วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้จัก 'รายงานการค้ามนุษย์' และมุมมองของสหรัฐฯที่ดีดไทยร่วงสู่กลุ่ม 3

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2014 โดยไทยถูกลดระดับความพยายามตอบสนองต่อการค้ามนุษย์ลงไปอยู่กลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด...

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 มิ.ย.) สำนักงานเพื่อการติดตามและการต่อสู้กับการค้ามนุษย์ แห่งกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ ทีไอพี ประจำปี 2014 โดยที่ไทยเป็นหนึ่งในสี่ประเทศในปีนี้ ที่ถูกลดระดับความพยายามตอบสนองต่อการค้ามนุษย์ลงไปอยู่กลุ่มที่ 3 หรือ เทียร์3 (Tier3) ซึ่งเป็นลำดับขั้นต่ำสุดของรายงานนี้

รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับปัญหาการค้ามนุษย์ในโลก โดยรายงานจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับความพยายามของนานาชาติและสหรัฐฯ และการตอบสนองต่อปัญหานี้ เพื่อยุติการค้ามนุษย์, ปกป้องและช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย และดำเนินคดีเหล่าผู้กระทำผิด โดยระดับการตอบสนองเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเทียร์1 หมายถึงประเทศหรือรัฐบาลที่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์ (ทีวีพีเอ) อย่างครบถ้วน

กลุ่มเทียร์2 หมายถึงประเทศหรือรัฐบาลที่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของ ทีวีพีเอ ไม่ครบถ้วน แต่มีความพยายามอย่างมีนัยสำคัญเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเหล่านั้น ส่วนประเทศที่การค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น, ล้มเหลวในการแสดงหลักฐานการเพิ่มความพยายามในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์ในปีที่ผ่านมา และถูกพิจารณาว่ากำลังพยายามอย่างมีนัยสำคัญเพื่อให้สามารถทำตามมาตรฐานขั้นต่ำของ ทีวีพีเอ โดยสัญญาว่าจะใช้มาตรการเพิ่มเติมในอนาคตภายในปีถัดไป จะถูกจัดในกลุ่มเทียร์ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (Tier 2 Watchlist)

ส่วนกลุ่มที่ 3 ซึ่งไทยเพิ่งถูกลดระดับลงมาอยู่กลุ่มนี้ในปีนี้ หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายด้านการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ และไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างมีนัยสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งการตกสู่กลุ่มที่ 3 อาจทำให้ไทย สูญเสียความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐฯในด้านต่างๆ ที่ไม่ได้เกีี่ยวข้องกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการค้า รวมทั้ง อาจเผชิญหน้ากับการถูกสหรัฐฯคัดค้านความช่วยเหลือจากสถาบันสำคัญระหว่างประเทศ อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และเวิลด์ แบงก์ (หรือธนาคารโลก) รวมถึงความช่วยเหลือจากองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ระหว่างประเทศ

ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2014 ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศต้นทาง ปลายทาง และทางผ่านสำหรับการค้าผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กเพื่อการบังคับใช้แรงงานและการบังคับค้าประเวณี เหยื่อทั้งหลายมาจากประเทศเพื่อบ้านรวมทั่ง จีน, เวียดนาม, รัสเซีย, อุซเบกิสถาน, อินเดีย และฟิจิ ซึ่งมาไทยเพื่อหางานทำ มีแรงงานอพยพประมาณสองถึงสามล้านคนในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า เหยื่อค้ามนุษย์ที่พบในไทยส่วนใหญ่ถูกบังคับ ขู่เข็ญหรือล่อลวงมาบังคับใช้แรงงานหรือในธุรกิจทางเพศหรือค้าประเวณี เหยื่อการค้ามนุษย์เพื่อการบังคับใช้แรงงานในไทยจำนวนมากมักถูกแสวงประโยชน์ในอุตสาหกรรมประมง การผลิตเสื้อผ้าราคาถูก โรงงานต่างๆ และงานรับใช้ตามบ้าน  และบางคนถูกบังคับให้ขอทานตามถนน

