วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รองปธ.สอท.เตือนระวัง! ดาบสอง การใช้แรงงานเด็ก

ที่สหรัฐหยิบยก มาเป็น-ข้ออ้าง! สั่งลดระดับไทย ใช้กีดกันการค้า ตั้งกก.ร่วม3ฝ่าย ปฏิรูป‘พลังงาน’

“บิ๊กจิน” ถกปฏิรูปพลังงาน เตรียมตั้งกรรมการร่วม 3 ฝ่ายรื้อโครงสร้างทั้งระบบ “รสนา” ชูตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ แนะยื้อสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ไปก่อน คสช.คืนความสุขอีก ถึงคิวชาวสวนภาคตะวันออก ไฟเขียวเงินทุน-เว้นเบี้ยปรับหนี้กองทุนฯ เล็งหารือบัวแก้วรับมืออียูจ่อลดสัมพันธ์ วอนเปิดใจกว้างรับฟังเหตุผลบ้าง ยกโพลคนไทยปลื้มพิสูจน์ผลงาน ส.อ.ท. หวั่นมะกันเล่นไม่เลิก ซ้ำดาบสองเรื่องแรงงานเด็ก ปชป.ร่วมจวกประเมินแบบมีอคติ โพลเชียร์ “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯ เอง ประเมินผลงาน 1 เดือน เกินครึ่งบอกพึงพอใจมาก แต่หวั่นเชื้อทุจริต-มาเฟียฆ่าไม่ตาย วงเสวนาสมาคมสื่อ ขอบรรจุเนื้อหาเสรีภาพลง รธน.เท่าปี 50 “ชวน” เข้าโรงหมอซ่อมถุงน้ำดี คนแห่ร่วมงานคืนความสุข แต่ ตร.-ทหารล็อกตัวกลุ่มกินแซนด์วิชต้าน คสช.ที่พารากอน

หลัง คสช.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้า คสช. บริหารประเทศมาครบ 1 เดือน หลังการรัฐประหาร เริ่มมีแรงกดดันจากภายนอกประเทศหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาและกลุ่มสหภาพยุโรป แต่ก็ยังเดินหน้าสะสางปัญหาของประเทศที่หมักหมมมานาน

“บิ๊กจิน” เรียกหารือปฏิรูปพลังงาน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่หอประชุมกองทัพอากาศ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝ่ายเศรษฐกิจ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.ได้ประชุมหารือเรื่องการปฏิรูปพลังงานเป็นครั้งที่ 2 โดยให้แต่ละกลุ่มที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงเป็นรายกลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงาน กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน เครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย สมาพันธ์องค์กรผู้บริโภค และกลุ่มบริษัทในเครือบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ภายหลังการหารือกว่า 8 ชั่วโมง พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ได้ข้อมูลจากกลุ่มต่างๆที่เป็นประโยชน์ ทั้งเรื่องโครงสร้างราคาพลังงาน การให้สัมปทานปิโตรเลียม การสำรวจแหล่งพลังงานเพิ่มเติม การปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัยเพื่อให้การใช้พลังงานเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ

ตั้ง กก.ร่วม 3 ฝ่ายรื้อโครงสร้าง

พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า จะรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่าย เพื่อสรุปเป็นแนวทางดำเนินงานต่อไป โดยเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการคือ โครงสร้างราคาน้ำมันและก๊าซก่อน จากนั้นจึงจะเสนอภาพรวมเรื่องของแหล่งพลังงานและการนำไปใช้ในระยะยาว นอกจากนี้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วยภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนตามสัดส่วนที่เหมาะสม ช่วยกันทำงานด้านการปฏิรูปพลังงานให้เดินหน้าภายใน 3-6 เดือน

ชูตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ

ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล แกนนำกลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงานไทย กล่าวว่า ได้เสนอ พล.อ.อ.ประจินให้ชะลอการให้สัญญาสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ออกไปก่อน โดยเห็นว่าควรแก้ไขกฎหมายระบบการให้สัมปทานปิโตรเลียมเป็นระบบอื่นที่รัฐและประชาชนได้ประโยชน์มากกว่า เช่น ระบบการแบ่งปันผลผลิต หรือการจ้างผลิต เป็นต้น เนื่องจากการให้สัมปทานเป็นการยกกรรมสิทธิ์ให้กับเอกชน ได้ค่าภาคหลวงเป็นเหมือนค่าเช่าที่เป็นตัวเลขตายตัว แต่ราคาน้ำมันมีแต่จะสูงขึ้น ทำให้ประเทศเสียประ-โยชน์ การเปลี่ยนระบบสัมปทานนี้ไม่ใช่การยึดสัมปทานจากเอกชน เพราะจะไม่ไปยุ่งกับเอกชนที่ได้สัมปทานไปแล้ว แต่จะดำเนินการเฉพาะการให้สัมปทานรอบใหม่เท่านั้น ขณะเดียวกันยังเสนอให้มีการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ โดยให้รัฐถือหุ้น 100% เพื่อให้การดูแลด้านพลังงานของประเทศครอบคลุมมากขึ้น

คืนสุขชาวสวนภาคตะวันออก

ขณะที่ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝ่ายพลเรือน กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคตะวันออกปี 2557 กระจายผลผลิตและส่งเสริมการแปรรูป โดยอนุมัติวงเงิน 50.927 ล้านบาท แยกเป็นเงินทุนหมุนเวียนปลอดดอกเบี้ย 2.8 ล้านบาท และเงินจ่ายขาด 48.127 ล้านบาท โดยนำไปใช้กระจายผลผลิต สนับสนุนเงินชดเชยค่าขนส่ง ค่าบริหารจัดการผลผลิต เสริมสภาพคล่องซื้อขายผลไม้ สนับสนุนเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ร้อยละ 3 ต่อปี ส่งเสริมการแปรแปรรูปมังคุดและเงาะเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม จ.ตราด จ.จันทบุรี

