วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

14นักโทษการเมือง ขอประกันตัวสู้คดี

ศาลให้ปล่อย‘อ๋อย’ น.จับปืน-ระเบิดอื้อ

“จาตุรนต์”รายงานตัวตามคำร้องฝากขังผัด 3 ศาลไม่สั่งควบคุมตัวเหตุพนักงานสอบสวนไม่แนบท้ายคำค้านประกันตัว มึนโดนข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการโพสต์เฟซบุ๊กอีกกระทง ลั่นสู้คดีเต็มที่ คสช.สนธิกำลังทุกฝ่ายลุยจัดระเบียบวินรถตู้อนุสาวรีย์ชัยฯ ห้ามจอดแช่ขวางทางจราจรโดยรอบ สั่งย้ายไปสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์ชั่วคราว ผบ.มทบ.11 บุกหมอชิตตรวจวินแท็กซี่ เผยทหารเข้าดูแลทั้งระบบทั้งผู้โดยสารถูกเอาเปรียบ รวมถึงแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ฝ่ายโชเฟอร์ ตำรวจจับผู้ต้องหาพร้อมของกลางอาวุธสงครามอื้อ ชี้ลักษณะเหมือนของที่ใช้ในม็อบ “วัชรพล” เข้มปราบมาเฟีย นายทุนเงินกู้ บ่อน แก๊งทวงหนี้ ขู่ฟันเจ้าหน้าที่มีเอี่ยว กสม.เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังคดีการเมือง เชียร์ให้ใช้สิทธิประกันปล่อยตัวชั่วคราว เล็งเสนอหัวหน้า คสช.พิจารณา

หลังจากที่ คสช.เดินหน้าจัดระเบียบสังคม เร่งจัดการปัญหาวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง สั่งกวาดล้างมาเฟียให้ราบคาบ รวมถึงการตั้งคณะกรรมการดูแลรถตู้ รถแท็กซี่ โดยเฉพาะแท็กซี่สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ให้ได้มาตรฐาน ไม่โกงค่าโดยสารนั้น

จัดระเบียบรถตู้อนุสาวรีย์ชัยฯ

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. พ.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) พ.อ.สมบัติ บุญวรรณ ผู้บัญชาการกรมนักเรียน โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า (ผบ.กรม.นร.รรม.ศม.) ร่วมกับ พ.ต.ท.จุมพล คณานุรักษ์ รอง ผกก.จร.สน.พญาไท พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่เทศกิจ ขสมก. บขส.และกรมการขนส่งทางบก 50 นาย ร่วมกันจัดระเบียบวินรถตู้บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท ตามคำสั่งของ คสช.เพื่อจัดระเบียบวินรถตู้ที่จอดแช่ป้ายรับส่งผู้โดยสาร

เอาจริงให้ย้ายที่จอด-ขายตั๋ว

พ.อ.เฉลิมพล กล่าวว่าวันนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการกับวินรถตู้ที่จอดกีดขวางการจราจร และตั้งขายตั๋วบนทางเท้า โดยการปรับให้รถตู้ที่จอดแช่อยู่ย้ายไปจอดใต้สถานีแอร์พอร์ตลิงค์ชั่วคราว แล้วให้ประชาชนที่ใช้บริการซื้อตั๋วเมื่อครบตามจำนวนที่นั่งรถก็จะมารับที่อนุสาวรีย์ ส่วนสถานที่ขายตั๋วที่วางระเกะระกะตามฟุตปาทกีดขวางทางเดิน มีการจัดพื้นที่ให้ 10 จุด รอบอนุสาวรีย์ จุดขายตั๋วจะจัดที่นั่งรอผู้โดยสารไว้ เพื่อความเป็นระเบียบและมีป้ายบอกเลขรถ ราคา สถานที่จอดอย่างชัดเจน ด้าน พ.ต.ท.จุมพลกล่าวว่า วันนี้จะเริ่มจัดระเบียบที่หน้าภัตตาคารพงหลีจุดแรก ก่อนขยายพื้นที่ห้ามจอดเด็ดขาดจนรอบอนุสาวรีย์ โดยจะเป็นการร่วมกันทำงานของหลายฝ่าย เพื่อจัดการปัญหาการจราจรและความปลอดภัยของผู้โดยสาร

