วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘หน่อง-ธนา’กดดัน“พระเอกหนัง”ค้ำคอ โต้จีบ‘ปุ๊กลุก’ระบุสถานะโสดแต่ไม่สนิท?!

ต้องว้าว! กันเลยทีเดียว เมื่อ หน่อง-ธนา ฉัตรบริรักษ์ ขึ้นแท่น “พระเอกป้ายแดง” ตามพี่ชายอย่าง บอย-ปกรณ์ ซะแล้วกับภาพยนตร์แนวตลก มันส์ เปลี่ยว เรื่อง “มันเปลี่ยวมาก” ค่าย M39 หลังจาก เรียว กิตติกร โปรดิวเซอร์ใหญ่ ระบุต้องหน่องคนเดียวเท่านั้น แม้สร้างความกดดันไม่น้อยแต่สนองนี้ดส์ ขนมุกเกรียนๆ มาเต็มพิกัด ส่วนเรื่องหัวใจก็บอกเลย “โสดและเหงามาก” ...อะ จริงสิ?!

เป็นพระเอกเต็มตัวทั้งที เรื่องแรกมันเปลี่ยวมากเลย มันเป็นยังไงล่ะ

“มันเปลี่ยวเพราะว่าผมต้องเล่นคนเดียว ผมเป็นพระเอกหนังทั้ง 4 ตอน แต่ละเรื่องเปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนคาแรกเตอร์ ส่วนเปลี่ยว เป็นอาการคนกลัวผี ไปไหนก็ระแวง ในหนังจะสื่อ คนเราเปลี่ยวได้ทุกที่ทุกเวลา เรื่องนี้มีผีจ่าเฉย ผีจีพีเอส ผีตุ๊กตา ผีศาลเจ้า ในแต่ละเรื่องจะมีคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างแตกต่างกัน เรื่องผีจ่าเฉย เป็นวัยรุ่นชอบขี่มอเตอร์ไซค์ คิดว่าตัวเองเท่ ขี่มอเตอร์ไซค์เจอใครก็กวนไปหมด จนวันนึงเจอจ่าเฉย ไปคุยกับเค้า คือเราคิดเองเออเองหมดเลย” ขนความเกรียน รั่วฮา มาใช้ขนาดไหน “เยอะครับ เพราะเรื่องนี้จะต้องใช้ท่าทาง ความคิด สายตา ทุกอย่าง ตัวผมประมาณนึง แต่ในหนังต้องใส่มากขึ้นอีก”

ตอนแรกที่ให้เป็นพระเอกรู้สึกฟินเลยมั้ย

“ตอนแรกคิดว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่พี่เรียว โปรดิวฯ เค้าเลือกหน่อง ไม่ได้แคส เรียกไปคุย เป็นผมเลยเหรอ ผมก็แย้งไปว่าคนอื่นก็น่าจะเหมาะ พี่เค้าบอก ไม่ๆ ต้องหน่อง พี่เค้าบอกว่าผมหล่อ ผมก็ยังแย้งอีกคนหล่อกว่าผมก็มี แต่พี่เค้าบอกว่าหล่อด้วยและเล่นแบบนี้ได้ บ้าๆ หลุดๆ ได้ ผมแย้งต่อ พี่เรียวน่าจะมีคนอื่นนะ พี่เรียวบอกไม่มี ต้องเป็นหน่องเท่านั้น ในเมื่อพี่พูดเชื่อมั่นขนาดนี้ผมก็โอเค แต่กังวล กลัวทำได้หรือเปล่า ทำหนังเสียหรือเปล่า”