เว้นเบี้ยปรับชำระหนี้กองทุนฯ

ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวว่า และยังอนุมัติให้ยกเว้นเบี้ยปรับจากการผิดนัดชำระหนี้ ตามกรอบแนวทางการติดตามการชำระหนี้กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้แก่กลุ่มเกษตรกร จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นลูกหนี้โครงการสนับสนุนการจัดซื้อเตาอบและเงินทุนหมุนเวียนรับซื้อลิ้นจี่เพื่อแปรรูป ปี 2540 จำนวน 26,631.53 บาท จำนวน 11 กลุ่ม ที่ได้ชำระเงินต้นและค่าเบี้ยปรับรวมกันแล้วเกินกว่าเงินต้นที่กู้ยืม โดยให้นำค่าเบี้ยปรับที่กลุ่มเกษตรกรชำระแล้วมาชำระเป็นเงินต้นที่คงค้าง จำนวน 107,691.08 บาท เพื่อปรับลดภาระหนี้และตัดออกจากบัญชีลูกหนี้คงค้างของกรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับค่าเบี้ยปรับที่ชำระไว้เกินกว่าเงินต้น 63,059.12 บาท ให้ยกเป็นรายได้ของกองทุนรวมฯ การยกเว้นเบี้ยปรับให้ครอบคลุมถึงกลุ่มเกษตรกรลูกหนี้กลุ่มอื่น โดยใช้กรอบแนวทางเดียวกัน

ขยายเวลากู้เงินจัดหาปัจจัยผลิต

ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังอนุมัติขยายระยะเวลาโครงการเงินกู้เพื่อจัดหาปัจจัยการผลิตในการทำนา ฤดูการผลิตปี 2547/48 จากเดิมสิ้นสุด ธ.ค.54 เป็นสิ้นสุด ธ.ค.57 เพื่อให้กรมการปกครองเร่งรัดติดตามการชำระหนี้คงค้าง และนำเงินส่งคืนกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อปิดบัญชีโครงการต่อไป ซึ่ง พล.อ.ฉัตรชัยย้ำว่า หลักการ คสช.ในการช่วยเหลือเกษตรกรมุ่งลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพื่อลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการควบคุมการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายอย่างเคร่งครัด อาทิ การควบคุมราคา คุณภาพปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย ค่าเช่าที่นา เป็นต้น ขอให้หัวหน้าส่วนราชการลงไปกำกับดูแลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือชาวนาและเกษตรกรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

คสช.ถกบัวแก้วอียูจ่อลดสัมพันธ์

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกระแสข่าวประเทศสมาชิกคณะรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศแห่งสหภาพยุโรป (อียู) เตรียมลงมติรับรองมาตรการปรับลดระดับความสัมพันธ์ระหว่างอียู-ไทย อย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มิ.ย. หลังครบรอบ 1 เดือน การรัฐประหารของไทย เพื่อกดดันให้ คสช.นำประเทศไทยคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วว่า เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรที่เป็นทางการออกมา เป็นเพียงข่าวเท่านั้น ต้องขอหารือกับกระทรวงการต่างประเทศก่อน รวมทั้งข่าวทบทวนความสัมพันธ์ทางทหาร การชะลอการลงนามร่างกรอบความตกลงความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้านระหว่างอียูกับไทย การทบทวนภารกิจเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลุ่มประเทศอียูเดินทางเยือนไทยว่ามีข้อเท็จจริงเพียงใด เรื่องระหว่างประเทศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่เชื่อว่านานาชาติเข้าใจการเข้ามาของ คสช. ดังนั้น การดำเนินการใดๆของนานาชาติ หากจะมีก็เป็นเรื่องขั้นตอนกฎหมายของเขามากกว่า เพราะการฝึกร่วมทางทหารยังมีอยู่ ชะลอแค่ 2-3 โครงการเท่านั้น และความร่วมมือที่มีมานานยังเหมือนเดิม

ขอเปิดใจกว้างรับฟังเหตุผลบ้าง

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ส่วนที่อียูเรียกร้องให้ คสช.เร่งกำหนดกรอบเวลาการเลือกตั้งให้ชัดเจน พร้อมขอให้เคารพสิทธิมนุษยชน เสรีภาพขั้นพื้นฐานนั้น ที่ผ่านมาได้ทำความเข้าใจผ่านในหลายช่องทางที่มีอยู่ แยกเป็นประเด็นๆตามข้อกังวลสงสัย มั่นใจว่าข้อมูลในทุกประเด็น ไทยมีหลักเหตุผลข้อเท็จจริงสนับสนุนอย่างเพียงพอ ขอให้เปิดใจกว้าง และเห็นใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในห้วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะทางออกของปัญหาที่ได้พยายามแสวงหามาตลอดถูกปิดสนิทลงหมดทุกทาง เชื่อว่าส่วนใหญ่มีความเข้าใจที่ดีขึ้น ส่วนวันที่ 23 มิ.ย.ที่จะมีการประชุมตามวงรอบประจำเดือนของคณะรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหภาพยุโรป ทั้ง 28 ชาติ ซึ่งบางฝ่ายคาดว่าอาจจะมีการทบทวนกรอบความร่วมมือในทุกมิติ ที่สหภาพยุโรปกับไทยมีแผนที่จะตกลงกันมายาวนานแล้วตั้งแต่ช่วงปี 47 ซึ่งปัจจุบันก็ยังอยู่ในช่วงระหว่างการดำเนินการนั้น จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามต่อไป

ยกโพลคนไทยปลื้มพิสูจน์ผลงาน

พ.อ.วินธัยกล่าวต่อว่า เวลานี้ทุกหน่วยราชการพยายามสร้างความเข้าใจอยู่ ต้องเข้าใจเรื่องต่างประเทศมันละเอียดอ่อนจริงๆ ถือว่า คสช.เข้ามาบริหารประเทศได้เวลาหนึ่ง ไม่ได้เป็นไปในเชิงลบทีเดียว ดูจากโพลคนไทยมีความสุขมากขึ้น หลายเรื่องที่ คสช.ทำต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่างกรณีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปรับลดระดับไทยมาอยู่ในระดับ Tier 3 ต่ำสุดในการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจัดการปัญหาค้ามนุษย์ ต้องเข้าใจว่าเรื่องความน่าเชื่อถือมันเป็นมาแต่อดีต เพียงแค่มาประกาศผลตอนนี้ ไม่ใช่เริ่มประเมินผลเมื่อ คสช.เข้ามา เป็นหน้าที่ของเราต่อไปที่จะทำเรื่องต่างๆให้ดีขึ้น คสช.พยายามทำทุกอย่าง วัดผลในวันข้างหน้าต้องดีขึ้น เขาเป็นประเทศประชาธิปไตยจะออกตัวเต็มที่สนับสนุนไม่ได้ บางอย่างต้องหยุดหรือชะลอ เพื่อไม่ให้ดูว่าสนับสนุนการรัฐประหาร

