วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประยุทธ์สยบข่าว เซ็งลี้เก้าอี้ รัฐมนตรี-สนช.

เตือนอย่าไปให้เขาหลอก ‘ประจิน’นั่งปธ.บอร์ดต่อ ‘จารุพงศ์’ลาออกหน.พท.

คสช.เร่งแก้สารพัดปัญหาสนองข้อร้องเรียนประชาชน “บิ๊กตู่” ส่ังทุกหน่วยงานแจงสื่อนอกปิดวิทยุชุมชนผิดกฎหมาย หารือ ป.ป.ช.ผนึกกำลังปราบโกง “ปานเทพ”ชงติดดาบ ป.ป.ช.ล้วงสอบเอกชนตัวการร่วมทุจริตโครงการรัฐ ยืมมือกองทัพบีบ พณ.คายข้อมูลสต๊อกข้าวหาย คตร.ไล่บี้ตรวจกองสลากฯขายลอตเตอรี่เกินราคา ตั้งคณะทำงานสอบดะ “ยี่ปั๊ว-มาเฟีย” รับกินส่วนต่าง “ประจิน” นั่งต่อ ปธ.บอร์ดบินไทย หลัง หน.คสช.ขอร้องให้อยู่กู้วิกฤติเร่งด่วน “อำพน” พร้อมพวกอีก 4 พร้อมใจไขก๊อก บอร์ด กสท ดื้อแพ่ง จัดทริปบินดูงานสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น “ประยุทธ์” ออกทีวีโวยผู้มีอิทธิพล-ขรก.ขี้ฉ้อปล่อยข่าวป่วนหวังรีดซ้ำหัวคิวแรงงาน เตือนระวังตกเป็นเหยื่อข่าวลวงเซ็งลี้เก้าอี้ รมต.-สนช.-สภาปฏิรูป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ยังคงเดินหน้าสะสางปัญหาสำคัญต่างๆเพื่อคืนความสุขให้คนไทย รวมทั้งการหาแนวทางป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันในการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ รวมทั้งต้องพยายามชี้แจงทำความเข้าใจกับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

คสช.กำชับเร่งคลายทุกข์ ปชช.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 20 มิ.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุม คสช.เพื่อติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการดำเนินงานของฝ่ายต่างๆ โดย พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า หัวหน้า คสช.ย้ำให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งรัดติดตามแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนต่างๆ ทั้งที่มีและไม่มีลายลักษณ์อักษร หรือแม้แต่เรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ พร้อมให้เร่งทำความเข้าใจกับสื่อต่างประเทศกรณีการปิดสถานีวิทยุชุมชนบางแห่งที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ กสทช. นอกจากนี้ยังให้เน้นย้ำไปยังสถานทูตไทยที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆให้ไปพบปะกับกลุ่มนักเรียนไทยในประเทศนั้นๆ เพื่อทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ภายในประเทศ เหมือนกับสถานทูตไทยในเยอรมนีที่ทำไปก่อนหน้านี้

สั่ง คตร.เช็กยิบใช้จ่ายงบฯภาครัฐ

พล.อ.อุดมเดชกล่าวในที่ประชุมด้วยว่า สำหรับคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ให้ตรวจสอบและช่วยเหลือการดำเนินการจัดสรรงบท้องถิ่น และกองทุนต่างๆให้มีความโปร่งใสและใช้ประโยชน์จริง อย่างไรก็ตาม จากการที่หัวหน้า คสช.ได้พบปะกับผู้แทนหอการค้าต่างประเทศ 7 ประเทศ ในกลุ่มอเมริกา และสหภาพยุโรป เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนต่างประเทศ มีความมั่นใจในการลงทุนภายใต้การดูแลของ คสช.ที่กำลังดำเนินการอำนวยความสะดวกด้านการค้า

ป.ป.ช.ขอ “บิ๊กตู่” สนับสนุนสางคดีข้าว

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำโดยนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. เข้าพบหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ภายหลังการเข้าพบ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ.ในฐานะทีมโฆษก คสช. เปิดเผยว่า ป.ป.ช.ได้ขอให้ คสช.สนับสนุนโดยเฉพาะเรื่องกำลังพลในการเข้าตรวจสอบในคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องข้าว ซึ่งหัวหน้า คสช.ได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้การสนับสนุนตามที่ร้องขอแล้ว ขณะเดียวกันในส่วนของคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่ คสช.แต่งตั้งขึ้นคงจะดำเนินการในลักษณะคู่ขนานกันไป

