วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คสช.ลั่นใช้สห.ลุยกวาดล้าง มาเฟียสุวรรณภูมิ

ต้องหมดใน1เดือน ให้‘แท็กซี่’สแกนนิ้ว เสนอใช้‘เครื่องขาย’ แก้ปัญหาสลากแพง บีโอไอผ่าน1.2แสนล. คสช.บิ๊กคลีนนิ่งแท็กซี่

สุวรรณภูมิ เร่งจัดระเบียบให้เข้ารูปเข้ารอย สั่งสแกนลายนิ้วมือคนขับทำประวัติขึ้นทะเบียนลงคอมพิวเตอร์ จะผ่านเข้าออกต้องรูดการ์ดประจำตัว ผบ.มทบ.11 ลั่นจะล้างมาเฟียให้หมดสิ้นภายใน 1 เดือน แก๊งไหนยังห้าวจะเอา สห.ไปประกบ แฉ จนท.รัฐ-ตร. คนมีสีร่วมขบวนการรีดส่วย บอร์ดกองสลากฯเด้งรับแก้หวยรัฐแพง ชงสูตรขายผ่านเครื่อง-เพิ่มเลข 6 เป็น 7 หลัก-ปัดฝุ่นหวยบนดินสู้ “บิ๊กตู่” ในมาด ปธ.บอร์ดบีโอไอ ประเดิมงานแรกอนุมัติ 18 โครงการ มูลค่า 1.2 แสนล้าน ตั้ง 15 อรหันต์ดันโปรเจกต์ค้างท่ออีกหลายแสนล้าน

การเดินหน้าเข้าสู่ภารกิจเป้าหมายคืนความสุขให้คนในชาติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังการยึดอำนาจยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะการจัดระเบียบภายในประเทศในหลายภาคส่วน รวมทั้งการชี้แจงทำความเข้าใจต่อนานาอารยประเทศด้วย

เรียกกล่อมผู้ช่วยทูตทหาร 22 ปท.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มิ.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เชิญผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยจาก 22 ประเทศมาชี้แจงทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รวมทั้งเหตุผลในการยึดอำนาจและจัดตั้ง คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช. ทั้งนี้มีประเทศออสเตรเลีย แคนาดา จีน เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เมียนมาร์ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ สวีเดน อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และเกาหลีใต้ มาร่วมฟังคำชี้แจง ส่วนประเทศกัมพูชา ลาว สเปน และคูเวต ไม่มาเนื่องจากติดภารกิจ แต่ได้ทำหนังสือชี้แจงถึงความจำเป็นมาแล้ว ทั้งนี้ คสช.จะเชิญผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศมาทำความเข้าใจสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากเกิดความไม่เข้าใจกับสถานการณ์ของประเทศไทยรวมถึงการทำงานของ คสช. ทั้งนี้ได้พูดคุยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

ขอเวลาให้ คสช.ซ่อมแซม ปท.

พ.อ.วีรชนได้ชี้แจงว่าการที่กองทัพเข้ามาควบคุมสถานการณ์และบริหารประเทศก็เพื่อยุติปัญหาที่เรื้อรังยาวนาน กองทัพไม่สามารถทนดูการบาดเจ็บล้มตายของคนในชาติได้ ยืนยันว่าสิ่งที่ทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ และหลังจาก 22 พ.ค.เป็นต้นมา ประชาชนคนไทยก็จับตาการทำงานของ คสช.อย่างใกล้ชิดและมีความคาดหวังสูง ซึ่งทุกภารกิจจะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ส่วนมาตรการเคอร์ฟิวรวมถึงการประกาศกฎอัยการศึกก็เพื่ออำนวยความสะดวกในการแก้ปัญหาและใช้อย่างจำกัด และล่าสุดก็ได้ยกเลิกเคอร์ฟิวแล้ว ขณะนี้ คสช.พยายามเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีให้กับประเทศ และเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ก็จะมีการเลือกตั้ง จึงอยากขอให้มิตรประเทศอดทนและให้เวลา คสช.ได้แก้ปัญหาและยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพต่างๆกับกองทัพไทยยังคงเหมือนเดิม

