วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้นแบบล้างโกง-โปร่งใส

ยกเครื่องภาครัฐรองรับรัฐบาลใหม่ถอดด้าม

“อยากเห็นระบบราชการโดดเด่น เป็นสง่า เลิกเรียกสินบน”

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ถึงหัวใจของการปฏิรูประบบราชการ ก่อนเดินหน้าขับเคลื่อนพลิกฟื้นประเทศไทย

เรื่องนี้เริ่มต้นจากได้เป็นประธานการประชุมปฏิรูประบบราชการ ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด ประกอบด้วยตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สั่งการในเรื่องนี้

และมอบหมายให้สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นองค์กรตรงกลาง 20 กระทรวง ช่วยสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่ข้าราชการ รวมถึงส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อเป็นแบบอย่างให้ประชาชน โดยเฉพาะในด้านธรรมาภิบาล มีความซื่อสัตย์และสุจริต

ในส่วนที่กำลังดำเนินการอยู่เป็นขั้นตอนที่ 1 ถ้าขั้นตอนที่ 1 ไม่สำเร็จ จะเดินไปสู่ขั้นตอนที่ 2 และขั้นตอนที่ 3 ไม่ได้ตามแผน โรดแม็ป 3 ขั้นการปฏิรูปประเทศของ คสช.

ขั้นตอนที่ 1 การสร้างความเป็นหนึ่งในหมู่ราชการและประชาชนคนไทย ธรรมาภิบาลต้องเกิดขึ้น ไม่มีทุจริตคอร์รัปชันในวงราชการ เพราะการแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่ผ่านมาไม่ถูกอกถูกใจสังคม จนประชาชนรู้สึกเบื่อหน่าย

ฉะนั้นในสัปดาห์นี้จะประชุมร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ปปท.) อาจจะหารือถึงปรับปรุงการใช้หลักฐาน แค่พยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ทุจริตแทนใบเสร็จ เหมือนในหลายประเทศที่เคยมีปัญหาทุจริต แต่แก้ไขปัญหาโดยให้ศาลตัดสินโดยไม่ต้องใช้ใบเสร็จ

เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตใน 20 กระทรวง ทำให้เด็ดขาด เบ็ดเสร็จตามคำสั่งของ คสช. ให้ระบบราชการเป็นที่นับถือของประชาชน เชื่อว่าเมื่อหัวไม่ส่ายหางย่อมไม่กระดิก เป็นพฤติกรรมของข้าราชการเพียงไม่กี่คน ข้าราชการส่วนใหญ่เป็นคนดี อย่าไปปรักปรำ จะไม่ยุติธรรมสำหรับข้าราชการที่ดีๆ

แนวปฏิรูประบบราชการในเบื้องต้นทุกคนเห็นตรงกันใน 8 ข้อเสนอ มุ่งเน้นไปยังทุกส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย 1.สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้บริการประชาชน

2.พัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูง ทันสมัย เป็นข้าราชการที่เป็นมืออาชีพ 3.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด ใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่า ลดขั้นตอนการทำงาน

4.การวางระบบบริหารราชการแบบบูรณาการ การประสานงานความร่วมมือทางส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น 5.การส่งเสริมระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองบนความร่วมมือกับภาครัฐเอกชนและภาคประชาชน

6.การยกระดับความโปร่งใสบนพื้นฐานระเบียบกฎหมายและยึดหลักธรรมาภิบาล ตรวจสอบได้ ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม 7.ขยายผลโครงการภายใต้ร่มพระบารมีเดียวกัน

และ 8.สร้างความพร้อมของระบบราชการ เพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนให้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ มั่นคงทางการเมือง และความเจริญผาสุกของสังคมร่วมกันให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ข้อเสนอนี้เป็นกรอบการปฏิรูประบบราชการ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ด้านบริการประชาชน ด้านภาคเอกชนประสานงานกับภาครัฐ ลดขั้นตอนต่างๆให้ชัดเจนว่าใช้เวลานานเท่าไหร่ เพื่อส่งเสริมการลงทุน และเน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

และฝากโจทย์ไปยัง 20 กระทรวงช่วยชี้แจงถึงสิ่งที่อยากจะทำและยังทำไม่ได้ จากนั้นจะเลือกทำก่อนหรือทำหลังก่อนมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น

หัวหน้า คสช.ระบุชัดให้การปฏิรูประบบราชการอยู่ขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2 เมื่อถึงขั้นตอนที่ 3 มีรัฐบาลจะได้นำตรงนี้เป็นกรอบบริหารประเทศต่อไปทันที

ขณะที่อยู่ระหว่างการปฏิรูประบบราชการให้สำเร็จก่อนมีรัฐบาล และเรื่องปรองดองยังต้องดำเนินการควบคู่กันไป คราวนี้เราโชคดี เพราะตั้งแต่ไปดูการประเมินผลเวทีปรองดองในหลายจังหวัดทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น อาทิ นครปฐม ชลบุรี พิจิตร พิษณุโลก นครพนม ปรากฏว่าทำงานขยันขันแข็ง เป็นเอกภาพมาก

กลับมาสู่ความคิดเชื่อมั่นว่า เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ตั้งมั่น ทำเรื่องไหน ย่อมทำสำเร็จได้ทุกเรื่อง ต้องยอมรับว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เป็นส่วนสำคัญในการเดินหน้าเรื่องปรอง ดอง แม้จะลำบากใจกับบุคคลหรือนักการเมืองบางคนในพื้นที่ แต่ในช่วงนี้เป็นโอกาสที่ข้าราชการจะทำงานพิสูจน์ตัวเอง

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า การสร้างความปรองดองเกิดขึ้นได้ยากในช่วงระยะเวลาอันสั้น เพราะความขัดแย้งฝังรากลึกยาวนานเกือบ 10 ปี ขณะนี้ภาพปรองดองที่เกิดขึ้นเกิดจากทหารใช้อำนาจบีบให้ทุกฝ่ายปรองดอง ม.ล.ปนัดดา บอกว่า คำถามนี้มีเวทีปรองดองแห่งหนึ่งบอกว่า ที่ยอมปรองดองเพราะกลัว คสช.