เคลียร์ รฟท.ขอยืมใช้พื้นที่

พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) กล่าวถึงกรณีที่นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย คัดค้านการย้ายวินรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังสถานีแอร์พอร์ต ลิงค์ มักกะสัน ตามนโยบายของ คสช.เพื่อจัดระเบียบวินรถตู้รอบพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในการแก้ปัญหาการจราจรว่า ล่าสุดได้พูดคุยและทำความเข้าใจกับนายประภัสร์เรียบร้อยแล้ว โดยอธิบายไปว่าแค่ต้องการยืมพื้นที่ทดลองใช้ 1 เดือนเพื่อจัดระเบียบรถตู้ให้เข้าที่เข้าทาง เพราะเห็นว่าเป็นพื้นที่ว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร โดยจะพยายามดำเนินการไม่ให้เกิดผลกระทบกับใครทั้งสิ้น เมื่อครบกำหนดก็จะหาพื้นที่ใหม่รองรับหากดำเนินการสำเร็จ ซึ่งทางนายประภัสร์ก็เข้าใจและไม่ขัดข้อง

จัดระเบียบแท็กซี่หมอชิต

ช่วงสาย ที่สถานีขนส่งรถโดยสารหมอชิต พล.ต.นิรันดร สมุทรสาคร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารประชุมกับนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผจก.ใหญ่บริษัท บขส.จำกัด และเจ้าหน้าที่ เรื่องการจัดระเบียบรถแท็กซี่ในพื้นที่มาจอดร่วมบริการพร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบ พล.ต.นิรันดรกล่าวว่า มทบ.11 รับคำสั่งจาก คสช.ให้มาดูแลเรื่องรถแท็กซี่ โดยที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนจากผู้โดยสารในเรื่องการโก่งราคาค่าแท็กซี่ การส่งผู้โดยสารลงกลางทางโดยไม่ถึงที่หมาย และการลวนลามทางเพศ ในส่วนนี้ทางทหารจะเข้ามาดูแล ที่ผ่านมาก็ให้สารวัตรทหารเข้ามาดูแลในสถานีขนส่งเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ โดยการที่แท็กซี่มาจอดรถรอรับผู้โดยสาร ทำให้มีปัญหาอบายมุข การพนัน ยาเสพติดรวมถึงการเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งทหารก็จะเข้ามาดูแลในจุดนี้ด้วย อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาในสถานีขนส่งหมอชิตก็ไม่พบการร้องเรียนเรื่องมาเฟียแต่อย่างใดปัญหาเหล่านี้หากพบเข้าไปแก้ไขทันที

สนธิกำลังตั้งจุดตรวจร่วม

พล.ต.นิรันดรกล่าวอีกว่า จากการพูดคุยกับผู้ขับขี่ ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมามีปัญหาบ้านเมืองไม่เรียบร้อย ทำให้รายได้เหลือไม่เพียงพอ และบางคันก็ถูกบริษัทลิสซิ่งยึดรถ จึงได้ให้กำลังใจกับแท็กซี่ว่าอย่าเพิ่งเรียกร้องขึ้นราคา ให้ คสช.เข้ามาทำให้ประเทศเรียบร้อยเข้ารูปเข้ารอย เศรษฐกิจดีขึ้นก่อน โดยจะเชิญผู้ประกอบการรถแท็กซี่เข้าพูดคุยใน วันที่ 24 มิ.ย.ที่ มทบ.11 และจะมีการสรุปปัญหาทั้งหมดภายใน 2 เดือน เสนอไปยัง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผช.ผบ.ทบ. อย่างไรก็ตาม ได้นำปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับขี่แท็กซี่ทั้งระบบเสนอให้ คสช.รับทราบแล้ว ซึ่งรวมไปถึงปัญหาผู้มีอิทธิพลที่เข้ามาเรียกเก็บค่าคุ้มครองที่ต้องเร่งแก้ไข การจัดระเบียบผู้ขับขี่ ไม่ทิ้งผู้โดยสาร ไม่ฉวยโอกาสด้านราคา โดยขณะนี้ทหารได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ และกรมการขนส่งทางบก ตั้งจุดตรวจร่วมที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สนามบินสุวรรณภูมิ และหน้าวัดดอนเมือง เพื่อกวดขันจับกุมแท็กซี่ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย

จับผู้ต้องหาของกลางปืน-ระเบิด

ที่ บช.น.พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ.ช่วยราชการ บช.น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.ศยส.ตร. รรท.ผบก.สส.บช.น. แถลงข่าว พ.ต.อ.พันธุ์เทพ ธรรมจารี รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.ประยูร ศาลาทอง ผกก.สส.1 บก.สส. จับกุมนายกิตติพงษ์ หรือนนท์ จันทร์ชุ่ม อายุ 28 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 ขนาด 30 นัด ภายในบรรจุเครื่องกระสุนปืน 29 นัด ลูกระเบิด อาร์จีดี 5 จำนวน 3 ลูก ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 ขนาดบรรจุ 20 นัด 2 ซอง กระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 57 นัด กระสุนปืนเอเค 47 จำนวน 113 นัด กระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 9 นัด ระเบิดไปป์บอมบ์ 1 ลูก ประทัดยักษ์ 1 ลูก ระเบิดปิงปอง 2 ลูก กระสุนปืน.22 จำนวน 25 นัด และกระสุนปืนขนาด 7.65 จำนวน 27 นัด แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

เจอกระสุนฝังดินอีกเพียบ

พล.ต.ท.จักรทิพย์กล่าวว่า เมื่อเย็นวันที่ 19 มิ.ย.ชุดจับกุมได้เบาะแสว่าจะมีการส่งมอบปืนสงครามที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาเกษตร-นวมินทร์ ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว พบนายกิตติพงษ์ ขี่จักรยานยนต์เข้ามาในปั๊มจอดที่หน้าห้องน้ำ เบาะหลังมีกล่องสีแดงตรวจพบอาวุธปืนและระเบิด นำตัวไปตรวจค้นบริเวณบ้านเลขที่ 1923/2 ซอยพหลโยธิน 34 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร พบกระเป๋าผ้าร่มสีน้ำเงินฝังอยู่ในดิน ภายในมีกระสุนปืนขนาดต่างๆ และระเบิดอีกจำนวนหนึ่ง นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม สอบสวนนายกิตติพงษ์อ้างว่า มีอาชีพขับรถแท็กซี่ ส่วนของกลางเพื่อนเอามาฝากไว้ อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนมีข้อมูลว่า ผู้ต้องหาลักลอบค้าอาวุธมานานแล้วและกำลังขยายผลต่อไป สำหรับระเบิดและอาวุธสงครามที่จับกุมได้ครั้งนี้ มีลักษณะเหมือนกัน และพบบ่อยที่สุดและมีการใช้ในการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา

ยึดตู้ม้า-ตู้สลอตอีก 85 ตัว

พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงแป้น รอง ผบก.สส.บชน. พ.ต.อ.ชาญ แก้วท่าไม้ รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สน.บางขุนเทียน ร่วมกันแถลงข่าว พ.ต.ท.ไกรวิทย์ อุณหก้องไตรภพ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน ร่วมกับ พ.ท.ศตายุ จันตาศาลา ผบ.บก.ควบคุม ร.29 พัน.1 พล.ร.9 พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารจาก พล.ร.9 เข้าตรวจค้นทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น เลขที่ 71/90 ถนนบางบอน 1 ซอย 9 แยก 7 แขวงและเขตบางบอน พบว่าประตูหน้าบ้านล็อกด้วยโซ่แน่นหนา เจ้าหน้าที่ใช้กฏอัยการศึกใช้คีมตัดโซ่เข้าไป พบตู้ม้า 53 ตัว ตู้สลอตแมชชีน 32 ตัว ติดตั้งแผงวงจรพร้อมใช้งาน ตรวจยืดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พ.ต.อ.ชาญกล่าวว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่า ทาวน์เฮาส์หลังนี้มีการเก็บซุกซ่อนตู้ม้าไว้ จากการตรวจค้นพบของกลางพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่จะได้เรียกเจ้าของบ้านและติดตามตัวเจ้าของตู้ที่ระบุไว้ข้างตู้ชื่อฮอท มาสอบสวนและตรวจสอบเอกสารทางด้านเสียภาษีจากกรมศุลการกรต่อไป