ตั้งแท่นโครงสร้างปฏิรูปองค์กร

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ได้ให้ข้อมูลการปฏิรูปองค์กร ทั้งด้านโครงสร้าง และกฎหมาย ที่จะใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน ป.ป.ช.ทั้งกรณีเร่งด่วน และในส่วนที่ต้องนำเข้าสู่การตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปในห้วงระยะที่ 2 ของปฏิบัติการของ คสช.ที่จะมี สนช. รัฐบาลและสภาปฏิรูป โดย ป.ป.ช.ได้เสนอเป้าหมายการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ปี 56-60 การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนงานให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เน้นการบูรณาการและการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ที่มีความสำคัญต่อการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพของ ป.ป.ช. ที่จะต้องเร่งดำเนินการ ส่วนในเรื่องของคดีต่างๆที่อยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช.ไม่ได้มีการหยิบยกมาหารือ เพราะเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.ต้องดำเนินการเองในฐานะที่เป็นองค์กรอิสระตามความรับผิดชอบ

บีบ พณ.เปิดตัวเลขสต๊อกข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพบกันระหว่างนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.กับ คสช. เพื่อหารือการวางแนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ป.ป.ช.ขอความร่วมมือจาก คสช.ให้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสต๊อกข้าว โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ให้ร่วมมือกับ ป.ป.ช.เพื่อหาตัวเลขที่ชัดเจนว่า จำนวนข้าวที่อ้างว่าหายไปจากโกดังข้าวมีเท่าใด เป็นประเด็นสำคัญที่จะใช้ตรวจสอบว่าการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) มีการทุจริตจริงหรือไม่ นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังหารือการปฏิรูปการแก้ปัญหาทุจริต โดยเสนอให้ ป.ป.ช.เข้าไปตรวจสอบการทุจริตของเอกชนในฐานะเป็นตัวการได้ จากเดิม ป.ป.ช.จะตรวจสอบเอกชนได้ในฐานะผู้ให้การสนับสนุน

ตัดเหี้ยน 8 พยาน “ปู” จำนำข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานคดีจำนำข้าวเพิ่มเติม 8 ปากล่าสุดที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วมีมติไม่ให้สอบพยานทั้ง 8 ปากตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ร้องขอมา โดยเห็นว่าพยานบางส่วนเป็นบุคคลที่ ป.ป.ช.เคยมีมติไม่อนุญาตให้เป็นพยานมาแล้ว ส่วนพยานรายใหม่ที่ร้องขอมา อาทิ นายพชร อนันตศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาการเงินนอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง นายประกอบ รัตนภักดี หัวหน้ากองธุรกิจข้าว ในฐานะทำการแทน ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ป.ป.ช.เห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องเรียกมาสอบปากคำเป็นพยาน เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีรับจำนำข้าว จากนี้ ป.ป.ช.จะพิจารณาต่อไปว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอจะสรุปสำนวนได้แล้วหรือไม่ หรือจำเป็นต้องสอบสวนพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม

คตร.ไล่บี้ตรวจ 8 โครงการใหญ่

วันเดียวกัน พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบ 8 โครงการของรัฐ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่าขณะนี้ใกล้จะเสร็จแล้ว ส่วนโครงการบริหารระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าของ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) และโครงสร้างเครือข่าย 3 จี ของทีโอทีต้องใช้เวลาตรวจสอบอีกเล็กน้อย เพราะมีหลายขั้นตอน ทั้งนี้โครงการใดที่ตรวจสอบแล้วก็จะชี้แจงให้สาธารณชนได้รับทราบเป็นระยะ

