วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พณ. เร่งแจงข้อกล่าวหาค้ามนุษย์ต่อสหรัฐฯ ยันไม่กระทบการค้าแน่

พณ. เร่งแจงข้อกล่าวหาค้ามนุษย์ต่อสหรัฐฯ ยันไม่กระทบการค้าแน่

  • Share:

“ปลัดพาณิชย์” สั่งทูตพาณิชย์ไทย วอชิงตัน ดี.ซี. เร่งทำความเข้าใจภาครัฐ-เอกชนสหรัฐฯ ไทยแก้ปัญหาแรงงานจริงจัง ยันยังไม่กระทบต่อการค้า ถูกตัดสิทธิจีเอสพี แต่ยังดีสมาคมผู้นำเข้าอาหารทะเลรายใหญ่ของสหรัฐฯ ยืนยันทำการค้ากับไทยต่อ...

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ที่ได้ปรับระดับไทยให้อยู่ในระดับ 3 (Tier 3) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดว่า ได้สั่งการให้สำนักพาณิชย์ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง ทำความเข้าใจต่อรัฐบาลสหรัฐฯ สภาคองเกรส บริษัทค้าปลีก และผู้นำเข้า โดยให้ชี้แจงข้อกล่าวหาในเรื่องแรงงานที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการค้า เพราะที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้ดำเนินการแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจังและจริงใจมาโดยตลอด สำหรับในระยะเร่งด่วน กระทรวงฯ มีแผนดำเนินกิจกรรม รวมทั้งเดินสายไปพบปะผู้นำเข้ารายสำคัญในเมืองต่างๆ ของสหรัฐฯ ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้านี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าไทย รวมทั้งผู้บริโภคในสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ไทยได้รับการยืนยันจากสมาคมผู้นำเข้าอาหารทะเลรายใหญ่ของสหรัฐฯ (NFI) ที่ได้ออกแถลงการณ์ว่า ยืนยันที่จะทำการค้ากับไทยในฐานะคู่ค้าที่ตั้งใจและปฏิบัติตามมาตรฐานในด้านแรงงานต่อไป เพราะการยกเลิกทำธุรกิจกับไทยถือเป็นผลเสียมากกว่า ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับไทย นอกจากนี้ NFI ยังระบุด้วยว่าผู้บริโภคในสหรัฐฯไม่ควรเหมารวมว่าเกิดปัญหาการค้ามนุษย์ทั้งอุตสาหกรรมกุ้งของไทย แต่ควรมองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่ง และเป็นความท้าทายของรัฐบาลไทยที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม NFI ยืนยันว่าจะไม่นำเข้า หรือทำธุรกิจกับโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานด้านแรงงาน

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์

นางศรีรัตน์ กล่าวต่อถึงข้อกังวลกรณีที่สหรัฐฯ อาจใช้เรื่องดังกล่าวเป็นข้ออ้างตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ที่ให้กับสินค้าไทยว่า จะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะภายใต้กฎหมายป้องกันการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ (Trafficking Victims Protection Act 2000 : TVPA) ไม่อนุญาตให้ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ เพิกถอนสิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับด้านการค้า

สำหรับการดำเนินการในขั้นต่อไป กระทรวงฯ จะนัดหารือกับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันประเมินผลกระทบและกำหนดท่าทีในการดำเนินการ ก่อนที่จะส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนเร่งด่วน และนำเสนอให้สหรัฐฯ พิจารณาต่อไป เพราะภายใต้กฎหมายดังกล่าว สหรัฐฯ มีอำนาจที่จะเพิกถอนความช่วยเหลือที่ไม่ใช่ด้านมนุษยธรรม และที่ไม่ใช่ด้านการค้า 

ปลัดพาณิชย์ เร่งชี้แจงปัญหาแรงงานต่อรัฐบาล- เอกชนสหรัฐฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้จัดทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ โดยในปี 56 ได้จัดให้ไทยอยู่ในบัญชี Tier 2 Watch List ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และล่าสุดได้ประกาศให้อยู่ในบัญชีที่แย่ลงคือ Tier 3 เพราะมาตรฐานด้านแรงงานของไทยไม่สอดคล้องกับกฎหมาย TVPA ของสหรัฐฯ และยังไม่มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งอาจมีผลให้สหรัฐฯระงับความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการค้าและสิทธิมนุษยชน, ผู้บริโภคสหรัฐฯ อาจต่อต้านสินค้าไทย, สหรัฐฯอาจตัดสิทธิ GSP ที่ให้กับสินค้าไทย

ขณะเดียวกัน รายงานสถานการณ์การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย (Worst Forms of Child Labor) ซึ่งเป็นรายงานประจำปีของ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ได้ระบุว่า มีสินค้าไทย 5 รายการ ที่ใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในการผลิตคือ กุ้ง ปลา อ้อยและน้ำตาล สิ่งทอ และสื่อลามก ซึ่งหากในเดือนก.ย.นี้ สหรัฐฯประกาศผลการพิจารณาสถานการณ์แรงงานในไทย และจัดให้ไทยอยู่ในอันดับที่แย่ลงจากปัจจุบันที่เป็นประเทศที่มีีความก้าวหน้าในการแก้ปัญหามาก ก็อาจมีผลให้หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐฯ ไม่นำเข้ากุ้ง และสิ่งทอจากไทยได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้