วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สานฝันสำเร็จ! เปิดใจครั้งแรก 'เมญ่า-นนธวรรณ' มิสไทยแลนด์เวิลด์คนล่าสุด

เปิดใจครั้งแรกกับนางงามผิวสีแทน บนเวทีประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ‘เมญ่า-นนธวรรณ ทองเหล็ง’ อายุ 22 ปี จาก จ.สุราษฎ์ธานี ผู้คว้ามงกุฎพร้อมเงินรางวัลกว่า 6 ล้านบาท ซึ่งก่อนประกวด เจ้าตัวบอกว่า พี่ชายได้ไปบนที่วัดหลวงพ่อโสธร...

ต่อคำถามว่า ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง? "รู้สึกเหมือนฝันค่ะ ตอนนี้ก็ยังรู้สึกเหมือนฝันอยู่ รู้สึกดีใจมากที่ตอนนี้ทำสำเร็จแล้ว ตอนแรกที่ประกาศ 5 คนว่าใครจะได้ 3 คนหนูก็เริ่มน้ำตาไหลแล้ว ดีใจมากที่ได้ไปถึง 5 คน เพราะเมื่อ 2 ปีที่แล้วหนูตกตั้งแต่รอบแรก"

คราวนี้กับคราวที่แล้วแตกต่างกันยังไงบ้าง? "แตกต่างกันมากค่ะ จริงๆ คราวที่แล้วหนูยังไม่ได้แสดงความสามารถอะไรบนเวที แต่วันนี้หนูสามารถได้แสดงความสามารถของหนูเต็มเปี่ยมทุกรอบ ตั้งแต่รอบแรกของการคัดเลือกจนถึงวินาทีสุดท้าย หนูถือว่าหนูทำเต็มที่และดีที่สุดแล้วค่ะ"  

จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้เราปรับปรุงตัวเองยังไงบ้าง? "ปรับปรุงค่อนข้างเยอะค่ะ ปีนั้นมีความพร้อมค่อนข้างเยอะนะคะ แต่ว่าด้วยความที่ยังเด็กอยู่ ปีนี้คิดว่ามีความพร้อมและความมั่นใจมากกว่าเดิม และเมญ่าได้ไปดูการประกวดหลายๆ เวที รวมถึงเวทีต่างประเทศด้วย และตอนมาประกวดที่นี่คิดอย่างเดียวเลยว่าต้องสู้กับฟิลิปปินส์ให้ได้"

คาดหวังแค่ไหนในการประกวดครั้งนี้? "จุดมุ่งหมายแรกคือการไปมิสเวิลด์ค่ะ" สำหรับเมญ่ารู้สึกยังไงที่หลายคนมองว่าเราเป็นนางงามที่แปลกมีผิวสีแทน? "พูดตามตรงเลยหนูกลัวใจกรรมการมาก เพราะว่ายังไม่มีสาวผิวแทนแบบหนูเลยบนเวทีนี้ อาจจะมีผิวสีขาวเลยหรือมีผิวสองสี ก็โอเคทำใจไว้ตรงนี้ คนไทยอาจยังไม่ชอบผิวสีแทนค่ะ แต่ก็ตั้งใจไว้แล้วว่า อย่างน้อยได้แสดงศักยภาพตัวเอง สาวผิวสีแทนก็มีความสามารถไม่แพ้คนอื่นค่ะ"  

เราเป็นตัวแทนประกวดระดับโลกมั่นใจมากน้อยแค่ไหน? "มั่นใจค่ะ ว่าจะเข้ารอบให้ได้ลึกที่สุด เขาบอกว่าฝรั่งชอบผิวสีแทน คิดว่าตรงนี้คงได้เปรียบค่ะ" เรามีแฟนคลับเยอะเลย? "ใช่ค่ะ จริงๆ แล้วนะคะ เหตุผลที่ยังทำให้เมญ่ารักการประกวดนางงาม และกลับมาก็คือแฟนคลับนั่นแหละค่ะ เขาจะถามตลอดว่าอยากให้เรามาประกวดอีกครั้ง เมญ่าก็บอกพี่ๆ เสมอว่า วันไหนถ้าเราพร้อมก็จะกลับไปให้ภูมิใจกันอีกครั้ง และวันนี้เมญ่าก็ทำได้แล้วค่ะ"