ตั้งทีมสอบยี่ปั๊ว-มาเฟียเก็บต๋งส่วนต่าง

พล.ท.อนันตพรกล่าวว่า สำหรับนโยบายของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการตรวจสอบการจำหน่ายลอตเตอรี่เกินราคานั้นทาง คตร.จะตรวจสอบเฉพาะในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลว่า มีความเกี่ยวข้องกับการทำให้ลอตเตอรี่มีราคาแพงหรือไม่ ซึ่งเป็นส่วนของต้นทุนการผลิต การประมูล และระบบโควตา ส่วนกรณีของยี่ปั๊วหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่กินส่วนต่างของลอตเตอรี่นั้น คตร.จะมีคณะกรรมการอีกหนึ่งชุดที่รับผิดชอบ แต่ขณะนี้ไม่ขอเปิดเผย เพราะ คสช.ไม่อยากให้มีการวิ่งเต้นหรือมาขอเข้าพบ จึงไม่อยากให้รู้ว่าใครเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบงานในส่วนนี้

“ประจิน” นั่งต่อ ปธ.บอร์ดบินไทย

อีกเรื่องหนึ่ง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยหลังการประชุมบอร์ดการบินไทยว่า ก่อนหน้านี้มีแนวคิดจะลาออกจริงเพื่อแสดงสปิริต ตามนโยบาย คสช.ที่ต้องการปรับเปลี่ยนผู้บริหารในรัฐวิสาหกิจ 56 แห่ง แต่พอคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้า คสช.แล้ว ท่านขอให้อยู่ต่อ เพราะมีภารกิจต้องทำอีกมาก และหลังหารือกันในที่ประชุมบอร์ดแล้วเห็นว่า ตอนนี้การบินไทยกำลังประสบกับวิกฤติ บอร์ดจึงขอร้องให้ตนปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท ได้เห็นชอบการปรับกลยุทธ์การแข่งขันของการบินไทย 8 ด้านที่สำคัญ เช่น การปรับมาตรฐานการให้บริการให้รวดเร็วปลอดภัย มุ่งลดรายจ่าย โครงการไหนไม่จำเป็นต้องชะลอไปก่อน อาทิ การจัดซื้อเครื่องบินใหม่ที่ยังไม่ได้ลงนามการซื้อให้ชะลอไปก่อน และเน้นการลงทุนพัฒนาบุคลากรและเครื่องมือที่จำเป็น แนวโน้มผลประกอบการ ปีนี้จะได้กำไรหรือไม่ ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่หนักใจอยู่

บอร์ดยื่นหนังสือไขก๊อกแล้ว 5 คน

พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมบอร์ดการบินไทยยังเห็นชอบให้คณะกรรมการลาออก 5 ราย ได้แก่ นายวีระวงศ์ จิตต์มิตรภาพ พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว นายสุธรรม ศิริทิพย์สาคร นายอำพน กิตติอำพน และนายอรรถพล ใหญ่สว่าง มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.หลังจากนี้จะแต่งตั้งบอร์ดใหม่ทดแทนภายใน 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการระงับสิทธิพิเศษการออกตั๋วโดยสารฟรีให้บอร์ดการบินไทยตามนโยบาย คสช. บอร์ดคนใด ที่จองตั๋วไว้ล่วงหน้าขอให้ยกเลิกด้วย ส่วนเรื่องการยกเลิกจ่ายภาษีให้พนักงานต้องพิจารณา แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เมื่อถามสนใจจะนั่งประธานบอร์ด บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) หรือไม่ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ตนมีความสนใจงานด้านพลังงาน แต่อาจไม่ไปนั่งเป็นประธานบอร์ด ปตท. เพราะปัจจุบันภารกิจที่ต้องดูแลงานด้านเศรษฐกิจมีมากอยู่แล้วไม่มีเวลาพอจะไปเป็นประธานบอร์ด ปตท.อีก

บิ๊ก กสท ไม่ออกแถมบินดูงานเมืองนอก

ด้านนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท ที่มีนายไกรสร บารมีอวยชัย เป็นประธานเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ไม่มีการหารือเรื่องการลาออกของบอร์ด เพราะไม่มีการส่งสัญญาณให้ลาออกจากหน่วยงานใด โดยวันที่ 21 มิ.ย. กสท จะเสนอขอให้ คสช.มีความชัดเจนเรื่องการดำเนินธุรกิจที่ไม่ซ้ำซ้อนกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รวมถึงการเดินหน้าประมูลใบอนุญาต 1800 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับกรณีที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กสท ทำหนังสือให้บอร์ดหยุดการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ เนื่องจากไม่เหมาะสม ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร ที่ประชุมบอร์ดเห็นว่าเป็นการดูงานตามปกตินำมาช่วยพัฒนาองค์กรให้มีศักยภาพมากขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บอร์ดและผู้บริหาร กสท รวม 14 คน มีกำหนดการเดินทางไปศึกษาดูงานด้านบริการโทรคมนาคม ที่เมืองซีแอตเติล สหรัฐฯและญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 6-16 ก.ค. โดยขออนุมัติค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 11.4 ล้านบาท