ทหาร-ตำรวจค้น 14 จุดภูเก็ต

ที่ จ.ภูเก็ต เช้ามืดวันเดียวกัน น.อ.เพชรรัตน์ เทียนจันทร์ รอง ผอ.กิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมกับตำรวจ นำหมายค้นศาลจังหวัดภูเก็ตจำนวน 14 หมายค้นเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายตามแผนปฏิบัติร่วมทหารตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรมและผู้มีอิทธิพลและบุคคลตามหมายจับ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย คดีบุกรุกที่ 3 ราย ผู้ต้องหาครอบครองอาวุธปืน 1 ราย ตรวจยึดอาวุธปืน 9 มม.พร้อมกระสุน 13 นัด ด้าน พ.ต.อ.อรุณ แกล้ววาที รอง ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต กล่าวว่าทหารตำรวจ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนป่าหลาย ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมเครื่องจักรกลหนักเข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่มีการพิพาทระหว่างชาวบ้านและนายทุน จึงสนธิกำลังรตรวจค้นจับกุมดังกล่าว

ทิ้งอาวุธสงครามย่านบางกรวย

พ.ต.ท.บุญชู สงสุวงษ์ พนักงานสอบวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี รับแจ้งว่าพบอาวุธสงครามถูกนำมาทิ้งข้างทางภายในซอยบ้านตากแดด ถนนนครอินทร์ หมู่ 2 ต.บางขนุม อ.บางกรวย ไปตรวจสอบพบว่าคนร้ายนำอาวุธใส่ถุงพลาสติกสีดำทิ้งไว้ข้างทาง ภายในปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก แมกกาซีน 1 อันและกระสุน 3 นัด ปืนอาก้า 1 กระบอก แมกกาซีน 2 อัน พร้อมกระสุน 39 นัด ปืนลูกซอง 5 นัด 1 กระบอก ปืน.380 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 24 นัด กระสุนปืน.22 จำนวน 4 นัด ด้าน พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท. ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ได้รับรายงานจากทหารว่าพบอาวุธสงครามดังกล่าว คาดว่าเจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ครอบครองกลัวถูกจับจึงเอาออกมาทิ้ง

“อ๋อย” มึนโดนเพิ่มอีกกระทง

เมื่อเวลา 09.40 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ ถ.หลักเมือง นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ ผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ไม่รายงานตัวโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และข้อหากระทำการยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 กรณีการร่วมปาฐกถาและแถลงข่าวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ได้เดินทางขึ้นศาลทหารเพื่อรายงานตัวตามที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังผัดที่ 3 เป็นเวลา 12 วัน เนื่องจากพนักงานสอบสวนทำสำนวนยังไม่แล้วเสร็จ เมื่อตุลาการศาลทหาร นั่งบัลลังก์พิจารณา คำร้อง พนักงานสอบสวน อ่านคำร้องโดยสรุปว่า ต้องรอสอบพยานอีก 3 ปาก และตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาอาชญากรรมของผู้ต้องหา และตั้งข้อหาเพิ่มอีก 1 ข้อหาฐานกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม. 14 (3) กรณีนำข้อความแถลงข่าวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี

โล่งศาลไม่สั่งควบคุมตัว

นายจาตุรนต์ได้ให้การคัดค้านคำร้องฝากขังว่า พนักงานสอบสวนไม่จำเป็นต้องตรวจสอบประวัติเป็นเพราะตนเป็นถึงอดีตรัฐมนตรี และขอตั้งข้อสังเกตการสอบสวนพยาน 4 ปากผ่านไป 12 วันสามารถสอบได้แค่ 1 ปาก รวมถึงการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเป็นเพียงข้ออ้างของพนักงานสอบสวนที่จะประวิงเวลาในการทำสำนวนเท่านั้น ท้ายที่สุดศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังผัดที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย.-2 ก.ค.ได้ แต่เนื่องจากคำร้องไม่ได้แนบท้ายคำคัดค้านการให้ประกันตัวเมื่อครั้งฝากขังผัดที่ 2 ศาลจึงไม่มีคำสั่งให้ควบคุมตัว โดยขอให้นายประกันมายื่นเอกสารเพิ่มเติมเมื่อครบกำหนดฝากขังผัดที่ 3 ในเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.ค.รวมทั้ง ให้พนักงานสอบสวนเร่งรัดในการจัดทำสำนวนฟ้อง

