วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ซัวเรซ'ฟุ้งสะใจ ยิง2ลูกดับฝันผู้ดี

คืนนี้เบียร์ซดกานา ‘ฟ้าขาว’ขยํ้าอิหร่าน

รอย ฮอดจ์สัน กุนซือทีมชาติอังกฤษ ยันไม่ไขก๊อกลาออกจากตำแหน่ง แม้ทัพ “สิงโตคำราม” อาการร่อแร่ มีโอกาสสูงที่จะตกรอบแบ่งกลุ่ม ในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล หลังจากพลาดท่าแพ้ต่อ “จอมโหด” อุรุกวัย 1-2 ในเกมกลุ่มดี นัดที่ 2 ส่งผลให้อังกฤษแพ้ 2 นัดรวด ยังไม่มีคะแนนเลยแม้แต่แต้มเดียว “ฮอดจ์สัน” กุนซือสิงโตคำราม ยอมรับสุดเจ็บปวดที่อังกฤษแพ้อุรุกวัยขณะที่สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมชาติอังกฤษตำหนิทัพ “สิงโตคำราม” ขาดความเก๋า และยังฉลาดไม่พอ ด้านหลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่งของอุรุกวัย รับปลื้มสุดๆ หลังเหมายิงปลิดชีพอังกฤษคนเดียว 2 ลูก ชี้ชัยชนะเหนืออังกฤษนัดนี้ ตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่มีต่ออุรุกวัยอย่างสะใจ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา เต็งสองของรายการ พร้อมรบสุดขีด หวังเผด็จศึกเอาชนะอิหร่าน ตัวแทนจากเอเชีย เพื่อให้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย ศึกบอลโลก 2014 ส่วนอินทรีเหล็ก เยอรมนี อดีตแชมป์โลก 3 สมัยลั่นฟอร์มร้อนแรงลงล่าประตู “ดาวดำ” กานา ในเกมนัด 2 กลุ่มเอฟ

เบื้องหลังศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 กลุ่มดี เมื่อวันพฤหัสฯที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเกมชี้ชะตาเข้ารอบน็อกเอาต์ ระหว่าง “สิงโตคำราม” อังกฤษ ทีมขวัญใจมหาชนชาวไทย ดวลกับ “จอมโหด” อุรุกวัย ทีมแกร่งจากอเมริกาใต้ ต่างแพ้มาด้วยกันทั้งคู่ในนัดแรกที่สนามเอสตาดิโอ เดอ เซา เปาโล ในเมืองเซา เปาโล ประเทศบราซิล โดยเกมนี้จบลงด้วยชัยชนะของพลพรรค“จอมโหด” อุรุกวัย ที่เฉือนชนะ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ไปได้ 2-1 ส่งผลให้ ทีม“สิงโตคำราม” อาการร่อแร่มีความเสี่ยงสูงที่จะตกรอบแบ่งกลุ่ม หลังแพ้เป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน

เกมนี้อังกฤษส่งเวย์น รูนีย์ ยืนกองหน้าตัวเป้าคู่กับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ โดยมีราฮีม สเตอร์ลิง และแดนนี เวลเบค รับบทปีกทั้ง 2 ข้าง ส่วนอุรุกวัยได้หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่งกลับมาฟิตสมบูรณ์ลงล่าตาข่ายกับเอดินสัน คาวานี โดยเกมครึ่งแรกเล่นมาถึงนาทีที่ 39 อุรุกวัยขึ้นนำก่อน 1-0 เมื่อนักเตะทีมจอมโหดตัดบอลได้จากบริเวณกลางสนาม ก่อนที่ เอดินสัน คาวานี จะหยอดจากฝั่งซ้ายข้ามไปให้หลุยส์ ซัวเรซ โหม่งระยะ 6 หลาเข้าประตูไป จากนั้นความพยายามของทีมสิงโตคำรามก็มาสัมฤทธิผล ตีเสมออุรุกวัยได้เป็น 1-1 จากการแปเผาขนของเวย์น รูนีย์ ในนาที 75 ซึ่งเป็นประตูแรกของรูนีย์ในการเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย แต่ 5 นาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลา อุรุกวัยขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จากหลุยส์ ซัวเรซ คนเดิม ที่หลุดเข้าไปในเขตโทษแล้วยิงยัดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด จบเกม อุรุกวัยเฉือนชนะอังกฤษ 2-1 ส่งผลให้ อุรุกวัย เก็บ 3 แต้มแรกได้สำเร็จ ยังมีลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้ายที่จะเจอกับอิตาลี ส่วนอังกฤษส่อตกรอบแบ่งกลุ่มเต็มทีหลังแพ้รวด 2 นัด ไม่มีแต้มเลยโดยนัดหน้าพวกเขาต้องเอาชนะคอสตาริกาให้ได้ และต้องชนะ 3-4 ลูกเป็นอย่างน้อยด้วยถึงจะมีลุ้นเข้ารอบต่อไป