สหภาพ ทอท.สกัดร่างทรงกลุ่มทุน

ด้านบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) แกนนำสหภาพรัฐวิสาหกิจ ทอท.มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ คสช.ตรวจสอบการแต่งตั้งบอร์ดใหม่ ทอท. 4 คนที่คาดว่าจะมีการแต่งตั้งภายในสัปดาห์นี้ หลังมีกระแสข่าวว่ามีบอร์ด ทอท.บางคนซึ่งมีสายสัมพันธ์กับทหาร และอ้างว่าได้รับไฟเขียวจาก คสช.ให้ทำหน้าที่สรรหาบอร์ด ได้เสนอแต่งตั้งอดีตผู้บริหาร ทอท.ที่เคยมีคดีถูกสอบกรณีทุจริตเข้ามาเป็นบอร์ดครั้งนี้ด้วย ทำให้สหภาพ ทอท.เรียกร้องให้ คสช.ตรวจสอบประวัติกรรมการใหม่ที่จะแต่งตั้งเข้ามา เพราะไม่ต้องการให้เป็นร่างทรงของกลุ่มทุนการเมืองหรือร่างทรงของกลุ่มพ่อค้าที่มีสัมปทานอยู่กับ ทอท.

“พรทิพย์” คัมแบ็ก ผอ.นิติวิทยาศาสตร์

ที่กระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาว์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้มีการแต่งตั้งเปลี่ยนตำแหน่ง ข้าราชการระดับสูงกระทรวงยุติธรรม ดังนี้ คือให้ พ.ท.นพ.เอนก ยมจินดา ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มาปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม และให้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงยุติธรรม มาปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปช่วยราชการในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และให้นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รักษาการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.57 เป็นต้นไป

“วิษณุ” แย้ม รธน.ชั่วคราวใกล้เสร็จ

วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝ่ายกฎหมายกล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญการปกครองฉบับชั่วคราวว่า มีความคืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่แล้วเสร็จ และต้องนำไปอธิบายให้หัวหน้า คสช.แน่นอนว่าจะแตกต่างจากรัฐธรรมนูญการปกครองชั่วคราวปี 49 ที่นอกจากจะมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และรัฐบาลแล้ว ยังจะมีสภาปฏิรูปเพิ่มด้วย และในชั้นของสภาปฏิรูปจะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องคิดให้ดีว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วจะทำงานกันอย่างไร ก่อนหรือหลัง ถ้ารอให้รัฐธรรมนูญเสร็จก่อน แล้วค่อยทำกฎหมายลูกมาประกอบจะช้า ส่วนข่าวกำหนดสัดส่วน สนช.ไว้ 200 คน และสภาปฏิรูป 50 คนจะว่าถูกก็ไม่ได้ ผิดก็ไม่ได้ ที่หลุดรอดออกไปเป็นตัวเลขที่คิดไว้เป็นตุ๊กตา แต่จะพยายามดูว่าถ้าจะมากขนาดนั้นสภาปฏิรูปจะมาถกเถียงกันทำให้เสียเวลาหรือไม่ ต้องหาเหตุผลทบทวนสัดส่วนตรงนี้ พยายามเทียบเคียงกับ 5-6 ครั้งที่ทำมา