ร่วมงานป๋าเทพ โพธิ์งาม ตลกขั้นเทพเป็นยังไง

“ช่วงแรกๆ มีเกร็ง ด้วยความที่เค้าเป็นผู้ใหญ่กว่า ไม่ค่อยกล้าเล่นด้วย พอเข้าฉาก ต้องมีฉากเอาศอกไปกระแทกหน้าเค้า ป๋าเทพบอกว่าเอาเลย เต็มที่เลย ผมก็ยังไม่กล้า ก็โดนแตะๆ พอดูมอนิเตอร์มันน้อยจริงๆ ทำให้ผมรู้ว่าการแสดงตรงนี้ไม่ควรเอาเรื่องข้างนอกมาเกี่ยว เราต้องสวมเข้าไปในบทบาท จบฉากค่อยมาขอโทษกัน กับป๋าเทพเป็นคนมีอารมณ์ขัน เค้าไม่ใช่คนตลกแต่เค้าอยู่เฉยๆ ก็ตลกแล้ว (ยิ้ม) กับตอนสุดท้าย ผีศาลเจ้ามีฉากลานจอดรถสนามบิน 1 ฉาก จะเป็นฉากคลาน คลานหนีผี สภาพพื้นร้อนๆ ทีแรกก็ไหวนะแต่หลายทีไม่ไหวแล้ว เกือบเป็นลมแดด ที่ผมคิดไม่ไหว สรุปเจอ 3-4 เทก ทำให้เรารู้ว่าความอดทนของผมมันมากกว่าที่ผมคิดเอาไว้นะ เหมือนฝึกความอดทน”

การแสดงของหน่องตอนนี้ถือว่าเต็มตัวมากขึ้นมั้ย

“เหมือนได้เก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เราเริ่มซึมซับกับบท เข้าใจการแสดงมากขึ้น” สิ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านทำงาน “ทัศนคติ การทำงานจากเมื่อก่อน ไม่ได้คิดจะได้ทำตรงนี้ ด้วยตัวเองเป็นคนขี้อาย ไม่มีความมั่นใจ (จะเชื่อดีมั้ยนะ อิอิ) แต่ด้วยบรรยากาศกองละครทำให้เราคลายเครียด ตอนนี้ชอบ รักมัน คิดว่าเรามาทางนี้ถูกแล้ว ตอนนี้กลายเป็นอาชีพหลักเต็มตัว ผมเริ่มจริงจังเป็นอาชีพ ตอนเซ็นสัญญากับช่อง 3 ตอนแรกๆ มีถ่ายบันทึกกรรม หาเงินค่าขนมกะว่าถ่ายเสร็จจะเรียนต่อโท พอช่องงานมีเรื่อยๆ จะมาเปรี้ยงไม่เปรี้ยงก็หนังแล้ว อยากให้คนเห็นเรามากขึ้น ไม่ใช่แค่หน่อง น้องบอย ปกรณ์ แต่เป็นหน่อง มันเปลี่ยวมาก (ยิ้ม)”

รู้สึกติดใจคำว่า น้องบอย ปกรณ์ เหมือนกันนะ

“ใช่ๆ ทุกวันนี้ยังมีคนเรียก น้องบอยๆ ยังมีบ้าง ช่วงแรกๆ ยอมรับเจอเรียกยอมรับก็มีน้อยใจ เพราะว่าเราก็มีชื่อของเรา มีตัวตนของเรา อย่างว่าเราเข้ามาทีหลัง เราไม่ได้ชื่อเสียงเท่าเค้า เราคิดในแง่ดี อย่างน้อยก็มีคนรู้จัก แต่ตอนนี้ คนรู้จักผมมากขึ้น เพลาๆ ไปไหน เรียกหน่องๆ ไม่ได้ใจชื้นนะ แต่เราเลิกยึดติดและมองข้ามตรงนั้นไปแล้ว แค่คนรู้จักผมก็ดีใจ” ได้ยินว่าตอนนี้หน่องกลายเป็นคนติดบ้านเพราะน้องวันใหม่เลย “ทุกคนครับ กลายเป็นคนติดบ้านมากขึ้น เสร็จงานอยากกลับบ้าน เล่นกับน้อง” วันใหม่ติดใครมากสุด “ทุกคนบอกว่าเป็นผมนะ ทั้งที่บ้าน และแฟนคลับ อาจจะเป็นเพราะเวลาทำอะไรเค้าทำอยากทำผมปล่อยเค้า บางทีเค้าเปิดตู้กับข้าว ตักข้าวสารมาเล่น เป็นคนอื่นอย่าตัก แต่ผมปล่อยให้เล่นอยากให้ลองเรียนรู้ เว้นอันไหนไม่ดี ก็จะดุบ้าง”