ด้านรอย ฮอดจ์สัน กุนซือทีมชาติอังกฤษ ยืนยันจะไม่ลาออกจากตำแหน่งถึงแม้ทัพ“สิงโตคำราม” มีโอกาสสูงที่จะตกรอบแบ่งกลุ่ม หลังพ่ายต่ออุรุกวัย 1-2 ในเกมนัดที่ 2 กลุ่มดี เมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา โดยฮอดจ์สันกล่าวว่า “ผมไม่มีความตั้งใจที่จะลาออก ผมผิดหวังแน่นอน แต่ผมไม่รู้สึกว่าผมจำเป็นต้องลาออก อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง หากเอฟเอ (สมาคมฟุตบอลอังกฤษ) คิดว่าผมไม่ใช่คนที่เหมาะสมสำหรับงานนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเขา ไม่ใช่ของผม ผมมีความสุขมากกับแนวทางการตอบสนองของนักเตะที่มีต่องานที่เราพยายามทำ”

นอกจากนี้ ฮอดจ์สันยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังสุดๆที่ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ต้องพ่ายแพ้ต่อ อุรุกวัย 1-2 ในเกมนี้ เพราะลูกทีมของตนเล่นกันได้ดี แต่สุดท้ายกลับไม่ได้คะแนนติดมือเลย “พวกเรายิ่งกว่าผิดหวังเสียอีก และก็เจ็บปวดสุดๆ เราเชื่อว่าเราสามารถทำได้ดีพอที่จะได้ผลการแข่งขันที่ดีในเกมนี้ เราพยายามทำงานกันอย่างหนักเพื่อที่จะตอบโต้หลังเสียประตูแรกในครึ่งแรก จนสามารถกลับมาตีเสมอ 1-1 ได้ เรามีความเชื่อมั่นว่าจะชนะหรืออย่างน้อยก็เสมอได้ การเสียประตูที่ 2 เป็นเรื่องน่าผิดหวังอย่างมาก มันเป็นประตูที่เราไม่คาดคิดว่าจะเสีย เรารับมือกับเกมรุกของอุรุกวัยได้ดีเป็นเวลานาน แต่เราต้องสู้กับทีมที่แนวรับที่แข็งแกร่งสุดๆ ผมรู้สึกว่าเราทำได้ดีพอที่จะได้ผลเสมออย่างที่เราต้องการ แต่สุดท้ายเราก็ทำไม่สำเร็จ”

ขณะที่สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมชาติอังกฤษ ออกมาตำหนิทัพ “สิงโตคำราม” ว่า ยังขาดความเก๋าและยังฉลาดไม่พอ ชี้ควรจะเล่นเพื่อผลเสมอก็พอ เพราะถ้าเก็บได้ 1 แต้มได้ โอกาสเข้ารอบก็ยังเปิดกว้างอยู่ “เรายังจัดการเกมได้ไม่ดีพอ หลังจากที่เราตีเสมอได้ เราไม่ควรเปิดโอกาสให้หลุยส์ ซัวเรซ เพราะเขายิงฝังเราได้จากตำแหน่งนั้น ผมแค่คิดว่าเราจำเป็นต้องเล่นฉลาดกว่านี้ และเล่นให้แพ้ยาก บางทีการยอมรับที่จะได้ 1 แต้ม อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดตอนที่เสมอกัน 1-1 เราพยายามยิงลูกที่สอง บางทีเราควรเก๋ากว่านี้ และเล่นเพื่อเสมอ ส่วน 2 เกมที่ผ่านมา ผมคิดว่าเราไม่ได้เล่นแย่อะไร และเราควรได้อะไรกลับมาบ้างจากเกมใดเกมหนึ่ง ไม่ใช่ไม่ได้อะไรติดมือเลยทั้ง 2 นัด มันไม่ใช่เพราะเราเล่นห่วยทั้ง 2 นัด และทีมวางแผนผิดพลาด”