พท.ดอดถก คสช.หารือปฏิรูปประเทศ

ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันที่ 20 มิ.ย.สมาชิกพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย และตนเป็นตัวแทนพรรคไปร่วมหารือให้คำปรึกษาด้านการปฏิรูปประเทศที่กระทรวงกลาโหม ตามคำเชิญของคณะทำงานด้านการปฏิรูปประเทศคสช. ซึ่งเป็นไปด้วยดี พรรคเพื่อไทยพร้อมให้ความร่วมมือสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ได้ให้ความสำคัญประเด็นหลักๆ คือ รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ที่มาสภาปฏิรูปต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาอาชีพ ภาคประชาชนมีส่วนร่วม การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งผู้มีอำนาจต้องเร่งดำเนินการ โดยยึดหลักความยุติธรรม การใช้หลักธรรม คือการให้อภัย และได้เสนอให้ คสช.เร่งขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน การจัดซื้อจัดจ้างต้องดูแลเข้มข้น ภาคเอกชนและภาคประชาชนมีส่วนสำคัญจะช่วยคลี่คลาย ปัญหาที่เห็นสอดคล้องกันว่าต้องเร่งแก้เร่งด่วนคือปัญหาขยะ กฟผ.และ กฟภ.ควรนำขยะมาผลิตเป็นไฟฟ้า รวมทั้งการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงการปฏิรูประบบราชการทั้งระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค

“จารุพงศ์” ลาออกทิ้ง หน.พรรค

นายชวลิตกล่าวต่อว่า นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ส่งจดหมายยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.แต่พรรคได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. จึงได้ทำหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะไปด้วย แต่เนื่องจากตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 ลงวันที่ 7 มิ.ย.57 กำหนดห้ามมิให้พรรคการเมือง จัดประชุม หรือดำเนินกิจการใดทางการเมือง จึงไม่อาจจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ได้ เมื่อมีประกาศของ คสช.อนุญาตให้พรรคการเมืองประชุมได้เมื่อใด จะเร่งจัดประชุมใหญ่เพื่อดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจารุพงศ์ได้หารือกับแกนนำ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยแล้วเห็นว่าหากยังคงอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป พรรคอาจถูก คสช.เพ่งเล็ง เสี่ยงต่อการถูกร้องยุบพรรคเพื่อไทย เนื่องจากนายจารุพงศ์ถูกจับตาและถูก คสช.ตามล่าตัว โดยยังคงต้องอาศัยอยู่ต่างประเทศต่อไปอีกระยะ

“มาร์ค” ตีกันการเมืองจุ้นสภาปฏิรูป

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ระบุว่าองค์ประกอบสภาปฏิรูป จะมีคู่ขัดแย้งร่วมด้วยว่า ต้องระมัดระวัง อย่างน้อยที่สุดใครจะเข้าไปทำงานในสภาปฏิรูปซึ่งจะมาทำกติกาใหม่ ไม่ควรเป็นคนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ต้องกำหนดชัดเจนว่าต้องไม่มาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะเวลาเท่าใด เพื่อสร้างหลักประกันการปฏิรูปประเทศ หากยึดหลักนี้จะไม่มีปัญหา

หวั่น คสช.เตะหมูเข้าปากหมา

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า คสช.มีความรักหวังดี คิดดีต่อบ้านเมือง แต่ความเชื่ออยู่ภายใต้ความไม่วางใจว่าคสช.จะทำได้ตามที่หัวหน้า คสช.เขียนบทเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทยหรือไม่ เพราะยังใช้และฟังความคิดเพียงคนกลุ่มเดิมไปวางยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ เกรงว่าจะเป็นเพียงไฟไหม้ฟาง จากคำสั่ง คสช.ที่เห็นสาระเหมือนการสร้างคนอีกกลุ่มขึ้นมาเป็นอำนาจใหม่ ระวังจะหลงละเลิง ถ้ากล้าปฏิรูปประเทศไทยจริง ขอให้แก้กฎหมายอาญาให้มีบทลงโทษที่ต่อรองไม่ได้ เพื่อให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ แก้ พ.ร.บ.เงินตรา เปลี่ยนรูปแบบหรือสีธนบัตรแต่มีค่าเงินเท่าเดิม กำหนดระยะเวลาให้นำธนบัตรเก่ามาแลกคืน พร้อมแจ้งที่มาของเงิน หากมีที่มาไม่ถูกต้องจะตกเป็นของแผ่นดิน เชื่อว่ามีเงินใต้ดินไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาทที่จะนำเข้าสู่ระบบ เพื่อป้องกันภาครัฐและภาคเอกชนโกง อีกทั้งต้องออกกฎหมายครอบครองที่ดินและกฎหมายภาษีมรดก

