เรียน ไม่เพียงพอต่อการคัดสรร การเรียนไม่ใช่การท่องจำ จำเป็นต้องมีการต่อยอดคิดวิเคราะห์ วิธีและรูปแบบการสั่งการบ้านก็มีผลต่อการลอกการบ้านของเด็ก เห็นว่าการบ้านควรมีต่อไป เพราะเราไม่ให้เด็กทำการบ้านที่เรียนรู้ในห้องแล้วเข้าใจ ตอนนี้ช่องทางหลากหลาย ไม่ต้องทำสมุด ร.ร. เปิดช่องทางอินเทอร์เน็ต ทำให้เด็กอยากทำมากขึ้น อาจปรับไปตามนั้นก็ได้ ส่วนรูปแบบการบ้านที่ทำมีประสิทธิภาพ ควรเป็นลักษณะวิเคราะห์ หรือเป็นคำถามปลายปิดมากกว่า

ต้องยอมรับว่า โลกยุคปัจจุบัน ความรู้มีอยู่รอบตัวอย่างมากมายมหาศาล ห้องเรียนยังเป็นแหล่งศึกษาและให้องค์ความรู้ที่สำคัญ แต่การเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงแค่ความจำเป็นเพื่อให้สอบผ่านไปสู่ชั้นเรียนต่อไป แต่ขณะนี้ การเรียนคือเสริมทักษะ การคัดเลือก แยกแยะ และนำสิ่งที่ได้มาประกอบการใช้ประโยชน์ ส่งเสริมให้ชีวิตของเรานั้นเติบโตและพัฒนาตัวเองต่อไป

การรู้จักนำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด.

ลอกการบ้านของเด็กยุคดิจิตอล กับล่าสุดเมื่อมีการเผยแพร่ภาพกรุ๊ปแชทในแอพพลิเคชั่นไลน์ (Line) เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นโดยนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เพื่อช่วยเหลืออธิบายการบ้าน ที่ครูสั่งจากในห้องเรียน ปัญหาทางลัดการเรียนการศึกษาไทย... 23 มิ.ย. 2557 16:29 24 มิ.ย. 2557 08:27 ไทยรัฐ