วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำน้อย-ทำให้จริง-ทำให้ยั่งยืน สถาบันอนาคตไทยฯชง 3 ข้อเดินหน้าประเทศ

ทำน้อย-ทำให้จริง-ทำให้ยั่งยืน สถาบันอนาคตไทยฯชง 3 ข้อเดินหน้าประเทศ

  • Share:

สถาบันอนาคตไทยศึกษา เสนอ 3 ข้อเดินหน้าประเทศไทย “ทำน้อยเท่าที่จำเป็น ทำจริงให้เป็นรูปธรรม และทำให้เกิดความยั่งยืน” สร้างมาตรฐานการตรวจสอบใหม่ในการทำโครงการและบริหารประเทศ ที่โปร่งใสเพราะช่วงเวลาฮันนีมูนมีไม่นาน แต่มีเรื่องต้องทำจำนวนมาก

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานกรรมการบริหารสถาบันอนาคตไทยศึกษา เปิดเผยว่า สถาบันฯได้จัดทำรายงานล่าสุดเรื่อง “3 ข้อเสนอในการเดินหน้า” ต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเสนอว่า 1.ให้ทำน้อยเท่าที่จำเป็น ได้แก่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งที่มีอยู่ในปัจจุบันโดยตรง 2.ทำจริง และให้เกิดผลจริง จึงต้องปรับปรุงกระบวนการการใช้ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI) ให้เป็นตัวชี้วัดที่มีประสิทธิภาพ 3.ทำให้ยั่งยืน โดยการเปิดเผยข้อมูลให้โปร่งใส เพราะการปฏิรูปถูกยกเลิกได้เสมอ ถ้ามีการเปลี่ยนรัฐบาล

เนื่องจากเวลานี้หลายฝ่ายต่างออกมาพูด ออกมาเรียกร้องถึงข้อเสนอที่ควรต้องทำมากมาย ทั้งเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการแก้ปัญหาความขัดแย้ง และเรื่องปฏิรูป ซึ่งสถานการณ์ไม่ต่างจากช่วงที่มีกระแสปฏิรูปที่มีการยื่นข้อเสนอมากมายจากหลายฝ่าย เช่น กระทรวงการคลังเสนอ 13 มาตรการปฏิรูปภาษี 7 องค์กรเอกชนเสนอ 7 มาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจ บวกกับอีก 8 ข้อเสนอองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน และยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบก ทางน้ำทางอากาศ ยังไม่รวมสมัชชาปฏิรูปที่เคยเสนอ 21 มติการปฏิรูป ส่วนคณะกรรมการปฏิรูปประเทศเสนอ 24 เรื่อง 94 ข้อเสนอ ซึ่งต้องเลือกให้ดีว่าจะทำอะไรและจัดลำดับว่าอะไรควรทำก่อนหรือทำทีหลัง ด้วย 2 เหตุผลด้วยกัน

หนึ่ง คือ ภาครัฐเองมีความสามารถในการจัดการที่จำกัด เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับว่าอายุของรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ค่อยยืนยาวนัก แถมรัฐมนตรีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดก็ถูกเปลี่ยนบ่อยครั้ง ในระดับปฏิบัติการก็มีข้อจำกัดอีกมากมาย เช่น เมกะโปรเจกต์มูลค่า 1.6 ล้านล้านบาท ที่ถูกเสนอเป็นแผนสำหรับปี 2548-2555 ซึ่งยังไม่ทันได้เริ่มต้น แต่ก็ไม่ได้ถูกสานต่อ หรือ โครงการไทยเข้มแข็งมูลค่าร่วม 1.43 ล้านล้านบาท (เอสพี 2) จนถึงปัจจุบันก็ไม่สามารถทำจนเสร็จ

สอง คือ “ช่วงเวลาฮันนีมูน” มีไม่นาน ความชอบธรรมและคะแนนนิยมที่มีจำกัดอยู่เสมอ ตัวอย่างมีให้เห็นอยู่แล้วจากช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งเพื่อแลกกับเงินกู้ที่จะนำมาแก้ไขวิกฤติ เราต้องเซ็นหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยได้ระบุเรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจลงในแอลโอไอ ซึ่งการแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่ก็ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเร่งทำในช่วงนั้น เพราะไม่ได้เป็นเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติ ประกอบกับเป็นช่วงวิกฤติที่อารมณ์ความรู้สึกของคนค่อนข้างอ่อนไหว พอผสมกับกระแสเรื่องขายชาติจึงทำให้เกิดการต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และลามมาจนถึงการต่อต้านและนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล

ดังนั้น สถาบันอนาคตไทยศึกษาขอเสนอว่าเพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องทำ 3 สิ่งคือ ทำน้อย ทำจริง และทำให้ยั่งยืน คือ 1. ทำน้อยเท่าที่จำเป็น ซึ่งได้แก่เรื่องที่จะตอบโจทย์ที่เป็นสาเหตุหรือผลของความขัดแย้ง คือเรื่องการใช้อำนาจโดยมิชอบ คอร์รัปชัน และความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม และที่สำคัญ คือต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ รวมทั้ง ควรคิดในแง่ของระยะเวลาที่ใช้ในการจัดการว่าอะไรจัดการได้ในระยะสั้น หรืออะไรที่เป็นเรื่องระยะยาว โดยแบ่งเรื่องที่ต้องทำออกเป็น 4 หัวข้อ คือ สิ่งที่ควรทำตอนนี้ (Do Now) คือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง และจัดการได้ในระยะสั้น เช่น การเร่งรัดโครงการที่หยุดชะงัก และฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุน นักท่องเที่ยว และสิ่งที่ต้องทำต่อ (Do Next) คือการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ เช่น ระบบสวัสดิการสังคม การดำเนินคดีคอร์รัปชันของนักการเมืองและข้าราชการโดยไม่เลือกปฏิบัติ ลดความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรม ที่เหลือคือสิ่งที่ควรทำเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย (Do Maybe) ที่สามารถจัดการได้ในระยะสั้น แต่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง เช่น เร่งเจรจาข้อตกลงเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และสิ่งที่เป็นเรื่องระยะยาว (Do Later) ที่อาจจะไม่โยงกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยตรง เช่น ปฏิรูปการศึกษา เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้