วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มศว ชู "ไอดอล" สร้างแรงบันดาลใจเฟรชชี่ ปลุกพลัง "สู้ชีวิต"

โดย

ในยุคที่บ้านเมืองกำลังต้องการความรัก ความสามัคคี เพื่อช่วยกันนำพาประเทศชาติให้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและปกติสุข

สิ่งหนึ่งที่สังคมไทยต้องช่วยกันสร้าง คือแรงบันดาลท่ามกลาง “ความแตกต่าง” ที่หลากหลาย ให้อยู่ร่วมกันได้อย่าง “ไม่แตกแยก”

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว นำโดย ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดี จึงเดินหน้าจัด “ค่ายสร้างแรงบันดาลใจเพื่อรับใช้สังคม” ณ วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้นิสิตชั้นปีที่ 1 หรือบรรดา “เฟรชชี่” ทุกคนได้มีโอกาสเข้าค่ายทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งนอกจากต้องการกระตุ้น “ต่อมสำนึก” ที่จะทำงานรับใช้สังคมตามเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยแล้ว ยังต้องการให้นิสิตได้ “สานสามัคคี” กับเพื่อนใหม่ต่างคณะด้วย

ค่ายสร้างแรงบันดาลใจรับใช้สังคมในปีนี้ มีความ “พิเศษ” เกิดขึ้น เมื่อมีน้องใหม่อย่าง “แนน”... ทิพภาวรรณ พลล่องช้าง นิสิตชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว สาขาการจัดการธุรกิจไซเบอร์ ซึ่งพิการมาตั้งแต่กำเนิด ไม่มีมือทั้ง 2 ข้าง มีติ่งเนื้อจากไหล่ถึงข้อศอก มีขาเพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างหนึ่งมีขาแค่เข่า และมีเท้าเล็กๆ ยื่นออกมา

แต่เธอคนนี้ได้ทำให้ทุกคน “ประจักษ์” ว่า บางทีความพร้อมหรือไม่พร้อมทางร่างกายของมนุษย์ มิอาจตัดสินได้ว่าคนคนนั้นมีศักยภาพในการใช้ชีวิตมากน้อยกว่าคนอื่นๆ และจากความแตกต่างนี่เอง ทำให้ ผศ.นพ.เฉลิมชัย เกิดแนวคิดที่จะยก “น้องแนน” สาวน้อยมหัสจรรย์คนนี้ เป็น “ไอดอล” ในการสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้นิสิตใหม่ทุกคน

เริ่มจาก “ตั้ม”...นรวีร์ นาสวน นิสิตสาขาการผลิตภาพยนตร์และดิจิตอล วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ยืดอกก่อนสารภาพว่า “บอกตรงๆ แบบไม่อายว่าก่อนหน้านี้ผมคิดจะกลับบ้านโดยไม่มาค่าย เพราะคิดว่าตัวเองมีปัญหาเยอะมาก มันเบื่อ เหนื่อย แต่เมื่อได้มาเห็นแนน ที่ร่างกายไม่ครบสมบูรณ์แต่ยอมทำกิจกรรมกับรุ่นพี่ และยังมาค่ายฯกับมหาวิทยาลัยอีก ผมบอกกับตัวเองว่าปัญหาผมนั้นมันจิ๊บๆมาก ขอบคุณค่ายนี้ที่ทำให้ผมได้รู้ตัวเอง และทำให้เพื่อนผมไม่ใช่คนพิการที่น่าสงสาร แต่เป็นคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนปกติ”

ตามมาด้วย “ลูกพีช”...พิชญา บูรณศีลสุนทร นิสิตสาขาวิทยาศาสตร์อาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร ยิ้มหวานก่อนบอกว่า “ค่ายสร้างแรงบันดาลใจทำให้เกิดกำลังใจมากมาย ทั้งสนุกและมีคติ ข้อคิดการใช้ชีวิตให้หนูได้เรียนรู้ว่าคนเรากว่าจะประสบความสำเร็จได้นั้นมันต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดมาแล้วแทบทั้งนั้น ค่ายนี้พิเศษมากๆ ตรงได้รู้จักและเห็นการใช้ชีวิตของเพื่อนใหม่อย่างแนน ที่แม้จะมีความไม่สมบูรณ์ทางร่างกาย แต่เขาสู้ชีวิตมาก ขยัน ตื่นเช้า ทำอะไรได้ทุกอย่างทำให้ลูกพีชเกิดกำลังใจอย่างประหลาด เรามีโอกาสแบ่งปันความรักผ่านการกอดกันด้วยค่ะ”