สถาบันสันติฯมหิดลจี้เลิกกฎอัยการศึก

เมื่อเวลา 11.30 น.ที่บก.ทบ.นายเอกพันธุ์ บิณทวนิช นักวิชาการ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคสช.เพื่อเสนอแนะแนวทางปฏิบัติบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนและความสมานฉันท์ โดยนายเอกพันธุ์ กล่าวว่า สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ติดตามการดำเนินของ คสช.อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชน เพราะจะสวนทางกับหลักปรองดอง แม้ คสช.จะไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับผู้ถูกควบคุมตัว แต่ถือว่าบุคคลนั้นได้สูญเสียอิสรภาพ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นกัน หากสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชนถูกละเมิด การละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ออื่นๆก็จะตามมาจนกลายเป็นปัญหา จึงอยากเรียกร้องให้คสช.ยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก พร้อมจัดเลือกตั้งโดยเร็ว และให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังโดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ส่วนผู้มีความผิดติดตัวต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายที่ถูกต้องเป็นธรรม การเรียกรายงานตัวขอให้มีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาป้องกันเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจเกินขอบเขต และควรแจ้งญาติให้รับทราบถึงสถานที่ ระยะเวลาที่ถูกคุมขัง รวมทั้งไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่างที่มาเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความเห็น และขอให้ คสช.ยึดมั่นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชน ตามที่ไทยได้ลงนามรับรองไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศ

ทูตสหรัฐฯหวังไทยเดินไปข้างหน้า

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์นางคริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหารือสถานการณ์ในประเทศไทยนานกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นนางคริสตีให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯพบปะพูดคุยกับคนจำนวนมาก ไม่ได้มองว่าอยู่ฝ่ายใด ซึ่งได้พูดคุยกันหลายเรื่อง ทั้งการเมืองพื้นฐานและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ บทบาทของสหรัฐฯต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทยขณะนี้ สหรัฐฯได้ชี้แจงให้ความเห็นเรื่องต่างๆ มาหลายครั้งแล้ว แต่เรื่องที่สำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติที่ดำเนินมาอย่างยาวนานมากกว่า 180 ปีแล้ว โดยเฉพาะมิตรภาพที่ฝังรากลึกระหว่างสองชาติ เมื่อถามว่า ขณะนี้สหรัฐฯซึ่งเคยกังวลต่อการรัฐประหาร เข้าใจต่อสถานการณ์การเมืองในไทยแค่ไหนที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตย นางคริสตีกล่าวว่า ตอนนี้ทราบดีและเข้าใจดีว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากในไทย แต่สหรัฐฯหวังว่าประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าได้ และหวังว่าความสำเร็จนั้นจะอยู่ข้างหน้า ทั้งนี้คืนวันที่ 20 มิ.ย. รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯจะออกแถลงการณ์เกี่ยวกับแรงงานกัมพูชาในประเทศไทยด้วย

“บิ๊กตู่” โวยผู้มีอิทธิพล–ขรก.ขี้ฉ้อใส่ร้าย

ต่อมาเวลา 20.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.ออกอากาศรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า การที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องปัญหาแรงงานต่างด้าวนอกระบบ ผิดกฎหมาย และแรงงานเดินทางกลับประเทศจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจนั้น คสช.จำเป็นต้องเร่งจัดระเบียบ ดูแลสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ที่เกิดขึ้นกับแรงงาน เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือนายจ้างเอารัดเอาเปรียบแรงงาน ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยระยะที่ 1 เน้นกำจัดกลุ่มอิทธิพลลักลอบนำแรงงานเถื่อน รีดไถเรียกเก็บค่าคุ้มครอง เรียกเก็บค่าใช้จ่าย จัดระเบียบการทำงานของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ส่วนระยะที่ 2 จัดระเบียบควบคุมแรงงานให้ถูกต้อง จัดพื้นที่หรือโซนนิ่งให้แรงงานมีที่พักอาศัยเป็นระเบียบ ปลอดภัย ความโกลาหลเรื่องการไล่จับกุมแรงงาน จากการข่าวระบุว่า เป็นการปฏิบัติการของผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตปล่อยข่าวให้หวาดกลัว ให้ร้าย คสช.หวังให้แรงงานกลับประเทศ เพื่อเปิดทางให้นำแรงงานดังกล่าวเข้ามาใหม่และเรียกเก็บผลประโยชน์อีกครั้ง คสช.จะเร่งปราบปรามขบวนการดังกล่าวเร็วที่สุด

