วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ประวิทย์' ค้านยืดเวลามาตรการเยียวยา แก้ปัญหาซิมดับ หวั่นรัฐเสียหายซ้ำ

โดย อีเมล์

"ประวิทย์" แนะเคลียร์ปัญหาซิมดับด้วยการขยายเวลาใช้มาตรการเยียวยา หวั่นทำรัฐเสียหายซ้ำ และบิดเบือนระบบ แนะปล่อยเป็นหน้าที่ผู้ให้สัมปทานในการรับช่วงต่อ...

หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศระงับ 4 โครงการใหญ่ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ไว้ชั่วคราว เพื่อตรวจสอบความโปร่งใส หนึ่งในนั้น คือ การดำเนินการจัดประมูลคลื่นบนย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ในส่วนที่สัญญาสัมปทานหมดลงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีกำหนดว่าจะจัดให้มีการประมูลคลื่นย่านดังกล่าวในเดือน ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม การชะลอจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะเกิดปัญหาเนื่องจากผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือหลายล้านเลขหมาย ที่จะประสบปัญหาซิมดับ หากไม่มีการโอนย้ายออกจากระบบเดิมก่อน 15 ก.ย. 2557 ซึ่งถือเป็นวันสิ้นสุดมาตรการเยียวยาตามที่ กสทช. เคยประกาศไว้

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยว่า ยังไม่เห็นแผนเยียวยาผู้ใช้บริการที่จะมีการเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดพิจารณาว่ามีเนื้อหาเป็นอย่างไร แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่า ต่อให้มีการจัดประมูลคลื่นทันตามกำหนดเดิมที่ตั้งใจไว้ก็ตาม ปัญหาซิมดับก็จะยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี หากยังมีผู้ใช้บริการที่ไม่โอนย้ายออกจากระบบเดิม เพราะตามแผนเดิมของ กทค. ที่จะจัดประมูลเดือน ส.ค.นั้น หมายความว่าจะมีการออกใบอนุญาตได้อย่างเร็วที่สุดปลายเดือน หรือต้นเดือน ก.ย. ขณะที่วันสิ้นสุดบริการเดิมคือวันที่ 15 ก.ย.

ดังนั้น ผู้ชนะการประมูลที่จะเป็นผู้ให้บริการต่อไป ย่อมไม่สามารถเข้ามารองรับได้ทันการณ์ ไม่ว่าจะเป็นรายใหม่หรือรายเก่า ต่างก็มีสิ่งที่ต้องเตรียมการ ทั้งเรื่องโครงข่ายการให้บริการ ระบบต่างๆ ที่รองรับการให้บริการ หรือแม้แต่แบบสัญญาให้บริการที่ต้องส่งให้ กสทช. พิจารณา ซึ่งปกติต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจพิจารณาพอสมควร

นายประวิทย์ กล่าวต่อว่า แม้การจัดประมูลคลื่นความถี่กับปัญหาเรื่องซิมดับจะมีความเกี่ยวข้องกัน เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการจัดสรรคลื่นในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบสัญญา สัมปทานเป็นการให้ใบอนุญาต แต่ก็ต้องทำความเข้าใจว่าเป็นเรื่องคนละส่วนกัน โดยสาเหตุเบื้องต้นของปัญหาซิมดับ เกิดจากผู้ให้บริการรายเดิมไม่มีสิทธิใช้ คลื่นความถี่เพื่อให้บริการได้ต่อไปอีก

อย่างไรก็ตาม ในปีก่อน กสทช. โดย กทค. เลือกที่จะเข้าไปแทรกแซงกระบวนการเปลี่ยนผ่าน โดยประกาศใช้มาตรการเยียวยา ที่อนุญาตให้ผู้ให้บริการรายเดิมใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการในส่วนของผู้ใช้ที่ตกค้างอยู่ต่อไป แต่กำหนดระยะเวลาไว้ 1 ปี ดังนั้น เมื่อถึงกลางเดือน ก.ย.ปีนี้ ปัญหาก็จะกลับมาสู่จุดเดิม

"ประกาศเยียวยานี้ กทค.อ้างว่าเป็นประกาศห้ามซิมดับ แต่ผมเรียกว่าเป็นประกาศเลื่อนซิมดับ ถึงอย่างไรก็ต้องมาถึงวันที่มีการเปลี่ยนผ่าน เพียงแต่ว่าหากเปลี่ยนผ่านให้ถูกทาง ซิมอาจไม่ดับก็ได้ เช่น ถ้าไม่มีลูกค้าคงค้างอยู่ก็ไม่มีซิมเหลือให้ดับ การย้ายไปใช้บริการเครือข่ายอื่น จึงถือเป็นทางออกหนึ่ง แต่ต้องให้ผู้บริโภคเป็นฝ่ายเลือก ไม่สามารถบังคับย้ายค่ายได้ อีกทางหนึ่งที่ซิมอาจไม่ดับ คือ หากทางผู้ให้สัมปทานพร้อมจะรับช่วงจัดให้มีบริการต่อ ก็สามารถรับลูกค้าไปดูแล แบบนี้ก็ไม่เกิดซิมดับเหมือนกัน เป็นการโอนหน้าที่การให้บริการระหว่างผู้ให้บริการด้วยกัน โดยผู้บริโภคไม่ต้องเดือดร้อน"

นายประวิทย์ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการออกประกาศเยียวยาฯ และยืนยันว่าไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง จึงไม่เห็นด้วยที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่ผิดเช่นเดิม เพราะเป็นการขยายระยะเวลาให้ใช้คลื่นแก่ผู้ให้บริการออกไปอีกโดยที่ไม่อยู่ ทั้งในระบบสัมปทานแบบเดิมและระบบใบอนุญาตแบบใหม่ อีกทั้งในระยะเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา ก็ปรากฏข้อมูลชัดเจนแล้วว่า การยืดเวลาให้บริการออกมานั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง แต่รัฐต้องเสียประโยชน์อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ทรัพยากรสาธารณะถูกใช้ประโยชน์ฟรี ส่วนกรณีที่ประกาศกำหนดว่า ให้ผู้ให้บริการต้องนำส่งรายได้ทั้งหมดให้กับ กสทช. หลังหักต้นทุนค่าใช้จ่าย แต่จากการรายงานของบริษัท ทรูมูฟ ระบุว่าผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมาติดลบ นั่นหมายความว่าจะไม่มีการนำส่งรายได้เข้ารัฐเลย และซ้ำร้ายอาจมีการเรียกค่าชดเชยส่วนที่ติดลบ

นายประวิทย์ กล่าวอีกว่า ตามข้อมูลที่มีการรายงานในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการที่ตกค้างอยู่ในระบบของบริษัทดิจิตอลโฟนไม่กี่พันเลขหมาย ซึ่งคาดว่าไม่น่ามีปัญหาเมื่อถึงวันสิ้นสุดมาตรการเยียวยา ส่วนผู้ใช้บริการที่ตกค้างในระบบของบริษัท ทรูมูฟ ยังมีอีกกว่า 6 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้เป็นเลขหมายที่มีการใช้งานประจำประมาณ 4 ล้าน ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งโอนย้ายผู้ใช้บริการนับตั้งแต่ตอนนี้

"ตอนนี้ยังพอมีเวลาที่ผู้ใช้บริการจะโอนย้ายได้ทัน โดยเฉพาะในส่วนเลขหมายที่มีการใช้งานประจำ เพียงแต่ต้องเร่งทำความเข้าใจกับผู้ใช้บริการถึงความจำเป็นเร่งด่วน และอำนวยความสะดวกในการโอนย้ายให้กับผู้ใช้บริการ ส่วนในด้านผู้ให้บริการ แม้จะเคยมีข้อตกลงกันเองภายในผู้ให้บริการว่า แต่ละรายมีขีดความสามารถในการให้บริการคงสิทธิเลขหมายรายละ 60,000 เลขหมายต่อวัน แต่สำนักงาน กสทช. ก็สามารถอำนวยความสะดวกให้เกิดข้อตกลงในการหยิบยืมโควตาระหว่างผู้ให้บริการได้ โดยเฉพาะโควตาในส่วนของ CAT และ TOT ซึ่งโดยปกติแทบไม่มีการโอนย้าย เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดในการโอนย้าย ซึ่งหากทุกฝ่ายเร่งทำงานกันจริงๆ คาดว่า 4 ล้านหมายเลข ก็สามารถโอนย้ายได้หมดภายในเดือนเศษ" นายประวิทย์ กล่าว

"ประวิทย์" แนะเคลียร์ปัญหาซิมดับด้วยการขยายเวลาใช้มาตรการเยียวยา หวั่นทำรัฐเสียหายซ้ำ และบิดเบือนระบบ แนะปล่อยเป็นหน้าที่ผู้ให้สัมปทานในการรับช่วงต่อ... 20 มิ.ย. 2557 16:31 20 มิ.ย. 2557 22:48 ไทยรัฐ