เห็นน้องน่ารักแบบนี้คิดแว้บอยากมีครอบครัวมีลูก

“คิดไว้เหมือนกันก็อยากมี แต่ตอนนี้ด้วยงาน แค่ตอนนี้มีน้องมาเป็นสมาชิกในบ้านอย่างน้อยๆ เหมือนเรามีลูกคนนึง” ไม่คิดมีแฟนเพราะไม่อยากมีภาระด้วยหรือเปล่า “ไม่ใช่ครับ มีแฟนก็ดี อยากมีคนมาทำให้หัวใจชุ่มชื่น กระชุ่มกระชวย ไม่ได้หวงความโสดแต่ไม่มีเอง แต่ไม่ใช่ไม่มีคนคุยเลยนะ ก็มีคุยๆบ้าง แต่บางทีมันก็ไม่ใช่ มันอาจจะไม่ตรงเท่านั้นเอง สเปกผม ชอบคนมีความคิด เป็นผู้ใหญ่ อายุต้องไม่เท่ารุ่นแม่นะ หลักๆ โตเป็นผู้ใหญ่รู้ว่าเราทำงานตรงนี้เวลาน้อยนะ ไม่มีเวลาไปหา ไม่มีทะเลาะ หรือคุยหงุงหงิงกันทั้งวัน” เท่าที่ดูๆ แม่ลุ้นให้ลูกๆมีแฟนนะ “ใช่ๆ อยากให้มีแฟน อยากให้มีคนดูแล ทุกวันนี้เราทำงาน” โสดแล้วเหงามั้ยล่ะ “มีบ้าง แต่ถ้าใช้ชีวิตปกติมีเพื่อนไม่เหงา ทำงาน เสร็จแล้วเวลาว่างบางทีดูหนังคนเดียว คนอื่นนั่งดูเป็นคู่ๆ เรามองไปอยากมีแบบนี้ บ้าง ก็หาเพื่อนแหละไปดู ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ถ้าผมจะต้องไปกับผู้หญิงสองคนไม่กลัวเป็นข่าวเพราะเรารู้อยู่แก่ใจคนนี้เพื่อน” ไม่กลัวคนมองเราเจ้าชู้ “ไม่ครับ ผมรู้อยู่แก่ใจว่าคนนี้เพื่อนผม ผมหาเพื่อนกินข้าวเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร”

ล่าสุดมีข่าวปุ๊กลุก–ฝนทิพย์ หลัง ตกเป็นข่าวกล้าคุยกันมั้ย

“คุยครับๆ ยังคอมเมนต์ในไอจีกัน จะถามถึงวันใหม่ ถามเรื่องงานบ้าง” ปุ๊กลุกไม่ตรงสเปกเหรอ “ไม่เชิงไม่ตรง แต่ว่าด้วยความที่เราเป็นเพื่อนคุยกันเป็นพี่น้อง ไม่ได้คุยแบบจีบ คนเชียร์ก็มีแหละ น้องเค้าก็น่ารักดี” ถูกจับตามองทำให้เจอกันตามงาน ระวัง “ไม่มี ร่วมงานได้ปกติ ไม่ได้กลัวคนมองเราจะอะไรยังไงเพราะไม่อย่างนั้น”

เป้าหมายข้างหน้าล่ะ

“ตอนนี้ผู้ใหญ่ให้โอกาสเราเท่าไหร่เราก็ทำให้ดีที่สุด คิดว่าถ้ามีโอกาสทำเบื้องหลัง อยากเป็นช่างกล้องโดยที่ตอนนี้ไม่มีความรู้เรื่องกล้องเลยนะ แต่พยายามอยู่กองไปคลุกคลีช่างไฟ ช่างกล้อง” ได้ทำงานตรงตามที่เรียนด้านสังคมสงเคราะห์มามั้ย “ถึงไม่ได้ใช้ในการทำงานแต่เราใช้ในชีวิตประจำวันได้ มองคนอื่นทะลุมากขึ้น มองคนอื่นเท่าเทียมกับเรา การเรียนตรงนี้เราเห็นอะไรเยอะแยะมากมาย เห็นคนที่มีน้อยกว่าเราเยอะมาก” คิดจะทำอะไรตรงนี้บ้างมั้ย “ถ้ามีโอกาสอาจจะลองมูลนิธิขึ้นมาช่วยเหลือ ก่อนหน้านี้ผมก็ขายเสื้อมีทำเสื้อมาหนึ่งลอตบริจาคให้มูลนิธิคนตาบอด มอบรายได้ให้หมดเลย”

อืม....ม “คนหล่อ” ขาเกรียนแต่ก็ใจบุญ ก็ไม่รู้จะมีสาวๆคนไหนสนใจมั้ยนะ อิอิ.

ทีมข่าวบันเทิง