วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปประเทศไทยอย่างไรดี

โดย ซี.12

ในสถานการณ์ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังเตรียมการปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่นั้น มีข้อคิดเห็นจากหลายฝ่ายเสนอขึ้นมาในช่องทางต่างๆ

หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นของ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทยและกรรมการ ก.พ.ร. ที่เสนอแนะว่าน่าจะปฏิรูปในเรื่องที่สำคัญๆ ดังนี้

เรื่องแรกการปฏิรูปทางการเมือง ควรเร่งเสริมสร้างหรือพัฒนาความรู้ความเข้าใจในทางการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างเป็นกระบวนการเป็นการด่วน เริ่มตั้งแต่ในบ้านไปจนถึงโรงเรียนและสังคม วิถีชีวิตและจิตวิญญาณประชาธิปไตยที่แท้จริงจึงจะเกิดและนำไปสู่การไปใช้สิทธิทางการเมืองโดยไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างรางวัล จึงจะได้รัฐบาลที่ดี มีประสิทธิภาพ มีคุณธรรม

เรื่องที่สองการปฏิรูประบบราชการ ควรกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจนเหมาะสมแก่การพัฒนาประเทศ ส่วนกลางไม่ควรลงไปปฏิบัติงานในภูมิภาคโดยไม่จำเป็น เว้นเรื่องนโยบาย งานด้านเทคนิคและการกำกับดูแลติดตามผลการปฏิบัติงาน ส่วนภูมิภาคจะต้องให้มีเอกภาพในการบริหารงานมีการมอบอำนาจไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลรับผิดชอบให้มากขึ้น รวมทั้งกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมากขึ้นด้วย

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะปฏิรูป องค์กรตำรวจ ให้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ อย่างแท้จริง มิใช่เป็นกระทรวงแต่ต้องให้ไปสังกัดกระทรวงยุติธรรมแยกอำนาจการจับกุมกับอำนาจสืบสวนสอบสวนออกจากกัน โดยยุบกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้วแปรรูปเป็นกรมสืบสวนสอบสวนแทน

ส่วน องค์กรอัยการ ก็ไม่ควรเป็นองค์กรอื่นในรัฐธรรมนูญอีกต่อไป พนักงานอัยการเป็นทนายแผ่นดินจะต้องไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน

เรื่องที่สามการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ ควรปรับปรุงกฎระเบียบของทางราชการให้เหมาะสม เป็นธรรม สะดวกรวดเร็วต่อการประกอบธุรกิจและการแข่งขันแบบเสรีนิยม ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ต้นทุนการผลิตพืชผลทางการเกษตรต้องสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ แต่ปรากฏว่าวัสดุอุปกรณ์การเกษตร โดยเฉพาะปุ๋ยราคาสูงมากเพราะต้องนำสินแร่โปแตสเข้ามาทำปุ๋ยปีละไม่น้อยกว่า 8 หมื่นล้านบาท เราจะต้องหาทางขุดค้นเอาโปแตส ซึ่งมีมากมายมหาศาลในภาคอีสานขึ้นมาทำปุ๋ยให้ได้

เรื่องสุดท้ายการปฏิรูปด้านสังคม จะต้องปลุกจิตสำนึกเยาวชนพลเมือง ในชาติ ให้มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ เร่งรัด พัฒนาสร้างระเบียบวินัย การเคารพต่อกฎหมาย ต้องปฏิรูประบบการศึกษาให้เรียนรู้กระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยและรับผิดชอบต่อสังคมต้องปฏิรูปการบริการด้านสาธารณสุข โดยให้ชุมชนและท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมรับ ผิดชอบให้มากขึ้น ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสจะต้องมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสวัสดิการ สิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะและความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ

เชื่อว่าถ้าทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าบรรลุผลในการปฏิรูปไปกว่าครึ่งค่อนแล้ว.

“ซี.12”

22 มิ.ย. 2557 11:07 ไทยรัฐ