วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปปส.อายัด 565ล้าน แก๊งค้ายาฯ

8จว.ภาคเหนือ บ้าน-รถ-ที่ดิน มีทองคำเพียบ

อายัดทรัพย์แก๊งค้ายา เสพติด 8 จังหวัดภาคเหนือ มูลค่า 565 ล้านบาท เป็น การขยายผลในคดีจับกุม ยานรก ในพื้นที่ 330 คดี มีทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ โฉนดที่ดิน สิ่งปลูกสร้างบ้านพัก ทองรูปพรรณจำนวนมหาศาล โดยใช้เวลาตรวจสอบนาน 8 เดือน เตรียมประสานร้านทองทำประวัติลูกค้าที่ซื้อทองแท่งน้ำหนัก 1 กก. หรือซื้อทองรูปพรรณหนัก 30 บาทขึ้นไป เนื่องจากปัจจุบันแก๊งยานิยมนำเงินสดไปซื้อทองมาครอบครอง ส่วนในคุกมีนักโทษยานรกรอประหารชีวิตกว่า 300 คน

อายัดทรัพย์แก๊งค้ายาเสพติดเครือข่ายใหญ่ของภาคเหนือรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ต. ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.5 ร่วมกันแถลงข่าว ป.ป.ส. ภาค 5 ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้อายัดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดใน 8 จังหวัดภาคเหนือในรอบ 8 เดือน ประกอบด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 289 รายการ มูลค่า 51 ล้านบาท โฉนดที่ดิน สิ่งปลูก สร้างบ้านพัก 83 รายการ มูลค่า 450 ล้านบาท เพชร และทองรูปพรรณ เครื่องประดับจำนวน 174 รายการ มูลค่า 3.6 ล้านบาท เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือสื่อสาร 169 รายการ มูลค่า 1.7 ล้านบาท เงินสด 156 รายการจำนวน 30 ล้านบาท เงินฝากที่ยึดในธนาคาร 199 รายการ จำนวน 15.9 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นอีก 334 รายการมูลค่า 11.5 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งหมด 565 ล้านบาท

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ กล่าวว่า ตามที่ คสช.ได้มีคำสั่งที่ 41/2557 เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด อีกทั้ง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช.ได้กำหนด 6 มาตรการเร่งด่วนให้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์ของผู้ที่กระทำผิดและเครือข่ายของขบวนการค้ายาเสพติด ทาง สำนัก ป.ป.ส.จึงได้ดำเนินการสอบสวนขยายผล จากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในแต่ละท้องที่สังกัดกลุ่มยาเสพติดอยู่ในเครือใครบ้างพร้อมตรวจสอบเรื่องทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นที่ดินสิ่งปลูกสร้าง ธุรกรรมทางการเงินทั้งเงินสดทั้งที่บ้านและในธนาคาร

เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบในช่วงระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมาในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ พบว่าทรัพย์สินของขบวนการค้ายาเสพติดที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ได้ทำการขยายผลอายัดทรัพย์สินของแก๊งยาเสพติดทั้งหมดมูลค่า 565 ล้านบาท จาก 330 คดี ถือว่ามากเป็นประวัติการณ์ แต่ยังไม่จบแค่นี้ต้องขยายผลต่อยอดออกไปอีกคาดจะตามอายัดได้อีก 400-500 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย เพราะในขณะนี้ขยายผลอายัดได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น อย่างเช่น ทองคำรูปพรรณที่ยึดได้จำนวนมากจากคนที่ครอบครองไว้ บางคน 3 เส้น บางคน 5 เส้นจะขยายผลต่อไปอีกว่าทองพวกนี้ซื้อมาจากร้านไหน เพราะมีเจ้าของร้านทองบางแห่ง รู้เห็นเป็นใจในการทำทองแท่งให้กับพวกที่กระทำผิดโดยคิดในราคาแพง ต่อไปจะประสานกับร้านทองว่ามีใครมาซื้อทองแท่ง อย่างน้ำหนัก 1 กก. หรือซื้อสร้อยหนัก 30 บาทขึ้นไป ร้านทองต้องมีประวัติคนที่มาซื้อว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหนเพราะช่วงหลังแก๊งยาเสพติดมักนำเงินไปซื้อทองมาครอบครองแทนเงินสด หากร้านทองทำประวัติไว้จะทำให้ตรวจสอบขยายผลได้ง่ายและเร็วขึ้น

พล.ต.อ.พงศพัศยังกล่าวถึงภาพรวมการอายัดทรัพย์แก๊งยาเสพติดทั่วประเทศในปีนี้ว่าน่าจะได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท แค่เฉพาะระหว่างวันที่ 1 ต.ค.56-วันที่ 31 พ.ค.57 สามารถติดตามยึดและอายัดทรัพย์ได้ถึง 1,119 ล้านบาท โดยคดีที่ยึดและอายัดทรัพย์สินได้เกินกว่า 100 ล้านบาทมีจำนวน 11 คดี เช่น เครือข่ายยาบ้าของนางสุชาดา ทวยเทพ หรือเจ๊เพ็ญ ที่ยึดและอายัดทรัพย์สินที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้กว่า 200 ล้านบาทและล่าสุดคือเครือข่ายการโอนเงินข้ามประเทศของนางมณี คำ–พีระ ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ยึดและอายัดทรัพย์ได้กว่า 200 ล้านบาทเช่นกัน แต่ละรายเจ้าของทรัพย์ที่มีทรัพย์ซ่อนอยู่จะถูกดำเนินคดีด้วย การขยายผลยึดทรัพย์ในทุกรูปแบบเพื่อเป็นการป้องกันมิให้กลุ่มนักค้ายาเสพติดสามารถโอน ยักย้าย ซุกซ่อน หรือนำทรัพย์สินไปทำธุรกิจบังหน้า การยึดหรืออายัดทรัพย์สินถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำลายเครือข่ายและธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

“หลังใช้มาตรการยึดและอายัดทรัพย์จะเห็นว่าการลำเลียงยาบ้าน้อยลงมาก การแพร่ระบาดก็ลดลง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารต่างร่วมกันสกัดกั้นไม่ให้นำเงินสดที่ได้จากการค้ายาออกต่างประเทศหรือขนข้ามพรมแดนออกไปประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ยาบ้าที่จะทะลักเข้ามา 100 ล้านเม็ด ไม่สามารถลำเลียงเข้ามาได้ ส่วนการดำเนินคดีกับแก๊งค้ายาเสพติดนั้น ขณะนี้มีนักโทษคดียาเสพติดรายใหญ่มากกว่า 300 คนอยู่ในระหว่างรอการประหาร ชีวิต” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว