วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บราซิล,โครเอเชีย,เม็กซิโก' หวดกันแหลก 'ดัตช์-ชิลี' ชิงแชมป์กลุ่มบี

ศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย เดินทางมาถึงนัดที่ 3 รอบแรก กันแล้ว ซึ่งจะได้รูกันแล้วว่า อันดับ 1 และ อันดับ 2 ของแต่ละกลุ่ม จะเป็นใครบ้าง ที่จะได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งในกลุ่มเอ ยังได้ลุ้นถึง 3 ทีม ขณะที่กลุ่มบี รู้ผลแล้ว...


กลุ่มเอ นัดที่ 3

แคเมอรูน-บราซิล

สนาม : เอสตาดิโอ นาซิอองนาล (บราซิเลีย)

ผู้ตัดสิน : โยนาส อีริคส์สัน (สวีเดน)
แข่งเวลาไทย : 03.00 น. วันอังคารที่ 24 มิถุนายน

ทีมแคเมอรูน ตกรอบไปแล้ว หลังจากแพ้ 2 นัดรวด ไม่มีคะแนนเลย แถมยังทำประตูคู่แข่งไม่ได้อีกด้วย นัดนี้ กุนซือ "โฟลเคอร์ ฟิงเค" น่าจะปรับเปลี่ยนทีมหลายตำแหน่ง และสั่งลุยแหลกเพื่อตอบแทนแฟนบอล

สภาพทีมล่าสุด หมดสิทธิ์ใช้งาน อเลกซ์ ซง ที่ติดโทษห้ามแข้ง ส่วน เบอนัวต์ เอกอตโต ถูกลงโทษทางวินัย อาจชวดลงเช่นกัน ขณะที่ ซามูเอล เอโต ยังต้องรอทดสอบความฟิต เพราะเจ็บเข่า คาดว่าตัวหลักอย่าง สเตฟาน เอ็มเบีย, นิโคลัส เอ็นคูลู, แว็งซองต์ อบูบาคาร์ และ ปิแอร์ เวโบ น่าจะมีชื่อลงตัวจริง

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

สเตฟาน เอ็มเบีย กองกลาง วัย 28 ปี ยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีม แม้จะช่วยทีมไม่ไหวในความพ่ายแพ้ 2 นัดแรก แต่ก็ดูจะเป็นนักเตะที่เล่นดีสุดของทีมในขณะนี้ ซึ่งในนัดสุดท้าย น่าจะสร้างความยากลำบากให้กับขุนพลแซมบ้าได้ไม่มากก็น้อย


ขุนพลแซมบ้า บราซิล ของกุนซือ "หลุยซ์ เฟลิเป สโคลารี" ทำได้ 4 แต้ม จาก 2 นัด ขอแค่เสมอในนัดนี้ก็เข้ารอบ แต่ดูแล้วน่าจะเอาชนะสถานเดียวเพื่อความแน่นอน

สภาพทีมล่าสุด ไม่มีปัญหานักเตะเจ็บหรือติดโทษห้ามแข่ง คาดว่าตัวหลักอย่าง จูลิโอ ซีซาร์, ดานี อัลเวส, ติอาโก ซิลวา, เดวิด ลุยซ์, รามิเรส, ออสการ์ และ เนย์มาร์ น่าจะมีชื่อลงตัวจริง ส่วน ฮัลค์ หายเจ็บ อาจมีชื่อเป็นตัวสำรอง แต่คนที่ติดใบเหลือง 1 ใบ และห้ามโดนใบเหลืองในนัดนี้ก็มี เนย์มาร์, ติอาโก ซิลวา, หลุยซ์ กุสตาโว และ รามิเรส ไม่อย่างนั้นจะอดลงเล่นในรอบ 16 ทีม ทันที ถ้าได้เข้ารอบ

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

ยังคงเป็นเนย์มาร์ เหมือนเดิม เพราะเป็นตัวความหวังในการทำประตูของทีม ตอนนี้ทำได้ 2 ประตู จาก 2 นัดที่ลงสนาม หากในนัดนี้ทำประตูได้ บราซิลเข้ารอบแน่นอน

สถิติที่เคยพบกัน 3 ครั้ง บราซิล ชนะ 2 แคเมอรูน ชนะ 1

โครเอเชีย-เม็กซิโก

สนาม : อารีนา เพอร์นัมบูโก (เมืองเรซิเฟ)
ผู้ตัดสิน : ราฟชาน เออร์มาตอฟ (อุซเบกิสถาน)
แข่งเวลาไทย : 03.00 น. วันอังคารที่ 24 มิถุนายน