ส่วนหลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย เผยว่า รู้สึกปลื้มสุดๆที่เหมากระทุ้งคนเดียว 2 ลูก ช่วยให้อุรุกวัยเฉือนชนะอังกฤษ 2-1 พร้อมยอมรับรู้สึกสะใจอย่างมาก ที่สามารถตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่มีต่อทีมชาติอุรุกวัยก่อนหน้านี้ จากการแพ้คอสตาริกา 1-3 ในนัดแรก “ผมฝันถึงประตูเหล่านี้มาตลอด เราเจ็บปวดมาเยอะ แต่สุดท้ายเราก็กลับมาชนะได้ ตอนนี้เรากำลังรอที่จะได้เล่นกับทีมที่แข็งแกร่งอย่างอิตาลี มันจะเป็นเกมที่ยากกว่านี้แน่นอน ผมกำลังมีความสุขกับช่วงเวลาแบบนี้ หลังเจอเสียงวิจารณ์มาเยอะ ผมเป็นตะคริวกว่า 10 นาทีก่อนจะยิงประตูที่ 2 ได้ แต่มีบางอย่างบอกกับผมว่า ผมยังไม่สามารถออกจากสนามได้ ตอนที่ผมฉลองการยิงประตูแรกได้ ผมได้ไปหาทีมแพทย์และต้องขอบคุณทีมแพทย์ที่ดูแลผม เพราะถ้าไม่มีพวกเขา ผมคงจะไม่ได้เล่นฟุตบอลโลกครั้งนี้”

ขณะที่ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ กุนซือทีมชาติอุรุกวัย เผยว่า มีความสุขมากที่สามารถนำทีมเอาชนะคู่แข่งจากทวีปยุโรปได้เป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี “เราชนะทีมยุโรปได้สำเร็จหลังรอคอยมานาน ก่อนหน้านี้พวกเขาพูดว่าเราไม่มีทางทำได้หรอก” พร้อมกันนี้ ตาบาเรซยังกล่าวชมเอดินสัน คาวานี กองหน้าตัวเก่งจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่กดดันสตีเวน เจอร์ราร์ด กองกลางทีมชาติอังกฤษ จนเล่นไม่ออกในเกมนี้

“อังกฤษไม่มีจุดอ่อนเลย พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง มีแผงกองกลางชั้นยอด และมี 4 กองหน้าที่ยิงประตูได้ทุกคน แต่เราเล่นได้ดีมากๆ และคาวานีก็เล่นในบทบาทที่สำคัญด้วย เจอร์ราร์ดไม่สามารถเล่นเกมของเขาได้เลย เพราะคาวานีหยุดเขาได้ตลอด ดังนั้น วันนี้พวกเขาจึงต้องเจอกับความยากลำบากมากกว่าปกติ ผมคิดว่านี่เป็นกุญแจสำคัญของเกม อังกฤษเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม และเป็นคู่แข่งที่สุดอันตราย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงดีใจมากๆที่คว้าชัยชนะในเกมนี้” กุนซืออุรุกวัยกล่าว

ย่างเข้าสู่วันที่ 10 ของการแข่งขัน สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย ที่ประเทศบราซิล โดยคืนวันเสาร์ที่ 21 มิ.ย. เป็นเกมดวลแข้งนัดที่ 2 ในกลุ่มเอฟและจี รวม 3 คู่ ไฮไลต์จะอยู่ที่การลงสนามของ 2 ทีมเต็งแชมป์อย่าง “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา และ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี โดยหากทั้งคู่คว้าชัยชนะได้อีกก็จะการันตีเข้าไปเล่นในรอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายทันที

คู่แรกเป็นเกมในกลุ่มอี ที่สนามเอสตาดิโอ มิไนเรา ในเมืองเบโล ฮอริซอนเต ระหว่าง “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา ทีมเต็ง 2 ของรายการ จะลงสนามนัดที่ 2 พบกับอิหร่าน ตัวแทนจากทวีปเอเชีย เริ่มเตะเวลา 23.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 5 และช่องอาร์เอส ฟีฟ่า โดยผลงานในนัดแรกนั้น “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา ประเดิมซิว 3 คะแนนเต็ม ด้วยการเฉือน ชนะบอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวินา หวุดหวิด 2-1 ซึ่งนัดนั้นลิโอเนล เมสซี ยอดกองหน้าขั้นเทพจากบาร์เซโลนา ยิงได้ 1 ประตูด้วย

