วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลสั่งใส่กำไลเท้าTAXIป่วน ห้ามเข้าสุวรรณภูมิ5ปี

ศาลปรานีพิพากษาให้นายสมหวัง มาเฟียสุวรรณภูมิ ใส่กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์แทนจำคุก พร้อมห้ามเข้าเขตท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 5 ปี...

ที่ศาลแขวงสมุทรปราการ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. 57 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 2516/2557 ที่ พนักงานอัยการคดีศาลแขวงสมุทรปราการ เป็นโจทก์ ฟ้อง นายสมหวัง พุ่มเรือง อายุ 30 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ป้ายดำ เป็นจำเลย ในความผิดฐานเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ผู้อื่นเพื่อการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข เข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์สินหรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถานที่เมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก

ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362,364 โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.56 , 2 ก.ค.56 ,12 ก.ค.56 และ 26 ก.ค.56 จำเลยมีอาชีพขับรถแท็กซี่ได้บุกรุกเข้าไปบริเวณชานชาลาหน้าอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยไม่มีเหตุอันควร โดยเข้าไปรบเร้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายรายเพื่อให้ใช้บริการรถแท็กซี่ของจำเลย ลักษณะอันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเหล่านั้น และสนามบินสุวรรณภูมิผู้เสียหายหลายครั้ง ทั้งนี้เพื่อแสวงหาประโยชน์ของจำเลย ทั้งที่จำเลยได้รับแจ้งจากทางผู้เสียหายแล้วว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีข้อกำหนดว่าด้วยการดำเนินมาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัยในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไว้ จำเลยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิข้อหากระทำการด้วยประการใดให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญมาแล้ว 211 ครั้ง จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362,364 และห้ามจำเลยเข้าไปในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นเวลา 5 ปี

โดย นายสมหวัง (จำเลย) ให้การรับสารภาพ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียกกระทงลงโทษ พิพากษาว่านายสมหวัง (จำเลย) มีความผิดฐานเข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์สินหรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถานที่เมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 364 อันเป็นบทหนักสุด ลงโทษจำคุก กระทงละ 2 เดือน รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 8 เดือน

ขณะเดียวกัน นายสมหวัง(จำเลย) ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 1 เดือน รวม 4 กระทง คงจำคุก 4 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะของพนักงานคุมประพฤติแล้วเห็นว่า นายสมหวังเป็นหัวหน้าครอบครัวต้องดูแลบุตร 2 คน คนโตเรียนชั้น ป.6 คนเล็กอายุ 10 เดือน หากศาลลงโทษจำคุกครอบครัวของนายสมหวัง จะได้รับความยากลำบาก แม้นายสมหวังจะกระทำผิดมาแล้วหลายครั้ง แต่เพื่อให้โอกาสนายสมหวังกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการกำหนดโทษ 2 ปี ให้คุมประพฤติจำเลย 1 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 1 เดือนต่อครั้ง ภายใน 3 เดือน หลังจากนั้นให้รายงานตัวทุก 3 เดือนต่อครั้งภายใน 1 ปี ให้นายสมหวัง(จำเลย) ใส่กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Monitoring มีกำหนด 3 เดือน เพื่อควบคุมความประพฤตินายสมหวัง (จำเลย) มิให้กระทำผิดซ้ำซากอีก และกำหนดเงื่อนไขห้ามมิให้นายสมหวัง (จำเลย) เข้าไปในเขตท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีกำหนด 5 ปี.

ศาลปรานีพิพากษาให้นายสมหวัง มาเฟียสุวรรณภูมิ ใส่กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์แทนจำคุก พร้อมห้ามเข้าเขตท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 5 ปี... 23 มิ.ย. 2557 14:17 ไทยรัฐ