ส.อ.ท.หวั่นมะกันเล่นไม่เลิก

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2557 โดยลดอันดับไทยไปอยู่อันดับที่เลวร้ายที่สุด หรือระดับ 3 (Tier 3) ว่า การมาอยู่ใน Tier 3 สหรัฐฯจะมีบทลงโทษไทย คือ รัฐบาลสหรัฐฯจะไม่นำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทย ตัดความช่วยเหลือด้านอื่น ที่ไม่ใช่ด้านการค้าและมนุษยธรรม เช่น ด้านการศึกษา วัฒนธรรม อาจรวมถึงด้านการทหารด้วย โดยอาจมีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นด้วยการพูดคุยกับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารโลก ระงับการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องให้ไทยมีต้นทุนด้านการเงินสูงขึ้น กระทบต่อเครดิตประเทศ

เสียวดาบสองเรื่องแรงงานเด็ก

นายวัลลภกล่าวว่า นอกจากนี้ยังต้องติดตามรายการสถานการณ์การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย (Worst Forms of Child Labor) ที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯจะประกาศในเดือน ก.ย.นี้ด้วย โดยในปี 2556 ไทยติด 1 ใน 10 ประเทศที่มีการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย แต่อยู่ในระดับที่การแก้ปัญหามีความคืบหน้ามาก ซึ่งการประกาศผลในปีนี้ หากสินค้าไทยหลายรายการ กุ้ง ปลา สิ่งทอ อ้อยและน้ำตาล ไม่หลุดจากบัญชีนี้ หรือจะหลุดบางสินค้า และบางสินค้าอาจอยู่ในระดับที่แย่ลง หากกระทรวงแรงงานยึดถือตามรายการของกระทรวงการต่างประเทศ ก็อาจเป็นไปได้ว่า สินค้าเหล่านี้อาจอยู่ในระดับที่แย่ลงด้วย ส่วนจะมีผลให้ผู้นำเข้าสหรัฐฯไม่นำเข้าสินค้าจากไทยด้วยหรือไม่ ยังไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ การนำเข้าสินค้าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของภาคเอกชน ที่จะซื้อสินค้าจากใครก็ได้ แต่ขอยืนยันว่า สินค้าไทยโดยเฉพาะ 2 รายการที่น่าเป็นห่วงคือ อาหารทะเล และสิ่งทอ ไม่ได้ผลิตจากแรงงานบังคับ ผิดกฎหมาย มาตรฐานแรงงานของ เราเป็นไปตามมาตรฐานแรงงานสากล 100 เปอร์เซ็นต์
ไม่ตอบโต้แต่ใช้วิธีชี้แจงให้เข้าใจ

นายวัลลภกล่าวอีกว่า การสั่งซื้อสินค้า ผู้นำเข้าของสหรัฐฯจะกำหนดกฎระเบียบ และมาตรฐานต่างๆ (Code of Conduct) ให้ผู้ผลิตสินค้าผลิตตาม หากไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะไม่สั่งซื้อ อย่างในอุตสาหกรรมสิ่งทอ มีการกำหนดมาตรฐานต่างๆ มากถึง 12-14 ข้อ ส่งคนมาตรวจสอบโรงงานปีละ 1-2 ครั้ง ก่อนหน้านี้ผู้ส่งออกได้นำเสนอข้อมูลเหล่านี้ต่อกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯอยู่แล้ว แต่สหรัฐฯยังอ้างว่าประเทศไทยยังมีการผลิตสินค้าหลาย รายการ คือ กุ้ง ปลา สิ่งทอ อ้อยและน้ำตาล โดยใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ แรงงานขัดหนี้อยู่ดี จึงให้ไทยอยู่ในระดับ Tier 3 อย่างไรก็ตาม แม้การพิจารณาจะไม่เป็นธรรมกับไทย แต่คงไม่ใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ต้องเดินหน้าชี้แจงทำความเข้าใจกับทั้งหน่วยงาน และผู้บริโภคของสหรัฐฯ ให้เข้าใจว่าไทยไม่มีการใช้แรงงานบังคับ เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ขณะที่ภาครัฐของไทยต้องเร่งทำงานให้หนักขึ้น เพื่อกำจัดการค้ามนุษย์ให้หมดไป

“อิสสระ” จวกสหรัฐฯมีอคติ คสช.

นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า การที่สหรัฐฯลดระดับไทยมาอยู่ที่ Tier 3 หรือล้มเหลวนั้น ต้องยอมรับว่าปัญหานี้ยังมีอยู่จริงและมีอยู่ในเกือบทุกประเทศ ในไทยก็มี แต่อยู่ในสถานะที่น้อยลงกว่าอดีต จึงขัดต่อข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาเกือบทุกรัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งมีความหมายที่กว้างมาก ตั้งแต่ปัญหาขอทาน คนจร การใช้แรงงานเด็กและสตรี การบังคับเด็กและสตรีค้าประเวณี ปัญหาแรงงานในเรือประมง ที่โยงไปถึงปัญหาแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องในหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน สมัยตนเป็น รมว.การพัฒนาสังคมฯก็เน้นย้ำเรื่องเหล่านี้ แต่ต้องยอมรับว่าการติดตามตรวจสอบทำได้ยาก แต่ไม่ใช่ว่าละเลยไม่แก้ไข ยังมีข่าวตรวจตราจับกุมตลอด ดังนั้น จึงมองว่าเป็นการประกาศที่รุนแรงเกินไป ควรจะอยู่ในระดับเดิมที่ Tier 2 จึงมีคนมองว่าเป็นการดิสเครดิต คสช.หรือไม่

ชงโอนปราบค้ามนุษย์ขึ้นตรง พม.

นายอิสสระกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเคยเสนอให้ย้ายกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปขึ้นกับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ตามลักษณะงานและให้เป็นระบบ ซึ่ง พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราช-กิจ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เคยเห็นพ้องกับข้อเสนอแนะนี้ เพื่อความชัดเจนและประสิทธิภาพการทำงาน อย่างไรก็ตาม การถูกลดระดับลงมา ต้องถือว่าเป็นผลงานของรัฐบาลที่แล้ว ที่ไม่เร่งแก้ไขให้เป็นรูปธรรม ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับ คสช.
ปชป.แนะดึงทุกฝ่ายลงดูพื้นที่

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากข่าวที่ออกไปดูเหมือนไทยไม่เอาจริงเอาจังกับการค้ามนุษย์ จึงคิดว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเข้าใจและเอาจริงเอาจังกับการเผยแพร่ข่าวสาร และน่าจะเชิญหน่วยงานด้านแรงงาน และสิทธิมนุษยชนลงพื้นที่ เพื่อให้เห็นสภาพความเป็นจริง โดยไม่ยึดถือข่าวด้านลบอย่างเดียว จะสามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง

18 ประเทศร่วมถกภัยพิบัติเอเชีย

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า วันที่ 22-26 มิ.ย. ปภ.ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานว่าด้วยกลยุทธ์ระหว่างประเทศเพื่อการลดภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ (UNISDR) จัดประชุมระดับรัฐมนตรีแห่งเอเชียว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ที่ศูนย์ประชุมบางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีผู้แทนรัฐบาลระดับรัฐมนตรีจาก 18 ประเทศ หัวหน้าหน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติ 22 ประเทศ รวมถึงเครือข่ายองค์การระหว่างประเทศ กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในและต่างประเทศรวมกว่า 3,000 คน จาก 63 ประเทศเข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมผลักดันกลไกเชิงนโยบายการจัดการภัยพิบัติภูมิภาคเอเชียและระดับโลกให้เป็นรูปธรรม ซึ่งรัฐมนตรีจาก 18 ประเทศ ยืนยันจะเข้าร่วมประชุมวันที่ 24 มิ.ย.นี้ โดยประเด็นสำคัญที่จะหารือ อาทิ การส่งเสริมการลงทุนเพื่อทำให้ประเทศและชุมชนพร้อมรับและฟื้นกลับเร็วจากภัยพิบัติ จากนั้นจะนำข้อสรุปการประชุมไปเสนอต่อที่ประชุมระดับโลกเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสมัยที่ 3 ณ เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ในเดือน มี.ค.2558

ขู่เชือด ขรก.รับประโยชน์แรงงาน

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงแรงงาน นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน จัด ประชุมบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตนำเข้าและจัดหาแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในไทยกว่า 200 บริษัท เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานของบริษัทจัดหางาน ค่าใช้จ่าย ค่าบริการจัดหางานให้แก่แรงงานต่างด้าวต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด โดยขอให้บริษัทจัดหางานปรับลดค่าใช้จ่ายการดำเนินการให้เป็นธรรม อย่าเอาเปรียบ ขอให้เก็บค่าบริการเป็นธรรมโปร่งใส ไม่ให้จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่เพื่อความสะดวกรวดเร็ว หากเจ้าหน้าที่รัฐเรียกเก็บก็ขอให้ร้องเรียนมาที่ตนโดยตรง ซึ่งประชุมข้าราชการกรมการจัดหางาน และกำชับแล้วว่าหากข้องแวะกับเรื่องที่ไม่เหมาะสมหรือเกี่ยวข้องกับเงินทองที่ไม่ถูกต้องจะลงโทษสถานหนักจะไม่ปล่อยไว้ และถ้าบริษัทนำเข้าแรงงานไม่ถูกต้องตามกฎหมายจะเพิกถอนใบอนุญาตและสั่งปิดบริษัททันที สำหรับแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศกว่า 1 แสนคนนั้น ขณะนี้แรงงานดังกล่าวที่มีพาสปอร์ตเริ่มกลับเข้ามาในไทยแล้ว

ห่วงไทยถูกกีดกันทางการค้า

นายจีรศักดิ์กล่าวต่อว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายบริหารแรงงานต่างด้าว (กนร.) กำหนดนโยบายชัดเจนจะขอความร่วมมือบริษัทมาร่วมกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบริการแรงงานต่างด้าวให้เหมาะสมเป็นธรรม ให้มีค่าใช้จ่ายเพียงค่าธรรมเนียมและค่าบริการเท่านั้น ต้องไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ส่วนการที่ไทยถูกกล่าวหา 3 เรื่องใหญ่ คือ 1.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปรับลดระดับประเทศไทยเป็นระดับ 3 2.กระทรวงแรงงานสหรัฐฯกล่าวหาว่าไทยมีสินค้า 5 ชนิดที่ใช้แรงงานเด็ก และ 3.สหรัฐฯตัดสิทธิพิเศษศุลกากรไทย เพราะไม่ประกาศรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98 เรื่องสิทธิเสรีภาพรวมตัวและเจรจาต่อรองแรงงานนั้น หน่วยงานรัฐและเอกชนต้องร่วมมือแก้ปัญหา เพราะทำให้ไทยถูกตัดสิทธิพิเศษ ทำให้ต้องขายสินค้าราคาแพงขึ้น ทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าลดลง และก่อให้เกิดการเลิกจ้างแรงงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริษัทจัดหางานได้ร้องเรียนปัญหาในห้องประชุมว่าถูกเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐบางแห่งเรียกเก็บค่าหัวแรงงานต่างด้าว และนายจ้างเลือกใช้นายหน้าเถื่อนที่ไม่ได้จดทะเบียน รวมทั้งมีต่างชาติใช้วีซ่านักท่องเที่ยวแอบเข้ามาทำงานโดยมีนายจ้างไปรอรับที่ชายแดน โดยเฉพาะชาวเวียดนามแห่เข้ามามาก ขอให้กระทรวงแรงงานแก้ไข

