วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก๊งเงินกู้พม่า

โดย เพลิงมรกต

ช่วงนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีนโยบายปราบปรามแก๊งเงินกู้นอกระบบที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำตามชุมชนต่างๆ ตำรวจก็เร่งมือกวาดล้างเป็นการใหญ่

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ตำรวจ จ.บึงกาฬ ตรวจค้นและจับนายเนติลักษณ์ ศุภกิจเรืองโรจน์ อายุ 43 ปี เจ้าของร้านอาหารบ้านสวน 1 หมู่ 7 บ้านอู่คำ ต.ศรีวิไล อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ

เนื่องจากสืบทราบว่าที่ร้านอาหารแห่งนี้มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมาก

สงสัยทำธุรกิจผิดกฎหมาย

พบรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 137 คัน รถยนต์ชนิดต่างๆ ทั้งรถเก๋ง รถปิกอัพ รถดัมพ์ รถตักดินและรถไถนา จอดอยู่รวม 17 คัน

ตำรวจสอบสวนทราบว่า นายเนติลักษณ์เป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบ รับจำนำรถของลูกหนี้คิดอัตราดอกเบี้ยสูง หากขาดส่งหรือไม่มาไถ่ถอนก็นำออกขาย หรือส่งขายตามชายแดน

ทำให้มีคนบางกลุ่มไปดาวน์รถมาจำนำแล้วแจ้งหายให้ประกันรับผิดชอบ สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการขายรถ

อีกรายชุดสืบสวนตำรวจภาค 7 และ จ.นครปฐม ร่วมกันสืบสวนจับผู้ต้องหาแก๊งเงินกู้นอกระบบ ได้ผู้ต้องหา 9 คน

ปล่อยเงินกู้ 10,000 บาท เก็บเป็นรายวัน วันละ 500 บาท 24 วัน

รวมเป็นเงิน 12,000 บาท

คิดเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือน หรือ 240 ต่อปี

ส่วนที่ จ.สมุทรสาคร จับผู้ต้องหาได้ 3 คน แก๊งเงินกู้รายนี้แปลกกว่าที่เคยพบเพราะเป็นการปล่อยกู้ให้แรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่เข้ามาทำงานอยู่มากมายใน จ.สมุทรสาคร

ตำรวจพบหนังสือเดินทางของพม่า 128 เล่ม หนังสือรับรองการทำงานหรือเวิร์กเพอร์มิต อีกกว่า 100 เล่ม ประวัติและภาพถ่ายของลูกค้าอีกกว่า 500 ใบ

แก๊งนี้ปล่อยกู้ให้แรงงานชาวพม่าแล้วยึดพาสปอร์ตหรือเวิร์กเพอร์มิตเป็นหลักประกัน

ให้กู้รายละ 1,000-5,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อ 20 วัน หรือร้อยละ 22.5 ต่อเดือน

หรือ 270 ต่อปี!

ถือเป็นอัตราที่สูงมาก สร้างความร่ำรวยให้กับนายทุนได้อย่างรวดเร็ว

ในทางกลับกัน แก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหดเหล่านี้ สร้างปัญหาให้กับสังคมมากมาย

กรณีจำนำรถทำให้มีการดาวน์รถมาจำนำแล้วแจ้งหาย ส่วนกรณีแรงงานชาวพม่าเมื่อเงินขาดมืออาจเป็นแรงจูงใจให้แรงงานเหล่านี้ไปประกอบอาชญากรรมเพื่อหาเงินมาชำระหนี้

นี่คือเหตุผล ทำไมต้องปราบแก๊งเงินกู้นอกระบบ.

“เพลิงมรกต”
pluengmorakot@thairath.co.th

20 มิ.ย. 2557 13:49 ไทยรัฐ