ลั่นขอต่อสู้คดีจนถึงที่สุด

ต่อมาเวลา 12.30 น. นายจาตุรนต์ให้สัมภาษณ์ว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ก่อนฟังคำพิจารณาไม่กี่นาทีว่าตนกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กระทบต่อความมั่นคงหรือก่อการร้าย รวมขณะนี้ตนมีความผิดที่ถูกกล่าวหาระวางโทษรวม 14 ปี จึงจะหารือทีมทนายเพื่อสู้คดีเต็มที่อย่างถึงที่สุด และจะหาข้อมูลในส่วนที่จะช่วยทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ภายใต้เงื่อนไขที่ศาลกำหนด คือ ห้ามออกนอกราชอาณาจักร ห้ามชุมนุมทางการเมือง และจากนี้ไป จะศึกษาข้อมูลเพื่อเตรียมนำเสนอความเห็นเกี่ยวกับ การปฏิรูปประเทศในโอกาสต่อไป

ทนายเผยยังไม่เซ็นรับอีกข้อหา

นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความของนายจาตุรนต์กล่าวว่า ประเด็นการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมนั้น เราได้แถลงต่อศาลว่าไม่ขอเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากเห็นว่าพนักงานสอบสวนกระทำการโดยเร่งรีบ ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง ซึ่งพนักงานสอบสวนควรจะต้องออกหมายเรียกไปรับทราบให้การก่อน ไม่ใช่แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมพร้อมในคำร้องฝากขังวันนี้ ซึ่งการฝากขังพนักงานสอบสวนยังสามารถยื่นคำร้องได้อีก 1 ครั้ง ขณะที่นายจาตุรนต์ จะเดินทางมาศาลอีกครั้งเวลา 09.30 น. วันที่ 2 ก.ค.

ชาวแปดริ้วหอบดอกไม้แห่เชียร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์เดินทางไปที่ ศาลทหารกรุงเทพ พร้อมกับนางจิราภา ฉายแสง ภรรยา นายวุฒิพงษ์ ฉายแสง อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี น้องชาย และนางฐิติมา ฉายแสง อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ น้องสาว รวมทั้งประชาชน จากจังหวัดฉะเชิงเทรา มารอมอบช่อดอกกุหลาบ ทักทายให้กำลังใจ ก่อนขึ้นศาล และได้ปรบมือกึกก้องระหว่างที่นายจาตุรนต์ขึ้นรถกลับออกไปด้วย

คสช.เกาะติดความคืบหน้า

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุม คสช.แทน เพื่อติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการดำเนินงานต่างๆ โดยเฉพาะกรณีที่มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลเรื่องการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตู้โดยสาร และรถแท็กซี่ ที่คณะทำงานได้รายงานผลความคืบหน้าในการดำเนินงานที่ผ่านมาจากที่ได้มีการลงพื้นที่ดำเนินการจัดระเบียบในส่วนต่างๆ โดยในวันนี้ก็ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะดำเนินการให้เป็นรูปธรรมภายใน 5 วัน

สั่งเข้มปราบจับกุมมาเฟีย

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท. ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้มีคำสั่งให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งเข้มงวดกวดขันป้องกัน ปราบปราม กดดัน และสืบสวนจับกุมเป้าหมายมาเฟียผู้มีอิทธิพล นายทุนปล่อยเงินกู้ สถานบริการผิดกฎหมาย บ่อนพนัน อาวุธสงคราม และแก๊งติดตามทวงหนี้ นายทุนที่ลักลอบนำคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ กลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมอย่างจริงจังและเด็ดขาด สำหรับกรณีเครือข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงระหว่าง บก.และจังหวัด เกินขีดความสามารถของสถานีตำรวจ เป็นเครือข่ายขบวนการขนาดใหญ่ที่มีผู้มีอิทธิพลสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเกินความสามารถของสถานีตำรวจให้ ผบก.และผบช.ที่รับผิดชอบพื้นที่เข้ามาดำเนินการ

