วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ชัชวาลย์” รรท.ดีเอสไอ ยึดปรองดอง-ลดเงื่อนไข ย้ำคดีพิเศษต้องชัดเจน

“จะเน้นทำคดีพิเศษตามกฎหมายที่มีลักษณะเป็นคดีพิเศษซับซ้อน ใช้เครื่องมือพิเศษ มีขบวนการ องค์กรอาชญากรรม อาชญากรรมข้ามชาติ ผู้มีอิทธิพล ข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำรวจผู้ใหญ่เป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือคดีอาญา ยึดเป็นกรอบในการทำงาน การกำหนดคดีพิเศษต้องชัดเจนทั้งบัญชีแนบท้ายคำสั่งและเหตุพิเศษจึงรับเป็นคดีพิเศษ คดีที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายคำสั่งแต่ไม่มีเหตุเข้าข่ายคดีพิเศษไม่ใช่หน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต้องไม่ใช่นำเรื่องคดีเล็กน้อยหรือดึงคดีที่ไม่เข้าข่ายความผิดมาทำให้เป็นคดีพิเศษ ไม่มีเป้าหมายเล่นงานหรือช่วยเหลือใครใดๆทั้งสิ้น คดีพิเศษต้องแทรกแซงไม่ได้”

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามคำสั่งของ คสช. ได้ยืนยันแนวทางการทำงานภายใต้กรอบของกฎหมายและนโยบายของ คสช.

จากประสบการณ์การทำงานคร่ำหวอดในด้านการสืบสวนสอบสวน ทำให้ คสช.วางตัวเข้ามาปรับปรุงงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับเชื่อถือของสังคม

โดยเฉพาะภารกิจสำคัญมีผลกระทบอย่างมากต่อภาพพจน์ของประเทศไทยกับสถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศไทย ได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์เป็นหัวหน้าคณะทำงานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการจัดทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทย ที่ยื่นเสนอต่อสหรัฐอเมริกา (TIP REPORT) ในปีที่ผ่านมา

มีความคืบหน้ามากกว่าเกณฑ์ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกำหนดไว้สำหรับปรับระดับสูงขึ้น

ทั้งมาตรการป้องกัน คุ้มครอง ช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์และการดำเนินคดีผู้กระทำผิด

คาดหวังว่าประเทศไทยอาจจะได้รับการพิจารณายกระดับขึ้นจากปีที่แล้ว

พล.ต.อ.ชัชวาลย์เป็นบุคคลที่มีความรู้ในเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์เป็นอย่างมาก โดยได้ทำงานในด้านการป้องกันและปราบปราม และสืบสวนสอบสวนคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวและป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ระดับชาติ และบทบาท หน้าที่สำคัญในการทำหน้าที่หัวหน้าคณะทำงานส่วนราชการในการจัดทำรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ในประเทศไทยชี้แจงถึงความพยายามและความคืบหน้าให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

จากประสบการณ์ทำงานในด้านการสืบสวนสอบสวนทำให้สามารถมองเห็นปัญหาที่ควรแก้ไข สภาพความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการปฏิบัติงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่เป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลเป็นเรื่องสำคัญ จะต้องยึดมั่นในข้อบังคับกฎหมายอย่างเป็นธรรม เสมอภาค และเท่าเทียมกัน

พล.ต.อ.ชัชวาลย์มีนโยบายเข้ามาแก้ไขปัญหาองค์กรเพื่อเรียกความเชื่อมั่นและเสริมภาพลักษณ์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษให้เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวน อำนวยความยุติธรรมและเป็นที่พึ่งของสังคมและประเทศชาติ

หลังได้รับคำสั่ง คสช.ได้เรียกประชุมคณะผู้บริหาร ผู้บัญชาการสำนักคดี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการและผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ เพื่อรับฟังผลการดำเนินการของกรมฯในด้านต่างๆ รวมทั้งรับฟังสภาพปัญหา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ได้ผลเป็นรูปธรรม การประชุมแต่ละครั้งจะมีเนื้อหาวาระที่แตกต่างกันออกไป

การประชุมทุกครั้ง พล.ต.อ.ชัชวาลย์จะเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษทุกคน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ยึดหลักนิติรัฐและนิติธรรมเพื่ออำนวยความยุติธรรม เกิดความปรองดองสมานฉันท์ในสังคม กระตุ้นเตือนให้เจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษปฏิบัติหน้าที่ตาม “วิสัยทัศน์” ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ

เป็นองค์กรชั้นนำด้านการสืบสวนสอบสวนที่มีมาตรฐานในระดับสากลและได้รับความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม ยึดมั่นใน “พันธกิจ” ในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีพิเศษ อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความเป็นธรรม

ที่สำคัญคือปฏิบัติตนและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมีเกียรติศักดิ์ เชี่ยวชาญ ซื่อสัตย์ อันเป็น “ค่านิยมร่วม” ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานไว้ 4 ด้าน เพื่อประโยชน์ในการกำกับ การ บริหารราชการ การสั่งและการปฏิบัติราชการแทนอธิบดี คือ 1.งานบริหาร 2.งานคดีพิเศษเฉพาะด้าน 3.งานคดีพิเศษภูมิภาค และ 4.งานสนับสนุนคดีพิเศษ

จัดประเภทความสำคัญเร่งด่วนของงานในแต่ละด้านแยกชัดเจนไว้ 3 ระดับ คืองานที่ต้องดำเนินการในระยะสั้น งานที่ต้องดำเนินการในระยะกลาง และงานที่ต้องดำเนินการในระยะยาว

กำหนดให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติมีความเข้าใจตรงกันและร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานตามแผนงานและนโยบาย งานบริหารระยะสั้น การปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลของบุคลากร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ปฏิบัติและเกิดประโยชน์ต่อองค์กร เช่น การพิจารณาเลื่อนระดับผู้เชี่ยวชาญ การแก้ไขปัญหา Thai Marshals การพิจารณาความดีความชอบตามหลักความรู้ความสามารถ

งานบริหารระยะกลาง การจัดตั้ง DSI Academy ซึ่งต้องมีการเร่งรัดการก่อสร้าง การวางแผน แนวทางการบริหารและพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม งานบริหารระยะยาว การปฏิบัติงานของผู้เชี่ยวชาญ การเน้นการปกครองบังคับบัญชาลำดับชั้น การปรับปรุงระบบบริหารและโครง สร้างภายในให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน มีความเป็นมืออาชีพและมีมาตรฐานระดับสากล

งานคดีพิเศษเฉพาะด้าน มีแผนดำเนินการคือ การเร่งรัดติดตามคดีความมั่นคงและคดีค้างเก่าให้มีการดำเนินการตามข้อเท็จจริง โดยปราศจากการครอบงำของทุกฝ่าย การกำหนดบทบาทอำนาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษให้มีความชัดเจนในเรื่องการรับคดีพิเศษ การกำหนดนโยบายและมาตรฐาน การสอบสวนให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม ตรวจสอบได้ โปร่งใสและปราศจากการคอร์รัปชัน

งานคดีพิเศษภูมิภาค มีแผนดำเนินการคือ เน้นการสืบสวนสอบสวน หาข่าวสนับสนุน การปฏิบัติงานของสำนักคดีหรือศูนย์ส่วนกลาง งานสนับสนุนคดีพิเศษ มีแผนดำเนินการคือ มอบให้สำนักที่รับผิดชอบในการจัดหาเครื่องมือพิเศษจัดทำรายละเอียดอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษที่พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่คดีพิเศษจำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงาน อาทิ การพัฒนาแม่ข่ายแผนที่ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (DSI Map) อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle-UAV) เป็นต้น

การปรับโครงสร้างภายในองค์กร เพื่อให้การบริหารงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้ปรับภารกิจของศูนย์ปฏิบัติการภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งแต่เดิมเคยขึ้นตรงกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของสำนักคดีต่างๆ โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการที่ยังมีความจำเป็นไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักคดีที่เกี่ยวข้อง

ส่วนศูนย์ปฏิบัติการที่ไม่มีความจำเป็น หมดภารกิจแล้วหรือซ้ำซ้อนกับการทำงานของสำนักคดีให้ยกเลิก โดยให้เจ้าหน้าที่กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม จะมีแต่เพียงเฉพาะศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ศูนย์สืบสวนสะกดรอย และศูนย์บริหารคดีพิเศษ ที่ขึ้นตรงต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการ

การปรับปรุงการให้ข่าวและแต่งตั้ง พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ เป็นโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่การปฏิบัติหน้าที่ราชการในภาพรวมของกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กำหนดระดับของผู้ที่สามารถให้ข่าวได้ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดใจกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ชัดเจนว่า

“หลักความปรองดองเป็นสำคัญตามนโยบายของ คสช. โดยในการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ การตรวจค้น สืบสวน จับกุม หรือตรวจยึดสิ่งของผิดกฎหมายหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์หรือแถลงข่าวในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยก แบ่งฝ่าย อีกทั้งการบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติ ต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นการสร้างเงื่อนไขหรือสร้างความขัดแย้ง แต่ต้องเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างสร้างสรรค์ เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน สร้างความเข้าใจในการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

เป็นความพยายามของผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการสอบสวน เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเป็น “มืออาชีพ” เพื่อเรียกคืนความเชื่อถือของกรมสอบสวนคดีพิเศษ.

ทีมข่าวอาชญากรรม

21 มิ.ย. 2557 11:01 ไทยรัฐ