วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุนตั้งกองทุนออมเงินหลังเกษียณ

นางดวงมน จึงเสถียรทรัพย์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.เตรียมประกาศใช้กฎควบคุมจุดขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทุกแห่ง โดยต้องนำเสนอข้อมูลผลตอบแทนการลงทุนของกองทุนย้อนหลัง 3-10 ปี เปรียบเทียบกับประเภทของกองทุน โดยจะเริ่มใช้วันที่ 1 ม.ค.58 ซึ่งในเดือน ก.ค.นี้ ก.ล.ต.จะส่งประเภทของกองทุนให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) เพื่อจัดหมวดหมู่ของกองทุนที่ออกมาในแต่ละแห่ง มี 5 ประเภทคือ กองทุนที่ลงทุนในหุ้น กองทุนตราสารหนี้ กองทุนผสม กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยจะมีการประเมิน 3 รอบบัญชีของการลงทุนในแต่ละกอง และ ก.ล.ต.จะสุ่มตรวจ หากจุดขายใดไม่ให้ความร่วมมือ และไม่ทำตามจะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดประกาศ และมีโทษปรับ

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้ บลจ. จัดตั้งกองทุนการออมหลังเกษียณ (Post retirement fund) เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการบริหารเงินสำหรับผู้เกษียณอายุ โดยลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่เสี่ยงสูงมาก แต่ยังให้ผลตอบแทนสูงกว่าราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น เช่น พันธบัตร ตราสารหนี้ และเงินฝาก อีกทั้งยังเหมาะกับผู้เกษียณอายุที่มีความรู้ด้านการลงทุนไม่มาก หรือต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลบริหารเงินให้ ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ไทยมีกองทุนประเภทนี้น้อยมาก แต่มีผู้เกษียณอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ให้ความสำคัญกับการจัดตั้งกองทุนประเภทนี้ เพื่อให้ผู้สูงอายุพึ่งพาตนเองได้ด้านการเงิน “กองทุนการออมหลังเกษียณจะขายหน่วยลงทุนให้แก่ผู้เกษียณอายุ หรืออายุมาก เช่น 55 ปีขึ้นไป โดย บลจ.อาจกำหนดรูปแบบ และระยะเวลาจ่ายเงินให้ผู้ลงทุนเลือกตามความต้องการ หรืออาจเปิดให้ผู้ลงทุนกำหนดเอง โดยสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เกษียณอายุ สามารถนำเงินจากกองทุนนี้ไปลงทุนต่อในกองทุนการออมหลังเกษียณได้”.

โดยต้องนำเสนอข้อมูลผลตอบแทนการลงทุนของกองทุนย้อนหลัง 3-10 ปี เปรียบเทียบกับประเภทของกองทุน โดยจะเริ่มใช้วันที่ 1 ม.ค.58 ซึ่งในเดือน ก.ค.นี้ ... 23 มิ.ย. 2557 04:21 ไทยรัฐ