วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิวัฒนาการด้านการใช้ข้อมูล จากมหกรรรม 'ฟุตบอลโลก'

เน็ตแอพ เผนอินโฟกราฟิก อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของการใช้ข้อมูลในมหกรรมฟุตบอล ที่เห็นการเพิ่มขึ้นของข้อมูลที่มีความซับซ้อน โดยเก็บได้จากงานกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก จากการติดต่อสื่อสารตั้งแต่ ฟรองซ์ 1998 ถึง บราซิล 2014...

แฟนๆ กีฬาลูกหนังระดับโลกคงจะจดจำ (หรือจำทน) กับเสียงแตรวูวูเซล่ากันได้เป็นอย่างดี ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ เมื่อปี 2553 ทว่าในช่วงเวลาเวลาที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการเชียร์ฟุตบอลและทีมรัก ยังมีอีกหนึ่งเสียงสำคัญที่เราไม่ได้ยิน นั่นคือเสียงของการเติบโตอย่างมหาศาลของข้อมูลที่ถูกส่งผ่านกันในช่วงนั้นนั่นเอง ในขณะที่เกมการแข่งขันจะมีการพัฒนาไปอย่างช้าๆ การแข่งขันเวิลด์คัพนั้นมีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็ว และในเวลาเดียวกันกับที่การกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์เติบโตสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก็ช่วยให้แฟนบอลสามารถแบ่งปันข้อมูลได้มากยิ่งขึ้นไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแชร์วิดีโอส่วนตัว ไปจนถึงการเช็กอิน หรือการทวีต โดยเราเรียกความสามารถในการแบ่งปันในลักษณะนี้ว่า “Spectator Bandwidth”

เน็ตแอพ บริษัทผู้พัฒนาโซลูชั่นนวัตกรรมยูนิไฟน์สตอเรจและการจัดการข้อมูล ได้เก็บรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ และพาคุณย้อนกลับไปยังอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของการใช้ข้อมูลในมหกรรมฟุตบอลระดับโลก โดยมุ่งความสนใจไปที่การเพิ่มขึ้นของข้อมูลที่มีความซับซ้อน ซึ่งเก็บได้จากงานกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก 

ลองย้อนอดีตไปเมื่อ 16 ปีก่อน เมื่อครั้งที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลระดับโลก "ฟรองซ์ 98" ในปี 2541 โทรศัพท์มือถือยอดนิยมที่สุดในช่วงนั้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือโนเกีย รุ่น 5110 ในตอนนั้น โนเกีย รุ่น 5110 ถือเป็นเครื่องมือสื่อสารอันทรงพลังที่ผู้ใช้นิยมส่งข้อความถึงกัน ด้วยหน้าจอขาวดำขนาดใหญ่ ความละเอียด 47x84 พิกเซล โนเกีย 5110 ใช้แบนด์วิธถึง 2 เมกะไบต์ เพื่อส่งข้อความไปมาระหว่างผู้ชมกว่า 80,000 คน ในช่วงเวิลด์คัพที่จัดที่ประเทศฝรั่งเศส พูดง่ายๆ ก็คือ คุณสามารถใช้แบนด์วิธในจำนวนเท่ากันเพื่อโหลดหน้าเว็บเพจพร้อมรูปไม่กี่รูปที่คุณกำลังเปิดอยู่ในขณะนี้


ในปีพ.ศ. 2549 โทรศัพท์มือถือได้รับการพัฒนาให้สามารถส่ง MMS อี-เมล์ รวมถึงสามารถใช้งานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้เล็กน้อย ผู้ชมฟุตบอลระดับโลกจำนวน 69,000 คน ยังคงใช้แบนด์วิธมากถึง 30 GB ผ่านเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาดังกล่าว การถ่ายทอดทางโทรทัศน์ทั่วโลกเทียบเท่าได้กับการผลิตวิดีโอที่มีความยาวถึง 73,000 ชั่วโมง ถือเป็นสถิติใหม่ในเวลานั้น นอกจากนี้ช่วงไฮไลต์ของการแข่งขันฟุตบอลยังถูกเปิดดูผ่านช่องทางออนไลน์มากถึง 125 ล้านครั้งอีกด้วย