มองตาก็รู้ใจ “บิ๊กตู่” คนแบบไหน

จากนั้น พ.อ.วีรชนให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เราไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอะไรกันมาก เพราะทหารเข้าใจกันถึงทหารด้วยกันดี และเขาก็รู้จักผู้บัญชาการทหารบกของไทยว่าเป็นคนแบบไหน มีนิสัยอย่างไร รวมถึงบทบาทของกองทัพไทยในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ประเทศในแถบยุโรปยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยอยู่ แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ เพราะเป็นค่านิยมของประเทศในแถบยุโรปถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นหน้าที่ของพวกเราเช่นกันเพื่อสะท้อนถึงความชัดเจน ซึ่งหัวหน้า คสช.เป็นสุภาพบุรุษมาก โดยได้ย้ำว่าไม่อยากให้ไปตอบโต้กับต่างประเทศที่มีการแสดงท่าทีที่รุนแรงต่อ คสช. ซึ่งเราเข้าใจจะให้เขาลุกขึ้นมาดีใจ หรือเห็นด้วยถึงการยึดอำนาจคงเป็นไปไม่ได้ แต่เราต้องทำความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของเรา

“วินธัย” โต้ฮิวแมนไรต์วอตช์

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ในฐานะทีมโฆษก คสช.กล่าวถึงกรณีนายจอห์น ซิฟตัน ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายภูมิภาคเอเชียของกลุ่มสอดส่องสิทธิมนุษยชนของสหรัฐอเมริกา (ฮิวแมนไรต์วอตช์) ประจำเอเชีย ระบุรัฐประหารเป็นภัยคุกคาม ทำลายประชาธิปไตยในไทยว่า เป็นแค่มุมมองหนึ่งจากภายนอก ที่ยังไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ สนับสนุนของประชาชนต่อการเข้ามาแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศที่ยืดเยื้อมานาน ไม่สามารถหาทางออกได้ ไม่อยากให้มองว่าการเข้ามาของ คสช. เป็นอันตรายไปทำลายหลักการใดๆ ยืนยันประชาธิปไตยยังอยู่ เพียงขอใช้เวลาจัดระเบียบ เพื่อพิทักษ์รักษาประชาธิปไตยให้เข้มแข็งมากขึ้น โดยไม่ควรมีความรุนแรง การสูญเสีย ส่วนการควบคุมเสรีภาพการแสดงออกช่วงเวลาไม่ปกติ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจพร้อมเสียสละ

ถกจัดระเบียบแท็กซี่สุวรรณภูมิ

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กรมการขนส่งทางบก นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานประชุมแก้ปัญหารถแท็กซี่รับจ้าง ร่วมกับ พ.อ.วิรัฎฐ์ วงษ์จันทร์ รอง ผบ.มทบ. 11 ตัวแทน คสช.จากกองทัพภาคที่ 1 โดยมีนางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตัวแทนผู้ประกอบการรถรับจ้างหรือแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง และเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ นายอัฌษไธค์กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหารถรับจ้างให้เป็นไปตามระเบียบข้อกฎหมายที่บังคับใช้กันอยู่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายอยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก แต่ยังติดปัญหาในแนวทางปฏิบัติร่วมกันทั้งประโยชน์ของผู้ใช้บริการ และผู้ประกอบการขับรถแท็กซี่ด้วยความเป็นธรรม

ผบ.มทบ.11 ลุยล้างมาเฟีย

พล.ต.นิรันดร สมุทรสาคร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) กล่าวถึงการจัดระเบียบรถแท็กซี่ตามนโยบาย คสช.ว่า พฤติกรรมของแท็กซี่ส่งผลต่อภาพพจน์ของสนามบินและประเทศ โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาแท็กซี่พาผู้โดยสาร นักท่องเที่ยวไปทิ้งกลางทางและเรียกค่าโดยสารเพิ่มในราคาสูงเกินไป และเรื่องมารยาทรวมถึงเรื่องอบายมุข สิ่งผิดกฎหมาย ทั้งหมดนี้มีผู้มีอิทธิพลคุมอยู่ โดยที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีแท็กซี่จำนวน 7,000 คัน จำนวน 39 กลุ่ม หรือสหกรณ์ โดย 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นรถส่วนตัวที่เหลือเป็นรถเช่า แท็กซี่ทุกคันต้องรับผู้โดยสาร ไม่ว่าจะไปที่ไหนต้องเป็นไปตามคิวจะไปใกล้หรือไกล ภายใน 1 เดือนระบบมาเฟียต้องหมดไป ใครโยงใยกับใครเรารู้หมด ตอนนี้เราแค่เตือนไปก่อนยังไม่ได้จัดการ ถ้าไม่ยอมก็จะเอาทหารไปยืนกอดอกหลังเคาน์เตอร์ และไม่อยากให้ สห.ทบ.ไปเดินตรวจความเรียบร้อย

