วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิทยาการใหม่ ตรวจหาภาวะตับแข็ง เพื่อรักษาทันท่วงทีก่อนถึงระยะสุดท้าย

ตับ เป็นอวัยวะที่สำคัญและมีหน้าที่หลายอย่าง เช่น สร้างน้ำดี ช่วยย่อยอาหารประเภทไขมัน เก็บสำรองอาหาร และยังเป็นแหล่งสะสมวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเอ ดี และบี 12 อีกทั้งยังทำหน้าที่ขจัดสารพิษที่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด หากตับเสียหรือทำงานผิดปกติ นั่นย่อมหมายถึงสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลงไปด้วย และโรคตับที่พบบ่อยคงหนีไม่พ้น โรคตับแข็ง ซึ่งปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ สามารถใช้เครื่องมือตรวจวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ เพื่อรีบทำการรักษาและชะลอไม่ให้ผู้ป่วยกลายเป็นตับแข็งระยะสุดท้าย

นพ.บุญเลิศ อิมราพร อายุรแพทย์โรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ตับแข็ง หมายถึงภาวะที่ตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เกิดจากเซลล์ตับถูกทำลายและเนื้อตับถูกแทนที่ด้วยพังผืด ผู้ป่วยตับแข็งจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรือที่เรียกว่าดีซ่าน ท้องบวมโตขึ้นจากน้ำในช่องท้อง ขาบวม มีอาการซึม สับสนเป็นพักๆ และอาจมีภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ อาเจียนเป็นเลือด และที่ร้ายแรงที่สุดคือการเป็นมะเร็งตับ เรียกได้ว่าโรคตับแข็งเป็นโรคที่เมื่อเป็นแล้ว มักทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีเดียวที่สามารถรักษาตับแข็งระยะสุดท้ายให้หายขาดได้ คือการผ่าตัดเปลี่ยนตับ

อย่างไรก็ตาม การแพทย์ในปัจจุบันได้มีเครื่องมือตรวจวินิจฉัยพังผืดในตับตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ที่เรียกว่า เครื่องตรวจพังผืดในตับด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ หรือไฟโบรสแกน (Fibroscan) ใช้หลักการส่งคลื่นอัลตราซาวนด์ผ่านผนังหน้าท้องบริเวณตับ หลังจากนั้นคลื่นจะสะท้อนกลับมายังเครื่อง และแสดงผล เป็นการตรวจด้วยเครื่องไฟโบรสแกน อย่างไรก็ตาม หากตรวจด้วยเครื่องไฟโบรสแกนและแพทย์พบว่าผู้ป่วยมีพังผืดในตับสูงมาก แพทย์จะรีบทำการรักษาเพื่อป้องกัน หรือชะลอไม่ให้ผู้ป่วยกลายเป็นตับแข็งระยะสุดท้าย

นพ.บุญเลิศกล่าวด้วยว่า นอกจากการวินิจฉัยพังผืดในตับให้รวดเร็วแล้ว การดูแลรักษาตับก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นตับอักเสบเรื้อรัง และเป็นตับแข็ง โดยการรับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการกินยาที่ไม่จำเป็นต่อเนื่อง นานๆ รวมถึงสมุนไพร บางชนิด การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และการรักษาโรคตับอักเสบตั้งแต่เริ่ม แรก เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นตับแข็งในที่สุด.

ตับ เป็นอวัยวะที่สำคัญและมีหน้าที่หลายอย่าง เช่น สร้างน้ำดี ช่วยย่อยอาหารประเภทไขมัน เก็บสำรองอาหาร และยังเป็นแหล่งสะสมวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเอ ดี และบี 12 22 มิ.ย. 2557 13:58 ไทยรัฐ