วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้เสรีภาพสื่อใต้ 'รธน.ใหม่' ควรห้ามนักการเมืองถือหุ้นสื่อ-ดูแลกันเองจริงจัง

นักวิชาชีพ-วิชาการสื่อ ย้ำ 'เสรีภาพสื่อ' สำคัญต่อสังคม แต่ต้องอยู่บนความรับผิดชอบ ชี้กรอบใต้ รธน. พ.ศ.255… ควรห้ามนักการเมืองถือหุ้นสื่อ พร้อมกระตุ้นองค์กรกำกับดูแล ควบคุมกันเองอย่างจริงจัง...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 มิ.ย.57 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการจัดสัมมนาวิชาการ "1 เดือน คสช. เสรีภาพบนความรับผิดชอบ"​ หัวข้อ "เสรีภาพสื่อมวลชนภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.255…" โดยมี นายมานิจ สุขสมจิตร อดีตนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย รองศาสตราจารย์มาลี บุญศิริพันธ์ กรรมการนโยบายไทยพีบีเอส และนายจักร์กฤษ เพิ่มพูล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ร่วมเสวนา

โดยนายมานิจ เริ่มต้นกล่าวถึงการปฏิวัติรัฐประหารในแต่ละยุคว่า ความหลังจะเป็นบทเรียนให้เราในอนาคตว่า จะทำอย่างไรให้ได้เสรีภาพมากที่สุดในรายการข่าว ที่สมบูรณ์ ถูกต้อง และรอบด้าน เนื่องจากเมื่อประชาชนได้ข้อมูลไม่ครบก็ตัดสินหลายเรื่องผิดพลาด ดังนั้น สิทธิเสรีภาพจึงมีความสำคัญ ทั้งนี้ หากย้อนไปตอนที่ตนจำความได้ ปี พ.ศ.2484 ที่มีการออกพระราชบัญญัติการพิมพ์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่แปลมาจากกฎหมายการพิมพ์ของประเทศอียิปต์ ที่อียิปต์แปลมาจากอังกฤษอีกทอดหนึ่ง

"มีการกดขี่ข่มเหงผู้ใช้หรือสื่ออย่างเต็มที่ จากนั้นเมื่อมีการยึดอำนาจก็ออกคำสั่งมากดเสรีภาพของสื่ออย่างมาก ในสมัยก่อนที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการเตือน แล้วถ้าไม่เชื่อก็ปิดหนังสือพิมพ์ได้ โดยที่เขาเห็นว่าอาจจะเป็นข่าวไม่ถูกต้อง และปัจจุบันมีการปลดโซ่ตรวนนั้นออกมาแล้ว" นายมานิจ กล่าว

นายมานิจ กล่าวอีกว่า การใช้เสรีภาพที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติพูดเสมอว่า ไม่ควรใช้เสรีภาพล้นฟ้าโดยอ้างว่า "เป็นสื่อ" เพราะเสรีภาพนี้ได้มา เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารรอบด้าน ไม่ใช่สู้มาเพื่อให้ได้ประโยชน์ส่วนตนของนายจ้าง ธุรกิจ นักการเมือง ดังนั้น เรื่องเสรีภาพจะต้องเรียกร้องให้มีอยู่จงได้ตามที่เคยระบุในรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2549 ที่รับรองสิทธิเสรีภาพไว้ให้ ส่วนรัฐธรรมนูญจริง เรียกร้องว่าอย่างน้อยให้ได้เท่ารัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.2550 ในมาตรา 45 46 47 48 โดยเฉพาะการห้ามนักการเมืองเข้ามาถือหุ้นสื่อ และยังต้องออกกฎหมายลูก คือ พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่เคยทำไว้