มีพี่หนูสิ-สิริรัตน์ เรืองศรี เป็นไอดอลใช่ไหม? "ใช่ค่ะ พี่หนูสิเป็นแบบอย่างที่ดีมากสำหรับน้องๆ เคยร่วมงานกับพี่เขาหลายครั้ง และเขาก็ได้ให้คำแนะนำต่างๆ และหนูก็มองพี่เขาเป็นไอดอลตลอด ได้ยินว่าเขามีการพัฒนามาตลอดเลย ในช่วงที่เขาเก็บตัว และครั้งแรกเขาตกรอบ แต่เขาก็ได้มาใหม่แบบพร้อมกว่าเดิม หนูเลยคิดว่าถ้าพี่หนูสิทำได้ หนูก็ทำได้"  

ก่อนมาประกวดคุณพ่อคุณแม่ว่ายังไงบ้าง? "ตอนแรกคุณพ่อคุณแม่ไม่ทราบเลยค่ะ หนูปรึกษาพี่ชายก่อนว่าพร้อมแล้ว ทำยังไงดีไปประกวดเลยได้ไหม ก็เลยโทร.หาแม่เขาบอกว่า ถ้าลูกคิดว่าพร้อมแม่ก็พร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่ ก็เลยกลับมาประกวดอีกครั้งค่ะ ตอนนั้นก็ยังไม่บอกใครแม้แต่นางงามด้วยกัน"  

เราได้ตำแหน่งแล้วอยากบอกคุณพ่อคุณแม่ว่ายังไง? "หนูทำได้แล้วค่ะ เพราะที่หนูมาวันนี้ก็เพราะคุณพ่อคุณแม่แหละค่ะ เพราะคราวที่แล้วหนูเห็นเขามา แล้วแต่งตัวเต็มที่ แต่หนูมาไม่ถึงรอบสุดท้าย ก่อนขึ้นเวทีก็แอบกลัวใจกรรมการ หนูก็เลยแอบดูหนังสือที่จดไว้ตอนเขาสอนบล็อกกิ้ง ตรงหน้าปกคุณแม่เขาจะเขียนให้กำลังใจ กับหน้าสุดท้ายก็จะมีคุณพ่อเขียนให้กำลังใจ หนูก็อ่านตรงนั้นก่อนขึ้นเวที"

ก่อนไปประกวดมิสเวิลด์ เราอยากมีพัฒนาอะไรให้กับตัวเอง? "อยากจะเพิ่มน้ำหนักให้มากกว่านี้"  คาดหวังจากเวทีมิสเวิลด์? "จริงๆ ก็อยากรับมงกุฎต่อจากเมแกน (มิสเวิลด์ 2013 จากฟิลิปปินส์) แต่ถ้าสมมติว่ายังไม่ได้จริงๆ ก็ขอเข้ารอบให้ได้ลึกที่สุดที่คนไทยทำได้แล้วกันค่ะ และตอนนี้ก็อยากทำหน้าที่มิสไทยแลนด์เวิลด์ให้ดีที่สุดค่ะ คงไม่มองอะไรมากกว่าการเป็นตัวแทนไปประกวดมิสเวิลด์ให้ดีที่สุด"  

เห็นว่าไปบนไว้ด้วย? "จริงๆ พี่ชายไปบนค่ะ พี่ชายบนว่าถ้าน้องได้จะบวช แต่ก่อนจะขึ้นเวทีหนูบนไว้ว่า ถ้าสมมติว่าได้หนูจะกินมังสวิรัติ เพราะปกติเป็นคนไม่กินผัก ก็ตั้งใจว่าจะกิน 2-3 เดือนค่ะ" หลังจากจบจากเวทีนี้อย่างแรกที่จะทำคืออะไร? "เมญ่าอยากใช้ชีวิตกับครอบครัวให้ได้ก่อนเพราะคุณพ่อเพิ่งขึ้นมาจากใต้ไม่ได้เจอกันนานมาก แต่ก่อนหน้านั้นคุณแม่มาอยู่ที่กรุงเทพฯ มาดูแลช่วงเมญ่าเก็บตัว แล้วคุณพ่อก็อยู่ที่ใต้ ดูแลคุณตาคุณยาย แต่หนูก็จะเจอคุณแม่ตลอดเอาของมาให้กิน เพราะหนูต้องเพิ่มน้ำหนักค่ะ".