รายงานทีไอพีระบุว่า รัฐบาลไทยไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างมีนัยสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ แม้จะมีพัฒนาด้านการจัดเก็บข้อมูลการต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยในปี 2013 มีผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานค้ามนุษย์ภายใต้กฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ปี 2008 (พ.ศ. 2551) 225 ราย แต่ความพยายามของการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ยังถือว่าไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหาในไทย และปัญหาการทุจริตคอรัปชันในทุกระดับเป็นตัดขัดขวางความสำเร็จของความพยายามนี้ นอกจากนี้ไทยยังประสบปัญหาการขาดแคลนล่ามอย่างหนักในหน่วยงานของรัฐ ส่งผลให้การระบุสัญชาติและการปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์ถูกจำกัด

ในด้านของการดำเนินคดี รายงานทีไอพีระบุว่า รัฐบาลไทยพัฒนาการเก็บข้อมูลการต่อต้านการค้ามนุษย์ เพิ่มความแม่นยำของการดำเนินคดีและการพิสูจน์การกระทำผิด ในปี 2013 รัฐบาลไทยรายงานว่ามีการสืบสวนคดีการค้ามนุษย์ 674 คดี เพิ่มขึ้นจากปี 2012 ที่มีเพียง 306 คดี แต่มีเพียง 80 คดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยบังคับใช้แรงงานคนงานอพยพ ทั้งที่มีรายงานกรณีเช่นนี้ในไทยสูงมาก รัฐบาลไทยยังไม่จับกุมเจ้าของเรือ, กัปตัน หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมกระทำผิดของการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมง และไม่มีรายงานการสืบสวน, ดำเนินคดี หรือการตัดสินความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐหรือพนักงานเอกชน ที่เป็นจำเลยดคีบังคับใช้แรงงานผู้ลี้ภัยชายโรฮิงญาในอุตสหกรรมประมงของไทย

ด้านการปกป้องเหยื่อค้ามนุษย์ ความพยายามของรัฐบาลไทยในการพิสูจน์ตัวตนและปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์ยังคงไม่เพียงพอ จากรายงานของหน่วยงานเอ็นจีโอ ระบุว่ารัฐบาลไทยไม่ให้บริการด้านการแปลภาษา หรือความเป็นส่วนตัวอย่างเพียงพอเพื่อการคัดกรองเหยื่อค้ามนุษย์ โดนในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลฝึกฝนล่ามรุ่นใหม่ 95 คน ขณะที่ต้องรับมือกับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาและผู้อพยพชาวบังกลาเทศถึง 2,985 คน นอกจากนี้ กฎหมายของไทยยังไม่ให้ทางเลือกที่ถูกกฎหมายในการโยกย้ายออกนอกประเทศสำหรับเหยื่อค้ามนุษย์ชาวต่างชาติ ซึ่งอาจต้องเผชิญบทลงโทษรุนแรงหรือความยากลำบากในประเทศบ้านเกิด

ขณะเดียวกัน แม้จะพบว่ากว่า 3 ใน 4 ของเหยื่อการค้ามนุษย์ที่ได้รับการพิสูจน์ตัวตนแล้วเป็นเด็ก แต่ไทยก็ไม่มีการให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษกับเด็กเหล่านี้ การดำเนินคดีในบางกรณีซึ่งมีเด็กเหยื่อค้ามนุษย์ชาวต่างชาติยังต้องใช้เวลาพิจารณาคดีถึง 2 ปีหรือนานกว่านั้น และเจ้าหน้าที่ศาลก็ไม่ได้ดำเนินตามขั้นตอนเพื่อรับประกันความปลอดภัยของพยาน, เหยื่อ และเด็กเสมอไป พวกเขาต้องขึ้นให้การต่อศาลต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหา และบางครั้งก็ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวต่อสาธารณะ เช่นที่อยู่ ทำให้พวกเขาตกอยู้ในความเสียงต่อการแก้แค้น

รายงานทีไอพียังมีคำแนะนำถึงรัฐบาลไทยด้วยหลายประกาศ อาทิ ไทยควรสืบสวนรายงานเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมกระทำผิดอย่างทั่วถึงและทันท่วงที, เพิ่มความพยายามโดยเฉพาะในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ในการดำเนินคดีและลงโทษเจ้าหน้าที่กระทำการทุจริตอันเกี่ยวเนื่องกับการค้ามนุษย์ และ เพิ่มความพยายามในการดำเนินคดีและตัดสินความผิดของผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์รวมถึงผู้ที่บังคับใช้แรงงานเหยื่อในไทย เป็นต้น

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2014 โดยไทยถูกลดระดับความพยายามตอบสนองต่อการค้ามนุษย์ลงไปอยู่กลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด... 22 มิ.ย. 2557 04:20 ไทยรัฐ