พลพรรคหมากรุกพิฆาต โครเอเชีย มี 3 แต้ม จาก 2 นัด กุนซือ นิโก โควัช เตรียมจัดทัพใหญ่สู้เพื่อชัยชนะสถานเดียว เพราะหากทำได้เข้ารอบทันที แต่ถ้าเสมอตกรอบ

สภาพทีมล่าสุดไม่มีปัญหานักเตะเจ็บหรือติดโทษห้ามแข่ง ตัวหลักอย่าง ดาริโย เซอร์นา, เวอร์ดัน ชอร์ลูกา, เดยัน ลอฟเรน, ลูกา โมดริช, อีวาน ราคิติช, อิวิกา โอลิช และ มาริโอ มันด์ซูคิช ลงตัวจริงแน่นอน

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

มาริโอ มันด์ซูคิช หัวหอกวัย 28 ปี ที่ซัดไปแล้ว 2 ประตู และคาดว่าในนัดปะทะจังโก้ ได้ลงตัวจริงแน่นอน และถ้าทำประตูได้ โอกาสเข้ารอบของแข้งหมากรุกพิฆาต สดใสแน่นอน


ขุนพลจังโก้ เม็กซิโก มี 4 จาก 2 นัด ยังไม่เสียประตูเลย นัดนี้ขอเสมอก็เข้ารอบแล้ว แต่กุนซือ "มิเกล เฮอร์เรรา" คงเจอศึกหนักแน่นอน เพราะคู่แข่งต้องการชัยชนะเพื่อลุ้นเข้ารอบเช่นกัน

สภาพทีมล่าสุด ไม่มีปัญหานักเตะเจ็บหรือติดโทษห้ามแข่ง คาดว่าตัวหลักอย่าง กิเยร์โม โอชัว, ราฟาเอล มาร์เกซ, ฟรานซิสโก โรดริเกซ, เฮคเตอร์ โมเรโน, โอริเบ เปรัลตา และ โจวานนี ดอส ซานโตส น่าจะมีชื่อลงตัวจริง แต่คนที่ติดใบเหลือง 1 ใบ และห้ามโดนใบเหลืองในนัดนี้ก็มี เฮคเตอร์ โมเรโน, โฮเซ วาซเกซ และ พอล อกิลาร์ ไม่อย่างนั้นจะอดลงเล่นในรอบ 16 ทีม ทันที ถ้าได้เข้ารอบ

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

กิเยร์โม โอชัว นายทวารจอมหนึบ วัย 28 ปี โชว์ฟอร์มสุดยอดทั้ง 2 นัดก่อนหน้านี้ และยังไม่เสียประตูให้กับคู่แข่งด้วย นัดนี้หากทำได้อีก ทีมเข้ารอบแน่นอน

สถิติที่เคยพบกัน 3 ครั้ง โครเอเชีย ชนะ 2 เม็กซิโก ชนะ 1

กลุ่มบี นัดที่ 3

ออสเตรเลีย-สเปน

สนาม : อารีนา ดา ไบซาดา (เมืองคูริติบา)
ผู้ตัดสิน : นาวาฟ ชูกรัลลา (บาห์เรน)
แข่งเวลาไทย : 23.00 น. วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน

ฝูงจิงโจ้ ออสเตรเลีย แพ้รวดทั้ง 2 นัด ตกรอบแน่นอนแล้ว แต่นัดนี้กุนซือ อังเก ปอสเตโคกลู ยังคงให้ลูกทีมเล่นกันเต็มที่เหมือนเดิม และอาจส่งตัวสำรองลงมาหาประสบการณ์

สภาพทีมล่าสุด จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ทิม เคฮิลล์ ดาวดังตัวเก่งที่ติดโทษห้ามแข่ง ทำให้ อดัม แท็กการ์ท ได้ลงแทน เช่นเดียวกับตัวเก่งอย่าง ไมล์ เจดินัค, มาร์ค เบรสชาโน, เบน ฮอลโลแรน และ โอลิเวอร์ โบซานิช

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

ไมล์ เจดินัค กองกลางและกัปตันทีม วัย 29 ปี ทำได้ 1 ประตูจากจุดโทษ นัดส่งท้ายบอลโลก น่าจะได้ลงสนาม และคงทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้น

ฝูงกระทิงดุ สเปน แชมป์เก่า พลาดท่าตกรอบแรกอย่างบอบช้ำและขายหน้าที่สุด นัดนี้ไม่มีความหมายแล้ว กุนซือ บิเซนเต เดล บอสเก น่าจะส่งนักเตะสำรองลงไปหาประสบการณ์ เพราะอันดับ 3 หรือ 4 ก็ตกรอบเช่นกัน