“กี๋”...ปกรณ์ วนาประเสริฐศักดิ์ นิสิตสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ คณะสังคมศาสตร์ สานต่อไม่ให้ขาดตอนว่า “ค่ายนี้ทำให้ผมเกิดกำลังใจมากมาย ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่เป็นประโยชน์มากในฐานะน้องใหม่ ครั้งแรกที่เห็นแนน ซึ่งเป็นผู้หญิงตัวเล็กแถมมีความไม่สมบูรณ์อย่างคนปกติ ผมคิดว่าแนนจะเข้าร่วมกิจกรรมได้เหรอ แต่พอมาเห็นและได้เข้าร่วมกิจกรรมกับเธอ ผมทึ่งเธอมาก เพราะเธอขยัน สู้ชีวิต และตั้งใจฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่าง โดยไม่ท้อแท้ในชีวิต มันสร้างแรงบันดาลใจให้ผมอย่างดีเยี่ยม”

“นัส”...ณัชชา ดวงเจริญ นิสิตสาขาการจัดการธุรกิจไซเบอร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม เพื่อนร่วมคณะของน้องแนน บอกว่า “ค่ายนี้สุดยอดมากค่ะ ตอนมาค่ายใหม่ๆ รู้สึกว่า คนพิการที่ไม่สมบูรณ์อย่างแนนจะเข้าร่วมกิจกรรมได้ทุกอย่างหรือเปล่า แต่เมื่อเห็นความสามารถ ความตั้งใจทำให้รู้สึกว่า เราคนปกติแท้ๆ เรายังมีหัวใจนักสู้ได้ไม่เท่าแนนเลย คือปกติเห็นคนพิการจะไม่ค่อยกล้าเข้าไปยุ่ง เพราะสงสาร ไม่อยากเห็น แต่แนนเขาไม่ได้ทำให้เราสงสาร เขามีแต่จะให้เราสนุก เบิกบาน อยู่ใกล้แล้วเกิดแรงบันดาลใจมากมายค่ะ”

และที่ขาดไม่ได้ แนน ...ทิพภาวรรณ บอกว่า “ไม่ได้รู้สึกว่ามีปมด้อยอะไร แต่เป็นความดีใจและภูมิใจที่ท่านอธิการบดีให้แนนเป็นต้นแบบในเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆนิสิต จะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทั้งการตั้งใจเรียน เข้าร่วมกิจกรรมของคณะและของมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่ การที่เราเป็นคนพิการจำเป็นอย่างมากที่ต้องสู้ชีวิตมากกว่าคนปกติ แต่มันทำให้เรารู้ว่าชีวิตคนเราต้องอดทนและต้องฟันฝ่าปัญหาต่างๆให้ได้ เมื่อเรามีกำลังใจที่สูงมากพอ เราก็สามารถเป็นกำลังใจและให้แรงบันดาลใจกับคนอื่นได้ด้วย โดยเฉพาะคนที่ขาดกำลังใจหรือท้อชีวิต”

ค่ายสร้างแรงบันดาลใจปิดลงด้วยความประทับใจ เพราะทุกคนมองเห็นคุณค่าและความแตกต่างของกันและกัน และใช้สิ่งนั้นช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์ให้ตัวเองและคนอื่นๆ

“นิสิตา” เชื่อว่าพลังใจและพลังความคิดที่น้องๆได้รับ จะกลายเป็นพลังบวกให้เรียนรู้การสู้ชีวิตและผลักดันให้ทำดีๆ เพื่อสังคมในอนาคต.

นิสิตา / รายงาน

21 มิ.ย. 2557 10:12 ไทยรัฐ