สั่งสแกนลายนิ้วมือทำประวัติ

พล.ต.นิรันดรกล่าวว่า ได้พูดคุยกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและบรรดาแท็กซี่เพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ คสช.ต้องเข้ามาจัดระเบียบเพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย คสช. คือ 1.ลดความเดือดร้อนของประชาชนคืนความสุขให้ประชาชน ผู้โดยสาร เราต้องการให้มีเรื่องร้องเรียนน้อยที่สุด หรือเมื่อมีแล้วต้องรีบแก้ไข 2.แท็กซี่ต้องเข้าสู่กรอบกติกา ระเบียบ ในการไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด หรือค้าประเวณี ปัญหาสำคัญคือ มีมาเฟียเข้ามาคุมและจัดคิวรถให้แท็กซี่ ในการเลือกผู้โดยสาร เพราะแท็กซี่ส่วนใหญ่ไม่อยากรับผู้โดยสารที่ไประยะใกล้เพราะไม่คุ้ม แต่ต้องการนักท่องเที่ยวที่ไปไกลๆ เช่นพัทยา เพราะจะได้ค่าโดยสาร 2-3 พันบาทโดยแท็กซี่จ่ายหัวคิวให้มาเฟียที่คุมคิวรถ ซึ่งนับจากนี้แท็กซี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์ลงทะเบียนประวัติ ลายนิ้วมือของแท็กซี่ที่มาจดทะเบียนกับสนามบินแล้วใช้ระบบการ์ดรูดเข้ามาแทน เพื่อขจัดปัญหามาเฟียผู้มีอิทธิพลมาคุม

เปิดฟรีแท็กซี่ทุกคันมารับคนได้

พล.ต.นิรันดรกล่าวว่า ส่วนแท็กซี่ทั่วไปใน กทม. และปริมณฑลจำนวน 110,000 คัน โดยในจำนวน 70,000 คัน ในสังกัด 130 สหกรณ์แท็กซี่ และ 13 ศูนย์วิทยุแท็กซี่ อีก 40,000 คัน เป็นแท็กซี่อิสระที่ไม่ได้จะทะเบียนกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะเข้ามารับผู้โดยสารชั้น 4 เพราะมาส่งผู้โดยสาร ขาออก ซึ่งตรงนี้สามารถรับผู้โดยสารออกไปได้ แต่ห้ามจอดแช่รอผู้โดยสารถือว่าเป็นจังหวะและโอกาสซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่รู้ว่ามีแท็กซี่เข้ามาส่งผู้โดยสารจึงไม่สามารถปฏิเสธรับผู้โดยสารได้

ลุยสนามบินดอนเมืองคิวต่อไป

“เรื่องที่เป็นห่วงคือ เมื่อทหารออกไประบบมาเฟียจะกลับเข้ามาอีก ดังนั้น จึงจะเสนอ คสช.ให้หารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขเรื่อง พ.ร.บ.ท่าอากาศยาน เนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิตั้งมาทีหลัง ไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ.ท่าอากาศยาน และไม่ได้อยู่ในเขตทหาร จึงทำให้มีปัญหาหลายอย่าง ทั้งนี้จะหารือกับกรมขนส่งทางบกเพื่อหาทางในการจัดระเบียบโดยสัปดาห์หน้าจะเชิญสหกรณ์แท็กซี่ทั้งหมด มาหารือรับฟังความเห็นด้วยเพื่อจัดระเบียบแท็กซี่ในพื้นที่อื่นๆรวมถึงที่สนามบินดอนเมือง” พล.ต.นิรันดรกล่าว