ลุยจัดแถวบอร์ดรัฐวิสาหกิจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การปรับปรุงการ บริหารงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความโปร่งใสให้เป็นมาตรฐานสากล บางรัฐวิสาหกิจอาจประสบปัญหาเรื่องบริหารจัดการและประสิทธิภาพ ความโปร่งใสที่ต้องปรับปรุง อาทิ ด้านพลังงาน ด้านการสื่อสาร ที่รัฐจำเป็นต้องคงสัดส่วนเหมาะสมระหว่างการบริหารงานของรัฐและเอกชน เพื่อให้เป็นธรรมกับผู้บริโภค ป้องกันการผูกขาด ต้องขอบคุณคณะผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่เปิดทางให้ปรับปรุงแก้ไข เพื่อประโยชน์ประเทศชาติระยะยาว ระยะสั้นจะเฟ้นหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ อยู่ในธุรกิจมานาน รวมทั้งบุคลากรที่มีความรู้ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาเป็นกรรมการของรัฐวิสาหกิจ และจะเร่งให้พิจารณาแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ก่อให้เกิดการรั่วไหลของงบประมาณ สร้างความเสียหายต่อรัฐ อาทิ การปรับค่าตอบแทนกรรมการให้เหมาะสม การบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ

จัดระเบียบสังคมแก้ ปชช.เสียเปรียบ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คสช.ตั้งใจช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย เดือดร้อนเรื่องปากท้อง การเอารัดเอาเปรียบผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้ อาทิ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ ลูกจ้างรายวัน รายสัปดาห์ ปัจจุบันเห็นใจท่านถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพล โดยอาศัยช่องว่างกระทำผิดกฎหมายหรือให้บริการนอกระบบ เรียกเก็บค่าคุ้มครองต่างๆ สร้างความเดือดร้อนกับผู้หาเช้ากินค่ำ คสช. วันนี้เราอยากจะให้มีการร่วมมือกันจัดระเบียบ ซึ่งช่วงแรกอาจจะมีปัญหาไม่สะดวกบ้าง ผู้ให้บริการและรับบริการ แก้ไขให้เกิดความเป็นธรรม เกิดความถูกต้องในการประกอบอาชีพ ไม่ต้องการให้ผู้มี อิทธิพลกลุ่มมาเฟีย เข้าไปข่มขู่ ฉกฉวยผลประโยชน์ จากผู้ที่มีรายได้น้อย ถูกเอารัดเอาเปรียบมานานพอสมควร จึงคิดว่าต้องจัดสรรเรื่องการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย

โต้ข่าวลวงเซ็งลี้เก้าอี้ รมต.–สนช.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การสร้างความสมานฉันท์นำไปสู่การปฏิรูป ปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 1 สร้างบรรยากาศให้เกิดการพูดคุย และระยะที่ 2 เปิดช่องทางการรับข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ รวมเข้าไปสู่การปฏิรูปขั้นตอนที่ 2 ที่จะจัดตั้งสภาปฏิรูป ซึ่งไม่ใช่ คสช.คัดสรรมา แต่เป็นตัวแทนแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับคัดสรรมา นอกจากนี้ มีการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้แทนพรรค กลุ่มการเมืองต่างๆ หัวหน้าพรรคและผู้นำกลุ่ม เสนอข้อคิดเห็นแล้ว 25 คน และจะสัมภาษณ์ต่อไปอีกมากกว่า 50 คน พร้อมจัดประชุมกลุ่มย่อยสร้างกรอบความเห็นร่วม ทั้งหมดจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค. เตรียมข้อมูลไปสู่การปฏิรูปในระยะที่ 2 ส่วนที่วันนี้มีการ ไปปล่อยข่าวว่ามีการเรียกร้องผลประโยชน์จาก คสช.หรือมีคนอ้างว่าสามารถจัดเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือรัฐมนตรี หรือรัฐบาลนั้นยืนยันว่ายังไม่มีการดำเนินการใดๆ เรื่องนี้อย่าไปเชื่อ อย่าไปให้เขาหลอก อย่าไปเสียผลประโยชน์ให้เขาล่วงหน้า