วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดช่องตัวกลางแก้ "คอร์รัปชัน"

โดย สายล่อฟ้า

ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่จะต้องมีการปฏิรูปกันอย่างจริงจัง เพราะเป็นรากเหง้าของปัญหาก็คือการทุจริตคอร์รัปชันอัน เป็น “มะเร็งร้าย” ของสังคมไทย ที่ส่งผลต่อระบบการเมือง เศรษฐกิจและสังคม จนนำมาซึ่งความล้มเหลวของบ้านนี้เมืองนี้

คสช.ที่อาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศก็กำลังดำเนินการเพื่อสร้างเกราะกันการทุจริต ซึ่งไม่ใช่แค่แวดวงราชการเท่านั้น

แต่จะต้องหาวิธีการป้องกัน กรรมวิธีในการจัดการและการลงโทษซึ่งทุกอย่างจะต้องครอบคุลมไปทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน

การตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบการใช้งบประมาณและโครงการที่รัฐบาลชุดที่แล้วอนุมัติ หรือโครงการที่กำลังจะมีการดำเนินการ

นี่เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา

ล่าสุด คสช.ได้มีคำสั่งเรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบในส่วนของข้าราชการโดยตรงออกมา 5 ข้อ

1. ให้ทุกส่วนราชการกำหนดมาตรการ หรือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงานและส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบ

2. ในกรณีที่มีการกล่าวหา หรือพกเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบ ให้หัวหน้าส่วนราชการบังคับใช้มาตรการทางวินัย มาตรการทางปกครองและมาตรการทางกฎหมาย อย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว

3.ในกรณีที่มีการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ ให้หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ในการควบคุมกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด

4.กรณีที่หัวหน้าส่วนราชการปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการตามข้อ 2 และข้อ 3 ให้ถือเป็นความผิดทางวินัยหรือความผิดทาง อาญาแล้วแต่กรณี

5.ให้สำนักงาน ปปท.ดำเนินการแสวงหา รวบรวมและดำเนินการ อื่นใดเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง พยานหลักฐานและพิสูจน์เกี่ยวกับการทุจริตในภาครัฐ แล้วรายงานผลให้ คสช.ทราบและพิจารณาอย่างต่อเนื่อง

ว่าที่จริงแล้วในแง่กฎกติกาและข้อบังคับในลักษณะนี้มีอยู่แล้วที่ข้าราชการจะต้องปฏิบัติ แต่คำสั่ง คสช.นี้ก็เพื่อเป็นการตอกย้ำอีกครั้ง

พูดง่ายๆเอาจริงนะ...ไม่ใช่คำสั่งในแผ่นกระดาษ

เหนืออื่นใดในทางปฏิบัติที่เป็นจริง การป้องกันการทุจริตนั้นเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระโดยตรง แต่ในลักษณะที่เป็นไปนั้นข้อมูลที่จะได้รับจะมาจากมีผู้ร้องแล้ว ป.ป.ช.มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้ขาดความถูกผิด ก่อนจะนำไปสู่การถอดถอนและความผิดทางอาญา

ตรงนี้ถ้าจะให้ดี ป.ป.ช.น่าจะมีอำนาจในการดำเนินการเองอีกด้วย

อีกประเด็นที่มีการพูดถึงกันมากก็คือการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมืองและข้าราชการ ในส่วนของนักการเมืองนั้นจะใช้สำหรับนายกฯ และรัฐมนตรีที่จะต้องแจ้งตอนที่เข้ารับตำแหน่งและหลังพ้นจากตำแหน่ง

แต่ในส่วนของข้าราชการระดับสูงจะให้แจ้งบัญชีเอาไว้เท่านั้นและไม่มีการแสดงที่มาที่ไปรวมถึงไม่นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะคือเก็บเอาไว้เฉยๆเท่านั้นคือรู้แค่ ป.ป.ช.ฝ่ายเดียว

พูดไปแล้วมาตรการลักษณะนี้จึงแทบไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใสจริงๆ เมื่อยื่นบัญชีแล้วจะต้องแจ้งที่มาที่ไปด้วยว่าได้มาอย่างไรและต้องให้สาธารณชนได้รับทราบ

เพราะมิฉะนั้นเมื่อแจ้งไปแล้วก็จบกันไปบริสุทธิ์ผุดผ่องกันทุกคน แต่ความจริงแล้วข้าราชการระดับนี้เงินเดือนแค่นี้ แต่ในข้อเท็จจริงแล้วร่ำรวยกันอย่างมหาศาลไม่รู้ไปได้มาจากไหน

ปิดประตู “ข้าราชการ” ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญระหว่างพ่อค้า–นักการเมือง.

“สายล่อฟ้า”

20 มิ.ย. 2557 12:56 ไทยรัฐ