สภาพทีมล่าสุด เคราร์ด ปิเก กับ ดาบิด เด เคอา ยังมีอาการเจ็บรบกวน ไม่น่าลงช่วยทีมได้ ขณะที่ เปเป เรนา, ฆวนฟราน, ราอูล อัลบิโอน, เซส ฟาเบรกาส, ฆวน มาตา, โกเก, อันเดรส อิเนียสตา, ชาบี เออร์นันเดซ และ ดาบิด บีญา น่าจะมีชื่อลงตัวจริง

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

อันเดรส อิเนียสตา กองกลาง วัย 30 ปี น่าจะได้ลงคุมเกมในแดนกลางอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวหวังทำหน้าที่ให้ดีที่สุด สมกับเป็นแชมป์เก่า และเพื่อตอบแทนแฟนบอลที่เดินทางตามมาให้กำลังถึงในสนาม


สถิติที่เคยพบกัน ทั้ง 2 ทีมยังไม่เคยพบกัน

เนเธอร์แลนด์-ชิลี

สนาม : อารีนา โครินเธียนส์ (เมืองเซาเปาโล)
ผู้ตัดสิน : บาการี กัสซามา (แกมเบีย)
แข่งเวลาไทย : 23.00 น. วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน


อัศวินสีส้ม เนเธอร์แลนด์ รองแชมป์เก่า ทำผลงานได้สุดยอด โดยชนะรวด 2 นัด มี 6 แต้มเต็ม หากชนะหรือเสมอในนัดนี้ จะเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มแน่นอน

สภาพทีมล่าสุด กุนซือ หลุยส์ ฟาน กาล หมดสิทธิ์ใช้งาน โรบิน ฟาน เพอร์ซี กองหน้าและกัปตันทีม ที่ติดโทษห้ามแข่ง ส่วน บรูโน มาร์ติน อินดี้ เจ็บ อดลงเช่นกัน คาดว่าตัวหลักอย่าง ยาสเปอร์ ซิลเลสเซน, รอน ฟลาร์, เดลีย์ บลินด์, อาร์เยน ร็อบเบน, โจนาธาน เดอ กุซมัน, เวสลีย์ สไนเดอร์ และ ไนเจล เดอ ยอง ได้ลงตัวจริงเหมือนเดิม

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

อาร์เยน ร็อบเบน ปีตัวจี๊ดที่ซัดไปแล้ว 3 ประตู จาก 2 นัด นัดนี้จะได้สวมปลอกแขนกัปตันทีม และหวังทำประตูพาทีมชนะ 3 นัดรวดให้ได้ ซึ่งจะทำให้เขามีลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดในรายการอีกด้วย


ทีมชิลี ทำผลงานได้ดีเกินคาด โดยชนะรวด 2 นัด มี 6 แต้มเต็ม หากต้องการเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม ต้องชนะสถานเดียว ถ้าเสมอหรือแพ้ จะเป็นอันดับ 2 ซึ่งกุนซือ ฮอร์เก ซัมเปาลี เตรียมจัดชุดดีที่สุดลงสนาม เพื่อเก็บ 3 แต้มเท่านั้น

สภาพทีมล่าสุด อาร์ตูโร วิดัล กับ ชาร์ลส์ อรันกูอิซ ลงไม่ได้เพราะเจ็บ แต่ยังมีตัวเก่งให้เลือกใช้งานแทนกันได้ โดยตัวหลักๆ ที่จะลงตัวจริงก็มี เคลาดิโอ บราโว, ยูเจนิโอ เมนา, มาร์เซโล ดิอาซ, แกรี เมเดล, อเล็กซิส ซานเชซ, เอดูอาร์โด วาร์กัส และ ฮอร์เก วัลดิเวีย

ดาวเด่นที่น่าจับตามอง

อเล็กซิส ซานเชซ ปีกตัวเก่ง วัย 25 ปี ทำไปแล้ว 1 ประตู รวมทั้งผ่านบอลให้เพื่อนทำอีก 1 ประตู น่าจะเป็นตัวจี๊ดจ๊าดในนัดนี้เหมือนเดิม และถ้าโชว์ฟอร์มได้ดีเหมือนเดิม อาจนำทีมเข้าป้ายเป็นแชมป์กลุ่มได้เลย

สถิติที่เคยพบกัน ทั้ง 2 ทีมยังไม่เคยพบกัน

ศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย เดินทางมาถึงนัดที่ 3 รอบแรก กันแล้ว ซึ่งจะได้รูกันแล้วว่า อันดับ 1 และ อันดับ 2 ของแต่ละกลุ่ม จะเป็นใครบ้าง ที่จะได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งในกลุ่มเอ ยังได้ลุ้นถึง 3 ทีม ขณะที่กลุ่มบี รู้ผล... 22 มิ.ย. 2557 04:47 23 มิ.ย. 2557 11:01 ไทยรัฐ