ขนส่งฯ-ทหาร-ตร.ตั้งจุดตรวจ 4 จุด

นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยภายหลังประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ทั้งระบบ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ว่าจากการหารือร่วมกับกองทัพบก สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง ครั้งนี้ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าในวันที่ 19 มิ.ย. กรมการขนส่งทางบกจะสนธิกำลังร่วมกับกองทัพบกและตำรวจ ตั้งจุดตรวจรถแท็กซี่ร่วมกันบริเวณที่ประชาชนใช้บริการจำนวนมาก เพื่อรับฟังปัญหาการให้บริการของแท็กซี่และผู้ใช้บริการ โดยนำร่อง 4 จุด บริเวณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าบนดินบีทีเอสกับรถไฟฟ้าใต้ดิน เช่น จุดเชื่อมต่อบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิตเก่า

ประเดิมเอาจริงที่ดอนเมือง

“วันที่ 19 มิ.ย. ทหารจะเข้าร่วมตั้งจุดตรวจร่วมแรกที่สนามบินดอนเมือง โดยแท็กซี่ที่ผ่านเข้าและออกภายในสนามบินจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ขับขี่และตัวรถ ว่าปฏิบัติตามระเบียบการขนส่งถูกต้องหรือไม่ มีการเอาเปรียบผู้โดยสารฉวยโอกาสขึ้นค่าโดยสาร ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร หรือกระทำผิดกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ หากพบว่าฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีทันทีแบบจริงจัง” นายอัฌษไธค์กล่าว

เปิดสายด่วน 1584 รับร้องเรียน

นายอัฌษไธค์กล่าวอีกว่า กรมการขนส่งทางบก ยังได้ประสานงานให้กองทัพบกส่งตัวแทนเข้ามานั่งรับฟังปัญหาร้องเรียนของผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน 1584 เพื่อให้กองทัพบกได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงเชิงลึกของปัญหาต่างๆที่ผู้โดยสารได้รับจากการบริการรถโดยสารสาธารณะทั้งระบบ นอกจากนั้น กรมการขนส่งทางบกยังได้ขอความร่วมมือทหารให้ช่วยเข้ามาจัดระเบียบรถแท็กซี่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าด้วย

แฉ จนท.รัฐ-ตร.-คนมีสีรีดส่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า ที่ทหารจะต้องเข้ามาร่วมในการแก้ไขปัญหาเรื่องรถแท็กซี่ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นที่รับรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำรวจและผู้มีอิทธิพลคนมีสีที่อยู่เบื้องหลังในการเรียกรับผลประโยชน์ต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหาเหล่านี้คาราคาซังมานานไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้สั่งให้จัดการปัญหาผู้มีอิทธิพลที่มีการเรียกรับผลประโยชน์อย่างเด็ดขาด จึงต้องส่งทหารเข้ามาร่วมปฏิบัติการในทุกจุดด้วย

บอร์ดกองสลากเด้งรับแก้หวยรัฐแพง

สำหรับความคืบหน้าในการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลขายเกินราคาตามนโยบายของ คสช.นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ด) ระบุว่า ทางคณะกรรมการสำนักงานสลาก (บอร์ด) อยู่ระหว่างการเร่งสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาลอตเตอรี่เกินราคา เพื่อเสนอ คสช.พิจารณา เพื่อทำให้ราคาจำหน่ายลอตเตอรี่เหลือคู่ละ 80 บาท โดยจะสรุปแนวทางได้ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งเบื้องต้นมีแนวทางที่ได้ศึกษาเอาไว้ เช่น จำหน่ายสลากอัตโนมัติ หรือหวยบนดิน เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว การขายล็อตเตอรี่ผ่านเครื่องอัตโนมัติทั้งหมด รวมถึงการเพิ่มจำนวนหลักของลอตเตอรี่จาก 6 เป็น 7 หลัก เป็นต้น โดย 18 มิ.ย. นายราฆพได้เรียกประชุมบอร์ดเป็นวาระพิเศษ

