วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชูลดต้นทุน-มาตรฐานผลิต ดันผลไม้ไทยแข่งขันตลาดอาเซียน

วช. ร่วมกับ สวก. เดินหน้าหามาตรการผลักดันผลไม้ไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาดอาเซียน โดยเน้นการคำนึงถึงคุณภาพการลดต้นทุน และมาตรฐานการผลิต...

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. มีรายงานว่าที่ จ.จันทบุรี สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ร่วมกันหามาตรการแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ หลังขาดแคลนแรงงาน เพื่อให้ไทยพร้อมเข้าสู่อาเซียน โดย รศ.พีรเดช ทองอำไพ ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กล่าวว่า 
ความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นฮับทางการเกษตร จากการที่เมืองไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 นี้ ย่อมส่งผลกระทบในหลายด้าน โดยเฉพาะผลิตผลที่มีการแข่งขันสูงขึ้น แต่นับเป็นความโชคดีที่ไทยเรามีข้อได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้านในด้านงานวิจัย ที่ทั้งภาครัฐ-เอกชนต่างมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา แต่การผลิตไม้ผลในอนาคตจากนี้ไป จะต้องคำนึงถึงคุณภาพการลดต้นทุน รวมไปถึงมาตรฐานการผลิต ซึ่งจะทำให้เราอยู่เหนือประเทศเพื่อนบ้านในการแข่งขันในตลาด ดังนั้น เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ หรือ คอบช.จึงจัดทำยุทธศาสตร์ไม้ผลเพื่อรองรับการแข่งขันอาเซียน

ทั้งนี้ จะมีการเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการกระจาย และการแปรรูปผลไม้ 6 ชนิด ได้แก่ ลำไย มะม่วง ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ และไม้ผลอย่างมะพร้าวน้ำหอม กล้วย ส้มโอ ส่วนพืชผักจะเน้นการผลิตที่ปลอดภัยอย่างการผลิตในโรงเรือนต้นทุนต่ำ และการบังคับออกนอกฤดู
 

รศ.พีรเดช กล่าวต่อว่า เมืองไทยมีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่การเป็นฮับของอาเซียน เมื่อเปิดการค้าในปีหน้าย่อมมีทั้งแง่บวกและลบ ซึ่งจากเดิมขายผลไม้ในประเทศจะมีลูกค้ากลุ่มผู้บริโภคในประเทศ 68 ล้านคน แต่เมื่อเปิดอาเซียนส่งผลให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น 580 ล้านคน และผลไม้ไทยขึ้นชื่อเป็นที่ยอมรับในอาเซียน แต่พฤติกรรมการบริโภคต่างกันไป ผลไม้ที่มาจากไทยราคาจะสูงกว่ามาจากเวียดนาม 10% และจากการศึกษาพบว่าแม้ความรู้ความสามารถประเทศเพื่อนบ้านยังล้าหลัง 30-40 ปี แต่ก็อย่าประมาท เพราะประเทศเพื่อนบ้านมีเทคโนโลยีทั้งการตัดแต่งกิ่ง การปลูกระยะชิด ซึ่งอิสราเอล ทำมา 40 ปี ยิ่งวันนี้บ้านเรากำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เกษตรกรชาวสวนต้องประยุกต์เปลี่ยนหันมาพึ่งเทคโนโลยี พึ่งระบบเครื่องจักรกล การให้ปุ๋ยพร้อมน้ำ ซึ่งลดต้นทุนยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ไทยจะหนีตลาดประเทศเพื่อนบ้านและเป็นศูนย์กลางการส่งออกผลไม้ในกลุ่มอาเซียน
  

ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวอีกว่า การเปิดอาเซียนจะทำให้การตลาดบ้านเราเปิดกว้าง แต่ต้นทุนการผลิตเราต้องต่ำ แต่ผลไม้บางอย่างที่เราผลิตไม่ได้มีสิทธิ์ทะลักเข้ามา ดังนั้น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต จากนี้ไปประเทศไทยต้องเน้นความปลอดภัยความหลากหลาย แต่ก็อย่าอิงตลาดแห่งเดียวไม่อย่างนั่นจะมีบทเรียนเหมือนกับยางพารา พร้อมหันไปพึ่งพาการซื้อขายล่วงหน้า การตลาดนำไปสู่การวางแผน และการรวมกลุ่มก็เป็นการแก้ปัญหาได้อย่างดี.

วช. ร่วมกับ สวก. เดินหน้าหามาตรการผลักดันผลไม้ไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาดอาเซียน โดยเน้นการคำนึงถึงคุณภาพการลดต้นทุน และมาตรฐานการผลิต... 19 มิ.ย. 2557 10:53 ไทยรัฐ