วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แรงงานกัมพูชา ทยอยกลับไทย

ชุดแรกกว่า100คน ไปทำงานที่สงขลา

แรงงานเขมรกว่า 100 คน เริ่มทยอยกลับเข้ามาทำงานในไทยแล้ว หลังผวาข่าวกวาดล้างแห่หนีกลับภูมิลำเนากว่า 1 แสนคน โดยแรงงานเขมรกลุ่มนี้ประเดิมทำพาสปอร์ตเพียงเล่มละ 4 ดอลลาร์ จากปกติ 135 ดอลลาร์ เป็นนโยบายช่วยเหลือแรงงานของสมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา แต่ต้องเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายเท่านั้น ขณะเดียวกัน ตำรวจ-ทหารสกัดจับรถตู้ขนแรงงานเขมรกลับบ้านยัดทะนานเต็มรถ 34 คน รีดค่าโดยสารหน้าเลือดหัวละ 1,800 บาท

จากกรณีแรงงานชาวกัมพูชาแห่กลับประเทศ หลังมีข่าวว่าทหารในไทยจะใช้มาตรการกวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ส่งผลให้แรงงานเขมรกลับภูมิลำเนากว่า 1 แสนคนนั้น ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. ขณะที่ ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา ร่วมกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จ.สระแก้ว พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก และนายวนวัฒน์ ทัศนเสถียร นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตั้งจุดตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายและอำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานชาวกัมพูชาที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ระหว่างนั้นมีแรงงานชาวกัมพูชาทั้งชายหญิงกว่า 100 คน สวมเสื้อยืดสีชมพูเหมือนกันทุกคนถือพาสปอร์ตกัมพูชาเดินข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย ตรวจสอบพบว่าเป็นแรงงานชาวกัมพูชาตามข้อตกลง MOU จะเดินทางไปทำงานในโรงงานผลิตอาหารที่ จ.สงขลา โดยมีตัวแทนของบริษัทนายหน้าจัดส่งแรงงานชาวกัมพูชาถือเอกสารการอนุญาตให้นำแรงงานชาวกัมพูชาเข้ามาทำงานในประเทศไทยตามข้อตกลง MOU ของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาและกระทรวงการต่างประเทศของไทยมาแสดงด้วย เจ้าหน้าที่จึงอนุญาตให้ทั้งหมดเดินทางต่อไปได้

สอบถามนายเริด เซียมยา อายุ 32 ปี ตัวแทนบริษัทนายหน้าจัดส่งแรงงานตามข้อตกลง MOU ของกัมพูชาเปิดเผยว่า แรงงานชาวกัมพูชากลุ่มนี้เป็นแรงงานที่มีเอกสารการเดินทางและการอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายและเป็นแรงงานชุดแรกที่ทางบริษัทได้ลดค่าใช้จ่ายในการทำพาสปอร์ตให้เหลือเล่มละ 4 ดอลลาร์สหรัฐฯจากปกติเล่มละ 135 ดอลลาร์ ตามคำสั่งและนโยบายของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ลงนามและออกคำสั่งเพื่อช่วยเหลือแรงงานชาวกัมพูชาผิดกฎหมายที่อพยพเดินทางกลับประเทศกว่า 1 แสนคนให้สามารถทำพาสปอร์ตราคาถูกเพื่อเดินทางกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ง่ายขึ้นแต่ทุกคนต้องเดินทางหรือสมัครงานผ่านกรมการจัดหางานของกัมพูชาหรือบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลกัมพูชาเท่านั้น โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.57 ที่ผ่านมา

นายเริดยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทนายหน้าจัดหางานที่กรุงพนมเปญกว่า 20 บริษัท เต็มไปด้วยแรงงานชาวกัมพูชาที่เคยลักลอบเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายและได้อพยพกลับประเทศในช่วงที่เกิดข่าวลือเริ่มทยอยมาสมัครเข้ามาทำงานในประเทศไทยผ่านบริษัทนายหน้ากันวันละหลายพันคน คาดว่าต่อไปจะมีแรงงานชาวกัมพูชาที่ต้องการเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายมาสมัครงานกับบริษัทนายหน้าอีกนับแสนคนแน่ เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำพาสปอร์ตในราคาแพงเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ส่วนบรรยากาศบริเวณหน้าด่าน ตม.อรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้มีชาวเขมรหลายร้อยคนมาต่อคิวเพื่อขอทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวหรือบัตรอิมมิเกรชั่นการ์ดจาก ตม.จ.สระแก้ว เพื่อเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมายตามข้อตกลงระหว่าง จ.สระแก้ว และจังหวัดบันเตียเมียนเจย นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการชาวไทยที่ต้องการจ้างแรงงานชาวกัมพูชาต่างเดินทางมาสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำด่านเกี่ยวกับการจ้างแรงงานเขมรไปทำงานแต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ เพราะต้องรอคำสั่งของ คสช.อีกครั้งว่าให้ดำเนินการได้เมื่อไหร่

ขณะที่แรงงานกัมพูชาเริ่มหวนกลับมาทำงานในไทยแต่ยังมีบางส่วนยังเดินทางกลับและถูกโชเฟอร์รถตู้ขูดรีดค่าโดยสารแพงลิบ ทั้งนี้เมื่อบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.เจนเชิง ประทุมสุวรรณ รอง ผบก.ภ.จ.สระแก้ว พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก ในฐานะ หน.ฉก.สืบสวนปราบปรามอาชญากรรม ภ.จ.สระแก้ว นำกำลังร่วมกับสารวัตรทหาร จทบ.สระแก้วไล่สกัดจับรถตู้ต้องสงสัยยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮต 6077 กรุงเทพมหานครวิ่งมาด้วยความเร็วสูงจาก อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ผ่านถนนเลี่ยงเมืองสระแก้ว-คลองมะละกอ ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้วมุ่งหน้าไป อ.คลองหาด จ.สระแก้ว จนจับไว้ได้บริเวณเขตรอยต่อ อ.เมืองกับ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

สอบสวนทราบคนขับชื่อนายคัมภีร์ ใหม่บุตรดา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 4 ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนภายในรถตู้เจ้าหน้าที่ถึงกับตกตะลึง เมื่อพบชาวกัมพูชานั่งเบียดเสียดยัดเยียดอัดแน่นกันอยู่ในรถถึง 34 คน เป็นชาย 22 คน หญิง 11 คนและเด็กชาย 1 คน ทั้งหมดเป็นแรงงานชาวกัมพูชาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและกำลังเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาด้านชายแดน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว โดยทั้งหมดลักลอบไปทำงานก่อสร้างใน จ.ฉะเชิงเทรา และทราบข่าวลือทหารจะกวาดล้างจึงเกิดความกลัวเลยชวนกันกลับบ้านโดยจ่ายค่าหัวให้กับคนขับรถตู้มาคนละ 1,800 บาท

หลังการสอบสวนเบื้องต้นนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว ดำเนินคดีกับคนขับรถตู้ เนื่องจากเป็นการขูดรีดและเอาเปรียบแรงงานชาวเขมรซึ่งมีฐานะยากจนอยู่แล้วและกำลังตื่นกลัวถือเป็นการฉวยโอกาสขูดรีดเนื่องจาก จ.ฉะเชิงเทรากับชายแดน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว มีระยะทางแค่ 200 กม.เท่านั้นแต่กลับเรียกเก็บค่ารถถึงคนละ 1,800 บาท และบรรทุกน้ำหนักเกินจากที่กฎหมายกำหนด

23 มิ.ย. 2557 08:01 23 มิ.ย. 2557 09:13 ไทยรัฐ