โพลเชียร์ “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯเอง

วันเดียวกัน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒน– บริหารศาสตร์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,259 ตัวอย่าง “คสช.ควรเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 41.30 ควรเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมา ร้อยละ 8.50 ควรเสนอนายอานันท์ ปันยารชุน ตามด้วยนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายพลากร สุวรรณรัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นายชวน หลีกภัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ตามลำดับ ขณะที่ร้อยละ 10.33 ยังไม่เห็นมีใครเหมาะสม และร้อยละ 26.53 บอกไม่แน่ใจ

ประเมินผลงาน 1 เดือน คสช.

ด้าน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,614 คน “ประเมินผลงาน 1 เดือน คสช.” พบว่า ในภาพรวมร้อยละ 72.79 เห็นว่า บรรยากาศบ้านเมืองดีขึ้น สงบสุข ไม่วุ่นวาย ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง รองลงมาคือ การแก้ไขปัญหาสำคัญได้หลายเรื่อง เช่น ตรวจสอบงบ ช่วยชาวนา ลดค่าครองชีพ และอยากให้ดูแลบ้านเมืองต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าที่เข้าทาง สำหรับจุดเด่นของ คสช.ที่บริหารประเทศครบ 1 เดือน ร้อยละ 49.02 เห็นว่า ใช้อำนาจหน้าที่อย่างเหมาะสม ทำงานรวดเร็ว เด็ดขาด โดยเฉพาะการจ่ายเงินจำนำข้าว รองลงมาคือ จัดกิจกรรมคืนความสุขให้กับประชาชน สร้างความรักความสามัคคีคนในชาติ สำหรับปัญหาอุปสรรค ส่วนใหญ่เห็นว่ายังมีคนบางกลุ่มไม่ยอมรับ ต่อต้าน มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน รองลงมาคือ ขาดความเชี่ยวชาญในการบริหารประเทศ ทำให้ดูเหมือนเป็นการประชานิยมมากเกินไป

เกินครึ่งบอกพึงพอใจมาก

ส่วนสิ่งที่ประชาชนอยากฝากถึง คสช.ร้อยละ 44.08 ขอเป็นกำลังใจให้ทำงานต่อไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รองลงมาอยากให้แก้ปัญหาที่สำคัญเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ ทุจริตคอร์รัปชัน เร่งปฏิรูปประเทศให้เจริญก้าวหน้าและมีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ ส่วนความพึงพอใจในการบริหารประเทศครบ 1 เดือน ร้อยละ 50.84 บอกว่าพึงพอใจมาก เพราะทำให้บ้านเมืองสงบสุข แก้ปัญหาได้รวดเร็ว ตรงจุด ร้อยละ 39.57 ค่อนข้างพอใจ เพราะชีวิตความเป็นอยู่เข้าสู่สภาวะปกติ ปลอดภัยมากขึ้น ทหารคอยดูแลและอำนวยความสะดวก มีเพียงร้อยละ 5.27 ไม่ค่อยพอใจ เพราะเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ ไม่มีอิสระ

หวั่นเชื้อทุจริต–มาเฟียฆ่าไม่ตาย

ขณะที่มาสเตอร์โพล ชมรมนักวิจัยไทย ความสุขชุมชน เผยผลสำรวจประชาชน จำนวน 1,215 คน ประเมินทัศนคติอันตรายว่าด้วยการยอมรับรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันแต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ และความพอใจของสาธารณชนต่อการจัดระเบียบสังคม พบว่าหลังจากมี คสช.ร้อยละ 68.2 ไม่ยอมรับรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน ถึงแม้ตนเองได้ประโยชน์ ขณะที่ร้อยละ 31.8 ยังมีทัศนคติยอมรับรัฐบาลที่ทุจริตคอร์รัปชัน โดยร้อยละ 84.7 กังวลว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชันจะกลับมาในกลุ่มนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ นายทุน และกลุ่มอาชีพอื่นอีก หลังจากการเลือกตั้ง สำหรับนโยบายจัดระเบียบสังคม เจ้าพ่อ มาเฟีย คะแนนเต็ม 10 พบว่า การปราบปรามบ่อนการพนันได้ 9.3 คะแนน การจัดระเบียบรถตู้ ได้ 8.6 คะแนน การจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์ได้ 8.1 คะแนน การจัดระเบียบรถแท็กซี่ได้ 7.9 คะแนน และการแก้ปัญหาแรงงานต่างชาติ ปัญหาการค้ามนุษย์ได้ 6.4 คะแนน ตามลำดับ แต่ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกกังวลว่า ปัญหาสังคม เจ้าพ่อ มาเฟียจะกลับมาอีกหลังการเลือกตั้ง

ขอสื่อมีเสรีบนความรับผิดชอบ

เวลา 09.30 น. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดสัมมนา “1 เดือน คสช. เสรีภาพสื่อบนความรับผิดชอบ” ช่วงเช้ามีการเสวนา “การจัดระเบียบสื่อไทยภายใต้ คสช.?” โดยนายสุภาพ คลี่ขจาย ประธานชมรมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล กล่าวว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลได้รับผลกระทบอย่างมากหลังการรัฐประหาร เพราะหลายช่องถูกระงับการออกอากาศ ขณะที่ทีวีดิจิตอลแต่ละช่องลงทุนสูง ใช้เงินประมูลหลักพันล้านบาท ทีวีดาวเทียมลงทุนในหลักล้าน เชื่อว่า คสช.มีเจตนาที่ดี ต้องการให้สื่อที่เป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้งอยู่ในการควบคุมของ คสช.และง่ายต่อการปฏิรูปสื่อ ดังนั้นในอนาคตผู้ประกอบทีวีดิจิตอลต้องมีความรับผิดชอบควบคู่ไปกับเสรีภาพของการนำเสนอข่าว แต่ละช่องควรสร้างความแตกต่างในการนำเสนอเนื้อหาให้ได้