ด้าน รองศาสตราจารย์มาลี ระบุว่่า การต่อสู้เสรีภาพของสื่อมวลชนในอดีต ซึ่งเป็นสื่อหนังสือพิมพ์เป็นส่วนใหญ่นั้น จะกระตือรือร้นในการออกมาปกป้องสิทธิ์ และการควบคุมกันเอง มีการตั้งสภาการหนังสือพิมพ์ที่กำกับดูแลสมาชิกในวงการให้ทำหน้าที่ตามหลักวิชาชีพหลักจริยธรรม เมื่อเกิดอะไรขึ้นต้องลงมาตักเตือน กำกับ ในที่สุดสภาการฯ ที่เป็นความฝันก็เกิดขึ้นจริงในการเป็นเครื่องมือกำกับดูแล แต่น่าเสียดายว่ากลไกกำกับดูแลอาจจะมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนเรื่องระเบียบวิธีการจัดการสมาชิกด้วยกัน ที่ไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือได้เลย เพราะมีข้อร้องเรียนเข้ามา สมาชิกที่โดนตรวจสอบก็ลาออกจากการเป็นสมาชิก ดังนั้น จึงต้องมีการปรับแก้ธรรมนูญหรือจะแก้กฎหมาย

"เป็นไปได้ไหม ที่จะมีมาตรา 48 และมีข้อหนึ่งข้อใดในการปกป้องเสรีภาพไม่ว่าจะมีวิกฤติใดก็ตาม หรือการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ เพราะสื่อจะเป็นเป้าหมายแรกในการจำกัดและกำหนดในการให้ข้อมูลข่าวสาร หากเราให้ข้อเท็จจริง เป็นประโยชน์ คิดว่ารัฐธรรมนูญปีต่อไป ปีไหนก็ตาม อยากให้มีข้อที่เสนอไปแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น กลุ่มสื่อมวลชนต้องคุยกันรวมใจและดูแลกันเอง ให้สื่อมีคุณภาพที่เราจะต้องจัดการต่อไป" รองศาสตราจารย์มาลี กล่าว

รองศาสตราจารย์มาลี กล่าวอีกว่า คำว่าเสรีภาพสื่อมวลชนเป็นกลไกตัวหนึ่งของประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ใช่มีการเลือกตั้งอย่างเดียวเท่านั้น แต่เมื่อเสรีภาพของสื่อมีอิสระ มีวิจารณญาณ และถ้ามีเสรีภาพ แต่ไม่มีจริยธรรม ไม่ควรเรียกสื่อกลุ่มนั้นว่าเป็นสื่อมืออาชีพ เพียงเป็นคนที่อาศัยร่องของสื่อเข้ามาทำงาน ทำให้ทำร้ายสังคม และไม่ใช่การใช้เสรีภาพที่ถูกต้อง
 
ขณะที่ นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญหรือธรรมนูญชั่วคราว ต้องมีเรื่องสิทธิเสรีภาพอยู่แล้ว เมื่อเราสรุปบทเรียนที่จะปกป้องเสรีภาพ เพราะช่วงที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนให้ความสนใจน้อยมาก ว่าการลิดรอนเสรีภาพเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องมาทบทวน จึงเป็นสาเหตุของปัญหา ซึ่งอาจจะเป็นเพราะบริบทสังคมเปลี่ยนแปลงไป มีสื่อมากขึ้น

"ทุกคนเป็นสื่อกันหมดก็ถูกมองว่าสื่อไม่มีความรับผิดชอบ การทำงานโดยมีเป้าหมายเชิงอุดมการณ์โดนมองข้ามไป ดังนั้น ต้องโทษตัวเราเองว่ามีความรู้ความเข้าใจ มีสำนึกต่อสังคมน้อยไปหรือไม่ ดังนั้นเราน่าจะมีการรวมกันทุกสื่อเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์หรืออะไรก็ตามในการกำกับดูแลกันเองสำหรับสื่อทั้งระบบ และคนที่ทำงานสุจริตจะไม่กลัวการรวมตัวกัน แต่คนที่กลัวคือคนที่แอบแฝงเข้ามาอาจจะกลัวระบบการจัดการ และระหว่างร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ คิดว่าน่าจะมีเวทีในการปฏิรูปสื่อครั้งใหญ่อีกสักครั้ง" นายจักร์กฤษ กล่าว.

นักวิชาชีพ-วิชาการสื่อ ย้ำ 'เสรีภาพสื่อ' สำคัญต่อสังคม แต่ต้องอยู่บนความรับผิดชอบ ชี้กรอบใต้ รธน. พ.ศ.255… ควรห้ามนักการเมืองถือหุ้นสื่อ พร้อมกระตุ้นองค์กรกำกับดูแล ควบคุมกันเองอย่างจริงจัง... 22 มิ.ย. 2557 17:17 ไทยรัฐ