วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฎีกาคุกตลอดชีวิต จ้างฆ่าต้านบ่อขยะ

จากเดิมโทษประหารฯ

คดีฆ่าแกนนำต้านก่อสร้างบ่อขยะราชาเทวะถึงฎีกา ศาลฎีกาแก้คำตัดสินศาลอุทธรณ์ เพียงคนเดียว ให้ลดโทษผู้จ้างวานฆ่าจากประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต จบคดีมาราธอนที่เกิดเหตุมาตั้งแต่กลางปี 2544 ด้านครอบครัวเหยื่อสังหารเผย พอใจคำตัดสินของศาล ไม่คิดเจ็บแค้นถึงขนาดต้องการให้ผู้ต้องหาตายตกไปตามกัน

ที่ห้องพิจารณาคดี 911 ศาลอาญา เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 นายนครินทร์ วงศ์ปิยะสถิตย์ และนายกฤษฎ์ วงศ์ปิยะสถิตย์ ลูกชาย 2 คนของนายสุวัฒน์ วงศ์ปิยะสถิตย์ แกนนำต่อต้านบ่อกำจัดขยะ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการที่ถูกยิงเสียชีวิต ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง ส.อ.สมเกียรติ์ หรือจ่าศักดิ์ คงคามี อดีตทหารศูนย์การบินทหารบก ผู้ติดต่อหามือปืน นายเสรี หรือเล็ก กล่ำฉนวน มือปืน นายประจักษ์ หรือจักร สินพรม ผู้ขี่รถ จยย. นายสมยุทธ หรือปุ๊ พุ่มภักดี สมาชิก อบต.ราชาเทวะ ผู้จ้างวาน และนายสมชาย หรือหลุบ ยอดย้อย ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ใช้จ้างวานให้ฆ่าผู้อื่นและกระทำผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ

กรณีเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2544 จำเลยทั้ง 5 คนร่วมกันฆ่านายสุวัฒน์ วงศ์ปิยะสถิตย์ แกนนำต่อต้านบ่อกำจัดขยะ ต.ราชาเทวะ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1-3 และ 5 ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 4 ลงโทษประหารชีวิต ต่อมาวันที่ 13 ธ.ค.2553 ส.อ.สมเกียรต์ิ จำเลยที่ 1 เสียชีวิตที่เรือนจำบางขวาง ศาลจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ฝ่ายจำเลยอื่นยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษในส่วนจำเลยที่ 5 จากจำคุกตลอดชีวิตเหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน เนื่องจากพฤติการณ์เป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำมิใช่เป็นตัวการ ส่วนจำเลยที่ 2-4 พิพากษายืน ต่อมาจำเลยที่ 3 และ 4 ยื่นฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มีประจักษ์พยานเบิก ความทำนองเดียวกันว่า เห็นจำเลยที่ 3 เป็นคนแปลกหน้านั่งอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้หมู่บ้าน เห็นว่าไว้หนวดเครา รูปร่างผอมสูง เชื่อว่าพยานจดจำลักษณะของจำเลยได้ชัดเจน ประกอบกับผลการตรวจลายนิ้วมือแฝงจากหมวกกันน็อกของกลาง ตรงกับลายนิ้วมือของจำเลยที่ 3 ส่วนจำเลยที่ 4 โจทก์มีนายนุกูล ธนาการณ์ ผู้ต้องหาร่วมกับเจ้าหน้าที่กันไว้เป็นพยานเบิกความซัดทอดว่า จำเลยที่ 4 จ้างวานให้จำเลยที่ 1 เป็นนักโทษแหกคุกและเป็นลูกน้องเก่าจัดหามือปืน จำเลยที่ 1 จึงติดต่อกับจำเลยที่ 2 และ 3 เป็นมือปืนเพื่อก่อเหตุ เห็นว่าพยานปากนี้เบิกความเป็นลำดับขั้นตอนเชื่อมโยงกันอย่างมีเหตุผล ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองมาก่อน ดังนั้นการที่จำเลยที่ 2 และ 3 ก่อเหตุยิงผู้ตาย เกิดจากการจ้างวานของจำเลยที่ 4 สาเหตุปมขัดแย้งที่ผู้ตายเป็นแกนนำต่อต้านการก่อสร้างบ่อขยะ ต.ราชาเทวะ

พิเคราะห์ประกอบคำเบิกความแล้วรับฟังได้อย่างปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 4 เป็นผู้จ้างวานจำเลยที่ 3 กับพวกร่วมกันฆ่าผู้ตายจริง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 4 ให้การรับสารภาพตั้งแต่ในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีมีเหตุบรรเทาโทษ พิพากษาแก้ให้ลดโทษจำเลยที่ 4 เหลือ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลยที่ 3

หลังศาลอ่านคำพิพากษา นางธีรนุช วนะโพธิ์ ภรรยาของนายสุวัฒน์แกนนำต่อต้านบ่อกำจัดขยะ ต.ราชาเทวะ กล่าวว่า หลังจากสามีตายตั้งแต่ปี 2544 ตนต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวทำธุรกิจส่วนตัวดูแลลูกทั้ง 2 คน ปัจจุบันยังอาศัยในพื้นที่ ต.ราชาเทวะ ไม่รู้สึกหวาดกลัว แม้ว่าญาติของนายสมยุทธจำเลยที่ 4 ยังคงอยู่ในพื้นที่ ต่างไม่ข้องเกี่ยวกัน ส่วนที่ศาลฎีกาเห็นว่านายสมยุทธผู้จ้างวานฆ่าให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม แล้วลดโทษจากประหารชีวิตเหลือจำคุกตลอดชีวิต ตนยอมรับในคำพิพากษา แม้ว่าในชั้นพิจารณาจำเลยจะสู้คดี ทั้งจำเลยจะไม่เคยมาขอขมาหรือแสดงความสำนึกในความผิดกับตนและครอบครัว ไม่คิดแค้นจำเลยว่าเมื่อสามีเสียชีวิตแล้วต้องแลกด้วยชีวิต เพราะการเป็นคนที่ไม่มีอิสรภาพถูกคุมขังในเรือนจำกว่า 10 ปี ถือว่าได้รับกรรมที่กระทำแล้ว ส่วนที่ศาลฎีกาพิพากษาอย่างไรถือเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