วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

49 ปี Singaporenomics

หญิงไทยชอบซื้อรองเท้ายี่ห้อ “ชาร์ลสแอนด์คีธ” คนไทยสูงอายุชอบซื้อหมูแผ่นยี่ห้อ “บีเชงเฮียง
นักธุรกิจไทยไม่น้อยต้องไปตึกซันเทค แล้วลงไปเดินวน 3 รอบวงแหวนเหล็กน้ำตกใหญ่ที่สุดในโลกชื่อว่า “น้ำตกแห่งความมั่งคั่ง” และที่สุด คนไทยแทบทุกวัยชอบถ่ายรูปหน้ารูปปั้นสิงโตพ่นน้ำชื่อ “เมอร์ไลอ้อน” ไม่ต้องเฉลย ก็ถึงบางอ้อว่า ผมพูดถึงสิงคโปร์ ทำไม?

สิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีอายุน้อยเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มอาเซียน เป็นรองก็เพียงประเทศบรูไนเท่านั้น หากนับถึงปี 2556 ประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าเกาะภูเก็ตไม่มากนักได้มีอายุถึง 49 ปี ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า
สิงคโปร์ ใช้นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีทั้งอัตราเร่ง และอัตราเร็วมากที่สุดใน 10 ชาติอาเซียน และอาจเป็นอันดับ 2 ในทวีปเอเชียซะด้วยซ้ำไป ประเทศนี้ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วจนน่าจะทำให้คนในประเทศอื่นๆ ก้าวข้ามความรู้สึกอิจฉาริษยาไปสู่จุดแห่งความรู้สึกชื่นชม และน่าจะเอาส่วนที่ดีมาปรับใช้ให้เร็วที่สุด เพื่ออนาคตของลูกหลาน เพราะเกมเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ลองดูสถิติที่น่าสนใจต่อไปนี้ครับ นับตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลาถึง 7 ปีที่สิงคโปร์ครองอันดับ 1 ของโลกในรายงานการจัดอันดับประเทศที่เอื้ออำนวยความสะดวกในการจัดตั้งธุรกิจ
ซึ่งการจัดอันดับดังกล่าวนั้นจัดโดยบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ หรือ IFC ของธนาคารโลก
ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการหญิงไทยคนหนึ่งที่เข้าไปตั้งธุรกิจขายปลีกเสื้อผ้านำเข้าในสิงคโปร์ ซึ่งตั้งธุรกิจนานถึง 8 ปีแล้ว เธอเล่าให้ฟังว่า การเข้าไปจดทะเบียนเพื่อตั้งบริษัทนั้นใช้เวลาเพียง 10 นาที กับระบบออนไลน์ที่นี่ ธุรกิจสามารถเปิดร้านได้ทันที่นาทีที่ 11 หากจะมองในแง่เครือข่ายระบบสารสนเทศ หรือไอซีที ที่ทุกวันนี้มีความสำคัญสุดๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาตินั้น
สิงคโปร์ก็ได้รับการจัดอันดับ 2 ของโลกในด้านดัชนีความพร้อมด้านเครือข่ายสารสนเทศประจำปีนี้โดยเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม ซึ่งดัชนีที่ว่านี้สิงคโปร์ไม่เพียงชนะฮ่องกง แต่ยังทิ้งห่างฮ่องกงไม่ต่ำกว่า 12 อันดับ

ปี 2556 สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับที่ 4 ให้เป็นศูนย์กลางการเงินของโลก ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 4 ในแง่ดัชนีการพัฒนาการเงินของโลก แต่เป็นอันดับ 2 ในเอเชียโดยรองจากฮ่องกง ถึงแม้ว่าจะยังตามหลังฮ่องกงอยู่ก็ตาม แต่ระยะเวลาอีกเพียง 7 ปีเท่านั้น รายงานสำนักวิจัยเวลท์อินไซด์ ในกรุงลอนดอนอังกฤษ บอกชัดเจนว่า สิงคโปร์จะแซงสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นเป็นอันดับ 1 ศูนย์กลางการบริหารจัดการการเงินในต่างประเทศของโลก เมื่อหันมามองด้านขีดความสามารถในการแข่งขันทั่วโลกประจำปี 2013 ซึ่งจัดโดยสถาบันไอเอ็มดี ซึ่งเป็น 1 ใน 2 สถาบันจัดอันดับดังกล่าวในโลก ก็ยกสิงคโปร์อยู่ในอันดับ 5 ของโลก เป็นอันดับ 2 ในเอเชีย ซึ่งแน่นอนว่ายังตามหลังฮ่องกง

ด้านการท่องเที่ยว และทัวร์ของประเทศสิงคโปร์ หลายคนปฏิเสธไม่ได้ว่า สิงคโปร์ คือ ประเทศที่ทุกสิ่งทุกอย่างถูกสร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์ทั้งสิ้น พูดได้ไม่อายปากเลยว่า “Man-Made Country” ไม่ว่าจะเป็นโครงการถมทะเลทุกปีอย่างไม่สิ้นสุด เป็นการเพิ่มที่ดินมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น เวิลด์อีโคโนมิก ฟอรั่ม จัดสิงคโปร์ครองอันดับ 10 ของโลกขีดความสามารถการแข่งขันท่องเที่ยว
และทัวร์มาเป็นเวลา 3 ปีซ้อน ชนะฮ่องกงห่างถึง 5 อันดับ เป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม 10 ชาติอาเซียน
ในเมื่อเป็นประเทศที่สามารถดึงดูดจำนวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่อคนต่อปีได้มากกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มชาติอาเซียนถึง 20 เท่า และยังสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่อคนต่อปีมากกว่าคาเฉลี่ยกลุ่มอาเซียนถึง 30 เท่า คนสิงคโปร์จึงครองอันดับ 1 รายได้ประชากรต่อคนต่อปีล่าสุดทะลุ 1.8 ล้านบาท คนสิงคโปร์เปิดบัญชีเงินฝากขั้นต่ำกับธนาคารเฉลี่ยที่ 2 ล้านบาทขึ้นไป

อีกไม่ถึง 1 ปี สนามกีฬาแห่งชาติที่มีโดมกลางของสนามใหญ่ที่สุดพร้อมเปิดใช้งานเป็นทางการ
6 ปี รถไฟความเร็วสูงเชื่อมถึงมาเลเซียเสร็จ และอีก 15 ปี ส่วนต่อขยายรถไฟใต้ดินทั้งประเทศเสร็จ
เพื่อรับเป้าหมายเพิ่มจำนวนคนจาก 5.2 ล้านเป็น 6.5 ล้านคน เห็นแล้วยัง “Merlionomics” อย่าอิจฉา แต่ขอให้ตั้งเป้าเทียบเคียงเพื่อช่วยกันเร่งพัฒนาเศรษฐกิจบ้านเราเถอะครับ.

บัญชา ชุมชัยเวทย์