สำหรับเกมนี้ พลพรรค “ฟ้าขาว”ของกุนซืออเลฮานโดร ซาเบยา น่าจะยังใช้ผู้เล่นชุดเดิมที่เอาชนะบอสเนียฯ 2-1 โดยยังคงใช้ลิโอเนล เมสซี จับคู่ล่าตาข่ายกับเซร์คิโอ อเกวโร นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีด้วยว่า อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวจี๊ดจากเรอัล มาดริด ฟิตเปรี๊ยะพร้อมลงบู๊เป็นตัวจริง หลังได้รับบาดเจ็บจากเกมเจอบอสเนียฯ ส่วนขุมกำลังอื่นๆ ผู้เล่นตัวหลักยังอยู่กันครบทั้งฮาเวียร์ มาสเคราโน, ปาโบล ซาบาเลตา และมักซี โรดริเกซ

ขณะที่อิหร่าน ภายใต้การคุมทัพของคาร์ลอส เครอซ เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีส ออกสตาร์ตนัดแรกได้ดีพอตัว หลังยันเสมอกับ “อินทรีมรกต” ไนจีเรีย แบบไร้สกอร์ 0-0 เก็บได้ 1 แต้ม แต่การเจอกับ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา นัดนี้ถือเป็นงานยากสุดๆของอิหร่าน ตัวแทนจากเอเชีย เนื่องจากยอดทีมจากละตินอเมริกาเต็มไปด้วยดาวเตะระดับพระกาฬทั้งเมสซี, อเกวโร และอิกัวอิน ดังนั้น คาร์ลอส เครอซ เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีส จึงกำชับผู้เล่นแนวรับของทีมให้จับตาย เมสซี ไม่ให้กระดิกตัวแผลงฤทธิ์ได้ ส่วนแนวรุกนั้น อิหร่านจะใช้เรซา กูคานเนจาด เป็นตัวอันตรายในแดนหน้า สำหรับแนวโน้มเกมนี้ เชื่อว่า “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวของเมสซี อเกวโร และดิ มาเรีย เป็นอาวุธเด็ดในการเจาะแนวรับอิหร่าน ก่อนที่ทีมฟ้าขาวจะถล่มเอาชนะได้แบบขาดลอย พร้อมคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ทางด้านอดีตแชมป์โลก 3 สมัย “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ซึ่งโชว์ฟอร์มประเดิมสนามได้อย่างร้อนแรง ด้วยการไล่ถล่ม “ฝอยทอง” โปรตุเกส ที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คน กระจุยขาดลอย 4-0 โดยที่โทมัส มุลเลอร์ กองหน้าตัวเก่งจาก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ตะบันแฮตทริกแรกในฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะลงสนามนัดที่ 2 ในกลุ่มจี ดวลกับ “ดาวดำ” กานา ทีมแกร่งจากกาฬทวีป ซึ่งนัดแรกพ่ายต่อสหรัฐฯมา 1-2 ที่สนามเอสตาดิโอ คาสเตเลา ในเมืองฟอร์ตา เลซา เริ่มเตะเวลา 02.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 5, ช่อง 7 และช่องอาร์เอส ฟีฟ่า เกมนี้ โจอาคิม เลิฟ กุนซือทีม “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี จะยังคงจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงบู๊เต็มสูบ โดยมีเมซุต โอซิล, โทนี โครส และมาริโอ เกิทเซ เป็นตัวสนับสนุนเกมรุก คอยเปิดบอลให้โทมัส มุลเลอร์ ทำประตู ส่วนทางด้านกานาที่จะแพ้อีกไม่ได้หากยังหวังเข้ารอบ เตรียมส่งอังเดร อายิว, จอร์แดน อายิว และเควิน พรินซ์ บัวเต็ง เป็นสามประสานในแนวรุก

สำหรับคู่สุดท้ายเป็นเกมในกลุ่มเอฟ ระหว่าง “อินทรีมรกต” ไนจีเรีย ดวลเกือกกับบอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวินา เริ่มเตะเวลา 05.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 ช่องอาร์เอส ฟีฟ่า โดยนัดนี้ ทั้ง 2 ทีมต่างต้องการชัยชนะ เพื่อเพิ่มความหวังในการลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์ต่อไป

รอย ฮอดจ์สัน กุนซือทีมชาติอังกฤษ ยันไม่ไขก๊อกลาออกจากตำแหน่ง แม้ทัพ “สิงโตคำราม” อาการร่อแร่ มีโอกาสสูงที่จะตกรอบแบ่งกลุ่ม ในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล หลังจากพลาดท่าแพ้ต่อ “จอมโหด” 21 มิ.ย. 2557 07:22 ไทยรัฐ