เฉ่ง กสทช.เพิกเฉยสื่อเลือกข้าง

นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า บทบาทการจัดระเบียบสื่อโทรทัศน์ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังไม่ดีพอ ที่ผ่านมายังมีสื่อประเภทยุยงทำให้เกิดความขัดแย้ง แต่ กสทช.กลับเพิกเฉย จน คสช.เข้ามาจัดการกับสื่อประเภทนี้ออกไป ขณะที่เมื่อสื่อถูกปิดกั้นเสรีภาพ บทบาทของสมาคมนักข่าวฯและสภาการนักหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ยังเป็นแค่เสือกระดาษ มีแค่แถลงการณ์ตอบโต้ ดังนั้นก่อนที่จะมีการปฏิรูปสื่อ ควรแก้ไขบทบาทดังกล่าวก่อน

ปล่อยผีทีวีดาวเทียมปลาย มิ.ย.

ขณะที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า เห็นด้วยต่อกรณีส่งคืนรายได้การประมูลทีวีดิจิตอลให้เป็นรายจ่ายของแผ่นดิน แต่ขอให้นำไปใช้อย่างถูกต้อง โดยการแก้ไขกฎหมาย พร้อมจัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายอย่างโปร่งใส และนำเสนอต่อรัฐสภา ส่วนสื่อดาวเทียมและวิทยุท้องถิ่นที่ยังออกอากาศไม่ได้ ยืนยันภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ จะออกอากาศได้ตามเดิม ส่วนกรณีการแจกคูปองส่วนลดซื้อกล่องสัญญาณทีวีดิจิตอล ในวันที่ 23 มิ.ย. เวลา 14.00 น. กสทช.จะประชุมเพื่อหาข้อสรุป และเตรียมจัดทำประชาพิจารณ์ขอความเห็นจากประชาชน ให้เสร็จภายในวันที่ 15 ก.ค. โดยจะเริ่มแจกคูปองได้ในเดือน ก.ย.

วอนเสรีภาพสื่อเท่า รธน.50

ต่อมาช่วงบ่าย มีเสวนาหัวข้อ “เสรีภาพสื่อมวลชนภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.255...” โดยนายมานิจ สุขสมจิตร อดีตนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรวิชาชีพสื่อพูดเสมอว่าไม่ควรใช้เสรีภาพล้นฟ้าโดยอ้างว่าเป็นสื่อ เพราะเสรีภาพนี้ได้มาเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารรอบด้าน ไม่ใช่สู้มาเพื่อให้ได้ประโยชน์ส่วนตนของนายจ้าง ธุรกิจ นักการเมือง ดังนั้นในเรื่องเสรีภาพต้องเรียกร้องให้มีอยู่จงได้ ตามที่เคยระบุในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2549 ใครจะไปเจรจากับ คสช.ขอฝากเรื่องนี้ไปด้วย ขอให้รับรองสิทธิเสรีภาพเท่ากับรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2549 ส่วนรัฐธรรมนูญจริง เรียกร้องว่าอย่างน้อยให้มีเสรีภาพเท่ารัฐธรรมนูญปี 50 ตามมาตรา 45-48 โดยเฉพาะการห้ามนักการเมืองเข้ามาถือหุ้นสื่อ และต้องออกกฎหมายลูก คือ พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่เคยทำไว้ ดังนั้น ใครจะเป็น สนช.ขอฝากกฎหมาย
นี้ไว้ด้วย

ไม่เอาการเมืองเอี่ยวสภาปฏิรูป

อีกเรื่อง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ระบุถึงแนวทางการตั้งสภาปฏิรูป ซึ่งมีตัวแทนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพรรคการเมือง เข้ามาอยู่ในสภาปฏิรูปด้วย ว่าคน
ที่ควรเข้าไปไม่ควรเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเมืองในอนาคต ถ้าเป็นอย่างนั้นคงไม่พ้นคำครหาว่าเข้าไปเพื่อประโยชน์ของตัวเองหรือฝ่ายการเมืองอีก แต่ก็เข้าใจว่า คสช.คงต้องการให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปมีส่วนในการแก้ไขปัญหา แต่พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ต้องไม่ให้นักการเมืองเข้าไปนั่งในสภาปฏิรูปด้วยตัวเอง แต่สามารถให้ความเห็น ข้อเสนอแนะต่อประเด็นต่างๆได้ และเรายินดีให้ความร่วมมือ ที่ผ่านมาได้เสนอไปบ้างแล้ว เช่น พ.ร.บ.การออมแห่งชาติ กฎหมายที่ดิน

ภท.เห็นแย้งนักการเมืองรู้ทุกเรื่อง

นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมสนับสนุนการปฏิรูปประเทศของหัวหน้า คสช.ควรนำนักการเมือง และพรรคการเมืองเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูปครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น สนช.หรือสภาปฏิรูป น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่ามีโทษ นักการเมืองรับทราบปัญหาในทุกมิติ ส่วนการปฏิรูปประเทศอย่างเร่งด่วน คือ เรื่องการศึกษา การแก้ปัญหาปากท้องและความเท่าเทียมของประชาชน จัดหาที่ดินทำกินให้ชาวบ้านอย่างทั่วถึง กระจายความเจริญสู่ภูมิภาคเพื่อไม่ให้คนเข้ามาทำงานในกรุงฯ ควรยึดโยงกับประชาชนที่เป็นผู้ตัดสินใจเป็นสำคัญ และนานาชาติให้การยอมรับด้วย