ให้ดำเนินคดียาเสพติดเด็ดขาด

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบด้านการปราบปรามยาเสพติดกล่าวว่า มีคำสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบควบคุมตรวจสอบสถานบริการ หอพัก อาคารชุด เกสต์เฮาส์ ถ้าปล่อยปละ ละเลยให้มีการซุกซ่อน จำหน่ายยาเสพติดให้ดำเนินการลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับเจ้าของหรือผู้ประกอบการทันที เจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดปล่อยปละละเลย หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเครือข่ายยาเสพติดจะต้องถูกดำเนินการทางวินัยและอาญา รวมทั้งให้ ผบช.และผบก.ทุกหน่วย ปราบปรามและจับกุมผู้ผลิต ผู้ค้านำเข้าและส่งออก รวมทั้งผู้สมคบและสนับสนุนช่วยเหลือให้ได้ผลอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ สกัดกั้นการลักลอบนำเข้าตลอดแนวชายแดน ปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดในทุกหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ และใช้มาตรการตรวจสอบเพื่อยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบ

เชื่อบึมพระราม 9 โยงการเมือง

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวถึง ความคืบหน้าเหตุระเบิดบริเวณแยกพระราม 9 ว่า ขณะนี้จับกุมได้ 1 คน และได้ออกหมายจับอีก 3 คน อยู่ระหว่างติดตามจับกุม มีพยานยืนยันว่าผู้ก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันในการก่อเหตุ สอบสวนผู้ต้องหาได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ถึงผู้ที่ร่วมกระทำผิด ผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องให้การสนับสนุน เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มทางการเมืองที่มีความเห็นตรงกันข้าม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เห็นว่ามีความไม่สงบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องเร่งหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพราะคำรับสารภาพของผู้ต้องหาอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เบื้องต้นได้มอบหมายให้พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ช่วยราชการรอง ผบช.น.เร่งสืบสวนขยายผลหาพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับคำให้การ คาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกระยะ ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาหรือไม่ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์พยานหลักฐาน

กสม.หนุนประกันตัวผู้ต้องขัง

ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายสมชาย หอมลออ ประธานมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. โดยนำเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นจำนวนหนึ่งไปมอบให้ด้วย จากนั้น นพ.นิรันดร์กล่าวว่า จำนวนผู้ต้องขังที่เข้าเยี่ยมทั้งหมดจำนวน 14 คน เป็นคดีตามมาตรา 112 คดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.คดีปลุกระดมทำให้เกิดความวุ่นวาย อาทิ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เจ๋ง ดอกจิก จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ โดยทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีและกำลังใจดี โดยการพูดคุยได้ข้อสรุปคือทั้งหมดต้องการใช้สิทธิการประกันตัวหรือปล่อยตัวชั่วคราว เพราะไม่มีโอกาสที่จะรวบรวมพยานเพื่อต่อสู้ในศาลได้ อีกทั้งมีหลายคนที่ยังไม่มีคำพิพากษาเด็ดขาด ต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ซึ่งน่าจะให้โอกาส เพราะทุกคนยืนยันว่าจะไม่หลบหนีหากได้ประกันตัว

