วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โพล'ชี้ คนเชียร์ คสช.เร่งปฏิรูปฯ-ปราบโกง

'นิด้าโพล' ชี้ คนส่วนใหญ่ เชียร์ คสช.เร่งปฏิรูปฯ-ปราบโกง หนุน นายกฯ มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และ ส.ส.ไม่จำเป็น สังกัดพรรคการเมือง

วันที่ 19 มิ.ย. "นิด้าโพล" เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "คสช. กับ การปฏิรูปการเมือง" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2557 จากประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,253 หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ เกี่ยวกับการเร่งดำเนินการปฏิรูปการเมืองในด้านต่างๆ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาศัยการสุ่มตัวอย่างจากบัญชีรายชื่อ ฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ "นิด้าโพล" ด้วยความน่าจะเป็นแบบมีระบบ (Systematic Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์


จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการเร่งดำเนินการปฏิรูปการเมืองในด้านต่างๆ ของ คสช. พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 23.43 ระบุว่า ควรปฏิรูประบบการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมือง และข้าราชการ รองลงมา ร้อยละ 20.24 ระบุว่า ควรแก้ไขปัญหาพฤติกรรมนักการเมือง ร้อยละ 17.63 ระบุว่า ควรแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง ร้อยละ 16.36 ระบุว่า ควรปฏิรูประบบการเลือกตั้ง ร้อยละ 5.76 ระบุว่า ควรพิจารณาคุณสมบัติ และที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. ร้อยละ 4.67 ระบุว่า ควรเพิ่มช่องทางในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจสาธารณะ ร้อยละ 4.06 ระบุว่า ควรเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรอิสระ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ร้อยละ 3.40 ระบุว่า ควรป้องกันไม่ให้กลุ่มทุน เข้าครอบงำพรรคการเมือง ร้อยละ 2.61 ระบุว่า ควรสร้างระบบการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ร้อยละ 0.14 ระบุว่า อื่นๆ เช่น การเคารพสิทธิและเสียงในระบอบประชาธิปไตย การเปิดโอกาสให้นักการเมืองรุ่นใหม่ๆ ได้เข้ามามีบทบาททางการเมืองมากขึ้น และควรปฏิรูปไปพร้อมๆ กันในทุกๆ เรื่อง และร้อยละ 1.70 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ



เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับคุณสมบัติและที่มาของนายกรัฐมนตรีพบ ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.57 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน รองลงมา ร้อยละ 9.74 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ 7.50 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. และได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ 2.87 ระบุว่า อื่นๆ เช่น นายกรัฐมนตรี ควรมาจากการแต่งตั้ง และเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และที่สำคัญต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ และร้อยละ 2.31 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ



ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับรูปแบบการเลือก ตั้ง ส.ส. ที่เหมาะสมกับประเทศไทย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 38.04 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส. แบบเขตละหนึ่งคน (One Man One Vote) รองลงมา ร้อยละ 25.59 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ ร้อยละ 11.32 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส. แบบเขตใหญ่หลายคนแต่ไม่เกิน 3 คนต่อหนึ่งเขต (ระบบพวงใหญ่) ร้อยละ 10.45 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส. ตามกลุ่มอาชีพ ร้อยละ 6.36 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อรายจังหวัด ร้อยละ 2.61 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อรายภาค ร้อยละ 0.13  ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส. แบบอื่นๆ เช่น การเลือกตั้งแบบสหรัฐอเมริกา และร้อยละ 5.49 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ท้ายสุด

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความจำเป็นของการสังกัด พรรคการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)  พบว่า ประชาชนเกินครึ่ง หรือร้อยละ 54.27 ระบุว่า ส.ส. ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง ขณะที่ ร้อยละ 40.86 ระบุว่า ส.ส. จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง และร้อยละ 4.87 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

.