วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภารตะพิศวง... เร่งโตอย่างมีระบบ

....ขอบคุณรัฐบาลอินเดียและสถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย มอบโอกาสดีชวนผู้สื่อข่าวไทยหลายสำนัก รวมถึงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไปเยือน “สาธารณรัฐอินเดีย” หรือชาวอินเดียเรียก “ภารตะ”-- Bharat ในช่วงเวลาสำคัญ ไม่กี่วันภายหลัง “นเรนทรา โมดี” ผู้นำพรรคชาตินิยมฮินดู “ภารติยะ จันตะ” (บีเจพี) เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีอินเดีย” คนที่ 15 เมื่อ 26 มิ.ย. ช่วยทำให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นถึงแนวนโยบายบริหารประเทศนับจากนี้ของ “นายกรัฐมนตรีเท้าติดดิน” อดีตเด็กขายน้ำชาบริเวณสถานีรถไฟและท่ารถประจำทางในรัฐคุชราต

“นเรนทรา โมดี” คือผู้นำพรรคบีเจพีที่ช่วงชิงอำนาจการปกครองประเทศประชาธิปไตยใหญ่ที่สุดของโลกและชาติประชากรมากที่สุดอันดับ 2 ของโลก ได้สำเร็จจากการยึดบริหารโดยพรรคคองเกรสมาตั้งแต่ปี 2527

วันสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี “นเรนทรา โมดี” ทำให้ชาวโลกอึ้งทึ่งเชื้อเชิญผู้นำชาติเพื่อนบ้านเอเชียใต้ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟแห่งปากีสถาน เพื่อนบ้านไม้เบื่อไม้เมาและมหาอำนาจครอบครองอาวุธนิวเคลียร์กับอินเดีย ร่วมเป็นเกียรติสักขีพยานในพิธีด้วย ส่อแสดงถึงความจริงใจและการหยิบยื่นมิตรภาพสู่ปากีสถาน ท่ามกลางความชื่นชมโล่งใจของชาวโลกและชาติทวีปเอเชีย สู่เส้นทาง “สันติภาพ”...

“อินเดียวันนี้” เปลี่ยนไปมากจากภาพวันเก่า...แทบทุกหัวระแหง โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่เต็มไปด้วยพัฒนาการสมัยใหม่ การลงทุนจากต่างชาติหลั่งไหลเข้าประเทศเพิ่มทวีคูณ ผู้คนอยู่ระหว่างปรับตัวรับสภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคมอนาคต ท่ามกลางการแผ่อิทธิพลมากขึ้นของมหาอำนาจชาติจากฝั่งตะวันตกและตะวันออก

พัฒนาการของอินเดียไล่ตั้งแต่ยกระดับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทุ่มงบประมาณมหาศาล 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 39.6 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2560 เร่งแผนก่อสร้างเกือบทุกสิ่งอย่าง เพิ่มถนนหนทางกว้างขวางเชื่อมระหว่างเมือง ปรับปรุงระบบขนส่งทางราง ทั้งยกระดับระบบขนส่งทางอากาศภายในประเทศ วางแผนพัฒนาผังเมืองอย่างชัดเจน ขยายชุมชนพักอาศัยไปแถบชานเมือง กำหนดสถานที่เหมาะตั้งสถานศึกษาทั้งในและระหว่างประเทศ ตั้งศูนย์กีฬานันทนาการครบวงจร รวมถึงสร้างสนามแข่งรถยนต์สูตร 1 แห่งใหม่ใหญ่โตมโหฬารระดับโลก ตั้งอยู่ริมทางด่วนสายยะมุนา เส้นทางหลักระยะทางราว 200 กม.จากกรุงนิวเดลีลงใต้ไปเมืองอัครา แหล่งท่องเที่ยวสำคัญและที่ตั้งอนุสรณ์สถานรักนิรันดร์ “ทัช มาฮาล”....

เศรษฐกิจอินเดียอยู่ระหว่าง “ขาขึ้น” มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) คาดว่าพุ่งถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2563 และถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2568 ส่วนหนึ่งเพราะอินเดียคือประเทศเป้าหมายอันดับต้นของโลกสำหรับการจ้างผลิตสินค้านอกประเทศ ไม่นับรวมถึงอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของตัวเองภายใต้รหัส “ตาต้า มอเตอร์ส” (TATA) บริษัทผลิตรถยนต์ใช้งานทุกประเภทรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งกำลังสร้างชื่อเสียงสินค้าดีวันดีคืนด้วยคุณภาพมาตรฐานโลกทุกประการ

...ใช่ว่าเน้นแต่ความสำคัญด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลอินเดียมองทะลุถึงปรัชญาด้านการศึกษา คือรากฐานของความก้าวหน้าและพัฒนาการอย่างมีคุณค่า ส่งเสริมสนับสนุนตั้งมหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติผุดขึ้นตามเมืองสำคัญๆ ภายใต้แนวคิด “World as One Family”--กล้อมแกล้มความหมายคือ “โลกเป็นครอบครัวเดียวกัน” ทำข้อตกลงเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติจากทั่วโลกเข้าไปเรียนในอินเดีย ทั้งแบบให้ทุนการศึกษาและแบบคุยราคาต่อรองค่าเล่าเรียนกันได้ ตัวอย่างเช่น Symbiosis International University เมืองปูเน่ ใกล้นครมุมไบ เมืองเอกของรัฐมหารัชตะ ทางภาคตะวันตก มีนักเรียนไทยที่นั่นหลายคน

อีกความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีของอินเดีย โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอที บริษัทธุรกิจบริการข้อมูลของอินเดียอยู่ในกลุ่มที่ปรึกษาดำเนินการรายใหญ่แถวหน้าของโลก ตัวอย่างบริษัท Infosys มีลูกค้าทั่วโลกมากกว่า 30 ประเทศ พนักงานผ่านการฝึกอบรมทำงานอยู่ทั่วโลกมากกว่า 160,000 คน

ความที่อินเดียเป็นประเทศใหญ่ลำดับ 7 ของโลก พื้นที่เกือบ 3.3 ล้าน ตร.กม.ใหญ่กว่าราชอาณาจักรไทย 6 เท่า จึงมีพื้นที่สภาพอากาศหลากหลาย ตั้งแต่ดินแดนหิมะบนเทือกเขาลงไปจนถึงชายทะเลหาดทรายสวยงาม ทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ยังไม่นับรวมถึงความหลากหลายด้านศาสนา วัฒนธรรม และอาหาร

สิ่งสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งที่ทำให้อินเดียถูกชาวโลกจับตามองอย่างสนใจใคร่ครวญคือ ความมีเสถียรภาพทางการเมืองของชาติประชาธิปไตยใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งทุกฝ่ายที่ร่วมชิงอำนาจต่างยอมรับกฎกติกาด้วยดีและชาวอินเดียภาคภูมิใจมากต่อกระบวนการเลือกตั้งเฟ้นหาผู้แทนประชาชนขึ้นบริหารประเทศ
ทำให้อินเดียกล้าประกาศท้าชาวโลกให้ร่วมพิสูจน์คำขวัญ “Incredible India”––...เหลือเชื่อจริงๆอินเดีย...

อานุภาพ เงินกระแชง

21 มิ.ย. 2557 08:35 21 มิ.ย. 2557 08:37 ไทยรัฐ