จ่อเสนอ “ประยุทธ์” พิจารณา

นพ.นิรันดร์กล่าวว่า นอกจากนี้มีความเห็นจากหลายส่วนว่า น่าจะให้ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมโดยศาลพลเรือน เนื่องจากตอนนี้ไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม แต่เป็นเรื่องการแสดงความเห็นต่างทางการเมือง นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงเรื่องสถานะและความปลอดภัยที่อยู่ภายในเรืองจำ เนื่องจากคนเหล่านี้ถูกดำเนินคดีทางการเมือง จึงได้แจ้งกับ ผบ.เรือนจำว่าต้องระมัดระวังในการเอาไปรวมกับนักโทษคดีอื่นๆ อาจจะเกิดความรุนแรงขึ้นได้ ควรจะให้อยู่รวมกัน อีกประเด็นมีตำรวจมาถ่ายวีดิโอญาติพี่น้องที่เข้ามาเยี่ยม ทำให้เกิดความหวาดกลัว ไม่มั่นใจว่าจะอยู่ในบัญชีที่จะถูกเรียกตัวหรือไม่ อย่างไรก็ตามตนจะนำเรื่องนี้ไปสรุปตามสิทธิมนุษยธรรมที่พวกเขาจะต้องได้รับความดูแล โดยจะนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ให้เร็วที่สุด

ตามจี้จับคนผิดคดีหมิ่นฯ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและวางแนวทางการปฏิบัติในการทำคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดย พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า หัวหน้า คสช.ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น สำหรับกรณีผู้กระทำความผิดอยู่ในประเทศให้ดำเนินการติดตามจับกุมทันที ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ทั้งผู้ต้องหาที่เป็นคนไทย และชาวต่างชาติ ทุกหน่วยที่รับผิดชอบต้องประมวลเรื่องส่งให้ บก.ตท.เพื่อที่จะได้ดำเนินการส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด ประสานงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการต่อไป ต่อไปนี้การปฏิบัติงานต้องมีทิศทาง มีระบบ และมีผู้รับผิดชอบชัดเจน

อสส.ปัดออกความเห็นจับ “โรส”

นายนันทศักดิ์ พูนสุข อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงการดำเนินคดีกับ น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ โรส อายุ 34 ปี พำนักอาศัยในประเทศอังกฤษและถือสัญชาติอังกฤษ ที่เผยแพร่คลิปเข้าข่ายคดีหมิ่นฯในโลกออนไลน์ ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีตามหมายจับศาลอาญาว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้แน่ชัด เพียงแต่ทราบข่าวจากทางตำรวจ ยังกล่าวอะไรไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับทางฝ่ายต่างประเทศพิจารณาในข้อกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไร การขอตัวจะสามารถกระทำได้หรือไม่ตามขั้นตอนที่มีสนธิสัญญากับประเทศนั้นๆ หรืออาจขึ้นอยู่กับฝ่ายความมั่นคงว่าจะประสานดำเนินมาตรการอย่างไรต่อไป ตนไม่ขอพูดในส่วนนี้

“สมยศ” ชี้ม็อบต้านคนน้อย

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงการเคลื่อนไหวชุมนุมแสดงสัญลักษณ์คัดค้าน คสช.ว่า ได้จัดวางกำลังปกติในพื้นที่ที่มีข่าวชุมนุมแสดงสัญลักษณ์เพื่อเข้าควบคุมตัวส่งให้ทหารพูดคุยทำความเข้าใจในโหมดปรองดอง โดยได้สั่งลดกำลังตำรวจในเครื่องแบบ และใช้ตำรวจนอกเครื่องแบบ เข้ามาเพื่อดำเนินการจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ถ้ามีการออกมาแสดงสัญลักษณ์เจ้าหน้าที่ต้องจับกุมดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานการเคลื่อนไหวกลุ่มคนแสดงสัญลักษณ์เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเข้าใจสถานการณ์ที่ทุกคนในประเทศต้องช่วยกันทำให้ประเทศกลับสู่ความสงบเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

มส.ตั้ง กก.สร้างสมานฉันท์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้ลงนามในคำสั่งมหาเถรสมาคม (มส.) แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ให้คณะสงฆ์ทุกจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านศีล 5 เพื่อเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ความสามัคคี และเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

“จาตุรนต์”รายงานตัวตามคำร้องฝากขังผัด 3 ศาลไม่สั่งควบคุมตัวเหตุพนักงานสอบสวนไม่แนบท้ายคำค้านประกันตัว มึนโดนข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการโพสต์เฟซบุ๊กอีกกระทง 21 มิ.ย. 2557 07:31 21 มิ.ย. 2557 07:32 ไทยรัฐ