จนกระทั่งในปัจจุบัน ลองคิดดูสิว่า ขณะนี้ คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานผ่านแลปท็อป สมาร์ทโฟน และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ทัมป์ไดร์ฟที่เก็บไว้เป็นปีๆ เป็นไปได้หรือไม่ที่ข้อมูลทั้งหมด มีจำนวนมากกว่าหนึ่งเทระไบต์ มีการคาดการณ์ไว้ว่าผู้ชมการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2014 จะมีการส่งผ่านข้อมูลมากถึง 12.6 เทระไบต์ หรือเท่ากับการที่ผู้ชมจำนวน 73, 531 คน แชร์วิดีโอความละเอียดสูงความยาวหนึ่งนาทีจากสมาร์ทโฟน หรือ เครื่องมือสื่อสารชนิดอื่นๆ


มีการคาดการณ์ว่าการดูแมตช์ฟุตบอลระดับโลกผ่านวิดีโอออนไลน์ในปีที่นี้ จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทั้งจากที่บ้าน จากโทรศัพท์มือถือ และที่สำคัญคือจากที่ทำงาน ผู้ชมในอเมริกามากถึง 79% จะเปิดดูฟุตบอลโลกผ่านช่องทางออนไลน์ แบนด์วิธจำนวนมหาศาลที่ใช้ในการดูวิดีโอจำนวน 125,000,000 ครั้งในปี 2549 อาจเทียบไม่ได้เลยกับจำนวนวิดีโอออนไลน์ที่ผู้ชมเวิลด์คัพจากทั่วโลกจะดูในปี 2557


แต่การพัฒนาไม่ได้สิ้นสุดอยู่เพียงเท่านั้น ด้วยการพัฒนาของอินเทอร์เน็ตไร้สายและศูนย์กลางข้อมูลอันทรงพลัง อุปกรณ์เทคโนโลยีจดจำใบหน้า เพื่อทำหน้าที่ค้นหาหน้าของอาชญากรระหว่างเกม จะถูกใช้อย่างแพร่หลาย จำนวนของข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นในมหกรรมฟุตบอลระดับโลกครั้งนี้ จะทำให้ข้อมูลจากการแข่งขันในครั้งก่อนๆ มีจำนวนน้อยจนเทียบไม่ติด นอกจากนี้ เทคโนโลยีนี้ยังอาจเป็นคำตอบของการป้องกัน ปัญหาเรื่องผู้ก่อการร้ายช้ามชาติ ที่เป็นข้อกังวลที่เกิดขึ้นในเวิลด์คัพทุกๆ ปีอีกด้วย

ผู้ชมรอบชิงชนะเลิศจำนวน 86,250 คน อาจจะใช้ข้อมูลถึง 1.3 PB ผ่านเครื่องมือสื่อสารแบบพกพาที่สามารถดูวิดีโอได้ นี่ไม่ได้หมายถึงสมาร์ทโฟนหรือเครื่องมือสื่อสารปกติเพียงเท่านั้น แต่เรากำลังพูดถึงเครื่องมือในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาอัจฉริยะ แว่นตาอัจฉริยะ หรือแม้แต่หมวกคอมพิวเตอร์ไปจนถึงเครื่องตรวจจับชีวภาพ ซึ่งเราอาจเทียบขนาดของข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์เหล่านี้เทียบเท่ากับคลื่นสึนามิเลยทีเดียว


มหกรรมฟุตบอลระดับโลก สร้างโอกาสให้ผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันทั่วโลก ผ่านข้อมูลจำนวนมหาศาล นอกจากนั้นเวิลด์คัพยังทำให้เราเห็นว่า ข้อมูลนั้นเปรียบเหมือนกระแสเลือดของมนุษย์ในโลกปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เอง หากแฟนบอลทั่วโลกหันไปสนใจเวิลด์คัพที่ประเทศบราซิล พวกเราในฐานะผู้ใช้ข้อมูลก็จะสามารถเรียนรู้บทเรียนเกี่ยวกับการส่งต่อข้อมูลจากเวิลด์คัพครั้งนี้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ท้ายที่สุดนี่ ถามตัวเองดูว่า คุณจะสร้างข้อมูลมากมายขนาดไหนในช่วงเวิลด์คัพที่จะถึงนี้.

เน็ตแอพ เผนอินโฟกราฟิก อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของการใช้ข้อมูลในมหกรรมฟุตบอล ที่เห็นการเพิ่มขึ้นของข้อมูลที่มีความซับซ้อน โดยเก็บได้จากงานกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก จากการติดต่อสื่อสารตั้งแต่ ฟรองซ์ 1998 ถึง บราซิล 2014... 21 มิ.ย. 2557 11:00 21 มิ.ย. 2557 12:28 ไทยรัฐ