“ชวน” เข้าโรงหมอซ่อมถุงน้ำดี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และพักรอรับการรักษาที่อาคารสิริกิติ์ เนื่องจากพบว่ามีอาการป่วยตัวร้อนโดยไม่ทราบสาเหตุและอ่อนเพลีย ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 20 มิ.ย. เบื้องต้นคณะแพทย์ตรวจพบว่านายชวนเกิดอาการอักเสบของถุงน้ำดีจากนิ่วอุดตัน ซึ่งแพทย์จะส่องกล้องตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนวิเคราะห์เพื่อเลือกวิธีการรักษา ว่าจะให้รับประทานยาควบคู่กับการให้ยาฆ่าเชื้อลดอาการตัวร้อน และจะทำการรักษาด้วยการผ่าตัดเล็กได้หรือไม่ แต่ก่อนที่นายชวนจะเข้ารักษาตัว ได้รับประทานยาแอสไพรินลดไข้ จึงทำให้เลือดอาจแข็งตัวช้า ซึ่งหากผ่าตัดอาจเป็นอันตราย โดยแพทย์สั่งห้ามเยี่ยมเพราะต้องการให้นายชวนพักผ่อนมากๆ ขณะที่นายชวนต้องยกเลิกการเดินทางไปพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงค่ำวันที่ 22 มิ.ย. กับคณะกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์บางส่วนที่วางโปรแกรมไว้ล่วงหน้า

ทหาร–การเคหะร่วมคืนความสุข

ที่ลานกีฬา การเคหะแห่งชาติ ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผบ.พล.ร.2 รอ. พร้อมนายกฤษดา รักษากุล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ร่วมกันจัดงานคืนความสุขให้ทุกชุมชน ตามนโยบาย คสช. โดยภายในงานมีศิลปินดาราเข้าร่วม และออกบูธตรวจสุขภาพโดยแพทย์ทหาร พร้อมกิจกรรมแจกอาหารกลางวัน ตัดผมหญิง-ชาย เล่นเกม และการแสดงของวงดนตรีดุริยางค์ทหารบก ซึ่งไฮไลต์ของงานคือการปล่อยลูกโป่งสวรรค์สีดำ มีข้อความที่ทำให้คนไทยเป็นทุกข์ เช่น “ความแตกแยก” “เกลียดชัง” “ทุกข์” เพื่อเป็นการปล่อยสิ่งไม่ดี

คนแห่ร่วมสนุกเซ็นทรัลพระราม 9

ต่อมาช่วงเย็น ที่หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์ ร่วมกับสำนักงานเขตห้วยขวาง กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และภาคเอกชน จัดกิจกรรมคืนความสุขให้คนไทย ภายในงานมีการเปิดร้านอาหาร 4 ภาค แจกให้ประชาชนฟรี มีการจัดกิจกรรมรับแจกของที่ระลึกมากมาย รวมถึงมีบริการตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลกรุงเทพ และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฟรี ส่วนบนเวทีมีการแสดงกิจกรรมของนักเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เพื่อสร้างความบันเทิงเพลิดเพลินให้แก่ผู้มาร่วมงาน โดยมีประชาชนมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ก่อนที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก ทุกคนต้องเข้าไปหลบฝนภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จนเวทีต้องประกาศยุติกิจกรรมทันทีเพื่อความปลอดภัย

ไอซีทีประสานถอนวีซ่า “โรส”

พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ที่ปรึกษากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะที่ปรึกษาชุดทำงานเร่งรัดคดีสำคัญ กล่าวถึงการติดตามดำเนินคดี น.ส.ฉัตรวดี อมรภัทร หรือ โรส ที่ถูกออกหมายจับคดีหมิ่นสถาบัน หลังศาลอนุมัติหมายจับว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกระทรวงต่างประเทศเพิกถอนหนังสือเดินทาง จากการตรวจสอบสถานะ โรส-ฉัตรวดี พบยังถือสัญชาติไทย แต่อยู่ระหว่างขอสัญชาติอังกฤษ ทางตำรวจและกระทรวงต่างประเทศจึงได้ประสานความร่วมมือถอนวีซ่า หากขอสัญชาติอังกฤษไม่ผ่านให้กลับไทยทันที หากผ่านจะขออังกฤษส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน


“วินธัย” ยันปล่อย “กริชสุดา” แล้ว

พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีองค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ แสดงความกังวลต่อการหายตัวไปของ น.ส.กริชสุดา คุณะแสน ผู้เคลื่อนไหวต้านรัฐประหาร จ.ชลบุรี ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ได้ควบคุมตัวเมื่อวันที่ 28 พ.ค. เนื่องจาก น.ส.กริชสุดา เกี่ยวพันกับผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่ต้องสงสัยว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องเรื่องอาวุธสงคราม และความผิดตามมาตรา 116 (2) กับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี โดยครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาและให้กลับบ้านแล้ว แต่เพราะเจ้าตัวไม่ยอมเปิดเผยตัวเองต่อสังคม จึงทำให้หลายฝ่ายอาจเข้าใจผิดและเป็นกังวล ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. คสช.ต้องการขอความร่วมมือจากน.ส.กริชสุดาเพิ่มเติม รวมทั้งต้องการให้เข้าสู่กระบวนการปรับทัศนคติและสร้างความเข้าใจเพิ่มเติม จึงประกาศเชิญให้มารายงานตัว ซึ่งปฏิบัติทุกขั้นตอนยึดมั่นหลักสิทธิมนุษยชน ขอให้ทุกฝ่ายรวมทั้งองค์กรสิทธิฯสบายใจได้

“จารุพงศ์” ดิ้นสู้เปิดเฟซบุ๊กใหม่

เมื่อเวลาประมาณ 14.45 น. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ” ว่า “ผมขอเชิญทุกท่านร่วมติดตามความเคลื่อนไหว และข่าวสารสำคัญของเครือข่ายประชาธิปไตย ได้ที่เพจใหม่ของผม ผมจะไม่สยบยอมต่ออำนาจเผด็จการทหาร และจะยืนหยัดสู้เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย และจนกว่าเผด็จการทหารจะคืนอำนาจที่แท้จริงให้แก่ประชาชนไทยทุกคน https://www. facebook. com/CharupongOfficial” ทั้งนี้เมื่อเปิดเข้าไปดูในเพจเฟซบุ๊กใหม่ของนายจารุพงศ์ ปรากฏว่ามีการใช้รูปประจำตัวเป็นรูปนายจารุพงศ์ และภาพหน้าปกเป็นตัวหนังสือบนพื้นที่สีน้ำตาล มีข้อความว่า “ด้วยความเชื่อมั่น ต่อพลังประชาธิปไตยของประชาชน” โดยภาพดังกล่าวถูกอัพโหลดตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา

กลุ่มแซนด์วิชมาตามนัดที่พารากอน

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ลานน้ำพุ หน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบนับร้อยนาย สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายข่าวกรองนอกเครื่องแบบของ คสช. แฝงตัวกระจายกำลังเพื่อเตรียมสกัดกั้นการจัดกิจกรรมค้านรัฐประหาร ของกลุ่มต่อต้านที่ใช้ชื่อ “ศูนย์นิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศ ไทย” ที่นัดรวมตัวผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก จัดกิจกรรมกินแซนด์วิช ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวชายวัยรุ่น 6 ราย ภายในบริเวณศูนย์อาหารชั้น 1 ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้มาจับจ่ายใช้สอย จากนั้นนำตัวไปสอบสวนที่ สน.ปทุมวัน กระทั่งเวลา 16.40 น. ตำรวจกว่า 50 นาย เริ่มตั้งแถวหน้ากระดานรอบพื้นที่ลานน้ำพุ ขณะที่กลุ่มแนวร่วมเริ่มทยอยเดินทางกันมาในแบบจรยุทธโดยไม่มีสัญลักษณ์แสดงตัว เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถเข้าควบคุมตัวได้

ล็อกตัวชายเปิดเพลงชาติฝรั่งเศส

กระทั่งมีชายรายหนึ่งอายุประมาณ 25-30 ปี รูปร่างท้วม แต่งกายด้วยเสื้อสีขาว เนคไทแดงมีเข็มกลัดสัญลักษณ์ดาวแดงค้อนเคียวติดอยู่ เดินมานั่งที่ลานน้ำพุ ก่อนควักหนังสือแปล พ็อกเกตบุ๊ก เรื่อง หนึ่งเก้าแปดสี่ 1984 มานั่งอ่าน แล้วนำแซนด์วิชมานั่งกิน พร้อมนำโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน มาเปิดเพลง ชาติฝรั่งเศสด้วย ทำให้สื่อมวลชนทั้งไทยและเทศจำนวนมาก กรูเข้าไปบันทึกภาพ พร้อมกับเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบรายหนึ่งเข้ามาถาม ซึ่งชายคนดังกล่าวตอบว่า เพื่อเสรีภาพ ภราดรภาพ และความเสมอภาค การกินแซนด์วิชอ่านหนังสือฟังเพลงผิดข้อหาอะไร สถานการณ์เริ่มชุลมุนเมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามามุงดูเหตุการณ์มากขึ้น ตำรวจจึงต้องเข้าไปยืนล้อมชายรายนี้ไว้ แล้วจู่ๆกำลังทหารนอกเครื่องแบบ 5-6 นาย เข้าไปลากตัวชายรายนี้ออกจากลานน้ำพุ แต่เจ้าตัวดิ้นรนขัดขืน จึงถูกอุ้มตัวออกไปยังทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้คน โดยหลังจากชายรายนี้ถูกจับได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก กิจกรรมกินแซนด์วิชต้านรัฐประหาร จึงยุติไปโดยปริยาย

คุมตัว 7 นศ.ไปสโมสร ทบ.วิภาวดี

สำหรับรายชื่อนักศึกษาที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวไป สน.ปทุมวัน เพื่อทำประวัติ ก่อนถูกส่งตัวไปควบคุมที่สโมสรกองทัพบก วิภาวดี ประกอบด้วย นายปิยรัฐ จงเทพ อายุ 23 ปี เรียนปริญญาโท ปี 2 นายกิตติสัณห์ อุตสาหประดิฐ อายุ 19 ปี ชั้นปี 1 คณะรัฐศาสตร์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ 21 ปี คณะนิติศาสตร์ ปี 3 นายวรพิพัฒน์ ลามพัด อายุ 19 ปี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ อายุ 22 ปี ชั้นปี 3 มหา– วิทยาลัยพระจอมเกล้าฯ นายเสกสรร สายสืบ อายุ 22 ปี ชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้า พระนครเหนือ และนายกิตติธัช สุมาลย์นพ อายุ32 ปี นักศึกษาปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ถูกควบคุมตัวมีความผิดเพราะพบหลักฐานเป็นแซนด์วิชในกระเป๋า ด้าน พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า มีไอเดียใหม่อยากให้ประชาชนที่มาเดินจับจ่ายในศูนย์การค้า หากพบกลุ่มที่ออกมาแสดงสัญลักษณ์ต่อต้าน ให้ถ่ายภาพมาให้ตำรวจ หากนำไปสู่การจับกุมผู้ที่กระทำความผิดได้ จะมีรางวัลให้ภาพถ่ายละ 500 บาท

จับหญิงชราใส่เสื้อ “respect”

ก่อนหน้านี้เวลา 11.00 น. ที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษกกลุ่ม นปช. นัดหมายกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมทางการเมือง โดยมีคนเสื้อแดงสวมเสื้อขาวดำราว 30 คนเข้าร่วม ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบทั้งทหาร ตำรวจ เข้ามาขอตรวจบัตรประชาชน ผู้มาร่วม แม้นายธนาวุฒิพยายามชี้แจงว่า เป็นการทำบุญให้คนตายทุกสีเสื้อไม่แบ่งแยก ไม่มีการแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวหญิงชรา 2 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.อุษณีย์ เศรษฐสุนทรีย์ และนางนิตยา อนันชิโย ขึ้นรถสายตรวจไปสอบสวนที่ สน.ปทุมวัน เพราะสวมเสื้อสีขาวมีข้อความว่า “respect my vote” ก่อนปล่อยตัวนางนิตยา และส่งตัว น.ส.อุษณีย์ ที่สวมเสื้อข้อความไม่ถูกต้องและให้เจ้าหน้าที่ทหารมารับตัวไป

23 มิ.ย. 2557 07:25 23 มิ.ย. 2557 09:13 ไทยรัฐ