ผมตอบไปว่าความเกรงกลัวไม่จีรังยั่งยืน ในทางกลับกันความดีจะจีรังยั่งยืน ที่มาบอกว่า คสช.เอาอำนาจไปบังคับทำให้เกิดความกลัวเกรง ผมไม่เห็นจะมีบรรยากาศกลัวเกรง ทุกวันนี้ไปเวทีปรองดองหลายเวทีพบว่า ทุกคนดำเนินชีวิตเป็นปกติดี และต่างช่วยขบคิดจะทำอย่างไรให้การปรองดองยั่งยืน

มีหลายคนในเวทีวิตกว่า หลังจากการเลือกตั้งสถานการณ์ความขัดแย้งจะกลับไปสู่อีหรอบเดิม มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีก เกิดเหตุการณ์อย่างนี้บ่อยๆประเทศไทยเสียชื่อ

สิ่งที่หลายคนกังวล เชื่อว่า คสช.พร้อมบรรดาสมองกลรอบข้างที่ทำงานเพื่อชาติ ช่วยขบคิดให้ทีด้วยความรอบคอบ อย่าให้ปัญหาเดิมๆกลับมา อย่าให้เกิดการท้าทายอำนาจขึ้นมา เดี๋ยวเกิดรัฐประหารอีกจนได้

กลไกของรัฐในภาพรวมยังเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความปรองดองอย่างไร ม.ล.ปนัดดา บอกว่า เท่าที่ประเมินในเบื้องต้นพบว่า ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นทำงานเป็นหนึ่งเดียวค่อนข้างชัดเจน

เช่น พื้นที่ จ.นครปฐม ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีความสามัคคีทำให้จังหวัดเข้มแข็ง ส่วนจังหวัดอื่นในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน กำลังจะขึ้นไปภาคเหนือ เพื่อประเมินผลในภาพรวมอีกครั้งหนึ่ง

ถึงเวลานี้ยังเชื่อมั่นกลไกปฏิรูประบบราชการจะมีส่วนช่วยให้เกิดความปรองดองเกิดขึ้น ม.ล.ปนัดดาบอก “3 ป” คือ ปรองดอง ปฏิรูป โปร่งใส มีความสำคัญมากและสัมพันธ์กันโดยปริยาย ถ้าต้องการปรองดองต้องปฏิรูป ถ้าปฏิรูปแล้วก็จะโปร่งใส จึงเกิดผลสำเร็จตามมา

ขอย้ำว่าเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศจะมีความสง่างาม มีน้ำใจไมตรีพึ่งพาซึ่งกันและกัน ไม่ท้าทายอำนาจระหว่างกัน ขอให้เลิกแบ่งแยกเป็นฝ่ายเป็นสีอีกต่อไป เราต่างเป็นคนไทยด้วยกัน

วันนี้การปฏิรูประบบราชการเป็นส่วนสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศอย่างมาก โดยเน้นทำในเรื่องสำคัญๆก่อน จะทำทุกเรื่องไม่ได้ เมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาจะได้เสนอต่อยอดเข้าไป

หลังจากนี้จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวของประชุมอีก 3-4 ครั้ง คงใช้ระยะเวลาไม่นานที่จะออกกฎระเบียบ มีแนวทางปฏิบัติเคร่งครัดทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และเมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนจะรวบรวมเสนอหัวหน้า คสช.ต่อไป

ขณะที่การปฏิรูประบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองทัพ คงสูงเกินไปที่ผมจะไปแตะต้อง ทราบว่าทางผู้ใหญ่วงในขบคิดกันอยู่ มีสมองกลรอบข้าง คสช.ช่วยคิด

ในช่วงเวลาที่เหลือก่อนจะมีรัฐบาล คิดว่าการปฏิรูประบบราชการ การสร้างความปรองดองน่าจะดีขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นดีเลิศประเสริฐศรี รัฐบาลเข้ามาลงบล็อกได้เลย ปัญหาต่างๆยังมีอยู่ ต้องนำมาประเมินเพื่อค่อยๆแก้ไข ต้องมีเหตุผล อย่าบุ่มบ่าม เพราะปัญหาขัดแย้งมีมาตั้งหลายปี ไม่ใช่เป็นเทวดามาเสกเนรมิตเป็นปาฏิหาริย์แก้ไขเห็นผลทันตาเห็น

ทีมข่าวการเมือง ถามว่ามีกระทรวงไหนบ้างจะต้องยุบ เพื่อปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ให้บรรลุเป้าหมายเป็นกลไกเดินหน้าปฏิรูปประเทศต่อไป ม.ล.ปนัดดา บอกว่า ต้องฟังข้อมูลจากสำนักงาน ก.พ.และ ก.พ.ร.ว่า จะปรับเปลี่ยนชื่อหน่วยงานอย่างไร

เช่น ชื่อกรม ไม่แน่ใจจะปรับเปลี่ยนหรือไม่ เป็นเรื่องทางเทคนิคของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การปฏิรูประบบราชการจะใหญ่หรือเล็กขอให้ต้องติดตามดู ขณะนี้ขอพยายามทำเต็มที่โดยยึดประชาชนเป็นตัวตั้ง

ถ้าทำไม่สำเร็จจะเสียของ.

ทีมข่าวการเมือง

22 มิ.ย. 2557 08:56