จี้แบงก์สกัดบัญชีเงินสกปรก

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ห้องกิ่งเพชร โรงแรมเอเชีย เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผช.ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้ารับผิดชอบ ฝ่ายกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นประธานและมอบนโยบายในงานสัมนาซักซ้อมความเข้าใจกับตัวแทนธนาคารและสถาบันการเงินกว่า 150 คน ในการปฏิบัติตามกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยมี พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. และ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ทั้งนี้ พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า อยากให้ธนาคารและสถาบันการเงินได้ตระหนักและปฏิบัติตามกฎหมายการฟอกเงิน เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปราม ขบวนการผิดกฎหมายที่ใช้บัญชีธนาคารเป็นช่องทางการยักย้าย ถ่ายเทเงินผิดกฎหมายทั้งหลาย หากไม่ปฏิบัติตาม คสช.และ ปปง.ต้องใช้มาตรการและยาแรงกับสถาบันการเงินที่ไม่ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตาม แต่อยากจะขอร้องให้ช่วยกันมากกว่า

สถาบันการเงินไหนดื้อเจอยาแรง

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เผยว่า ปปง.ร่วมมือกับ ป.ป.ส.และ สตช. ในการปราบปรามการพนันบอล ขบวนการยาเสพติด และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ใช้ช่องทางธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีธนาคารต่างๆ ปปง.จะส่งรายชื่อกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวไปให้สถาบันการเงินทุกแห่ง หากสถาบันการเงินไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบต้นทาง ไปจนถึงประวัติทางการเงินบัญชีต้องสงสัย และไม่ยอมมอบข้อมูลลูกค้าที่มีธุรกรรมทางการเงินที่น่าจะมีความเกี่ยวโยงกับขบวนการที่มีพฤติกรรมที่จะทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายการฟอกเงิน ปปง.จะลงโทษโดยการปรับ 1 แสนบาท และปรับวันละ 5 พันบาทจนกว่าสถาบันการเงินดังกล่าวจะจัดการปิดบัญชีนั้น

“บิ๊กตู่” ในมาด ปธ.บอร์ดบีโอไอ

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.และประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้เป็นประธานการประชุมครั้งแรก โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมยืนยันถึงเจตนาที่ คสช.เข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ ประชาชน ด้วยหัวใจอย่างแท้จริง พร้อมต้องการสร้างความยั่งยืนในทุกระบบของประเทศ เดินหน้าขจัดขบวนการคอร์รัปชันทุกรูปแบบให้หมดสิ้น

ไฟเขียว 18 โครงการ 1.2 แสน ล.

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรม-การส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) นัดแรกว่า ที่ประชุมได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจำนวน 18 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 122,837 ล้านบาท อาทิ บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการบริการรับฝากห้องเย็น เงินลงทุน 900 ล้านบาท บริษัท เซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตกระเบื้องเซรามิก เงินลงทุน 1,748 ล้านบาท บริษัทโพสโค โค้ทเต้ด สตีล (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตเหล็กแผ่นเคลือบ เงินลงทุน 10,014 ล้านบาท

นายอุดมกล่าวว่า การที่บอร์ดบีโอไอได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการเรียกความเชื่อมั่นที่ดีต่อบรรยากาศการลงทุนในไทย เพราะนอกจากจะช่วยให้นักลงทุนกลุ่มที่ชะลอการตัดสินใจยื่นขอรับส่งเสริมก่อนหน้านี้เกิดความมั่นใจ และตัดสินใจยื่นขอรับส่งเสริมเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้แล้ว

ตั้งอนุฯ 1 ชุดดันโปรเจกต์ค้างท่อ

นายอุดมกล่าวว่า ที่ประชุมยังได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ จำนวน 15 คน ประกอบด้วย ตนเป็นประธาน ผู้บริหารระดับสูงของบีโอไอ ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการชุดนี้จะมีอำนาจและหน้าที่พิจารณาให้การส่งเสริมการลงทุนแก่โครงการที่มีขนาดการลงทุนตั้งแต่ 200-750 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนและโครงการที่เป็นกิจการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกเป็นส่วนใหญ่และมีขนาดการลงทุนเกิน 200 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ในการกลั่นกรองการส่งเสริมการลงทุนสำหรับโครงการที่มีขนาดการลงทุนเกิน 750 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน

คสช.ประกาศมาตรการปราบโกงเพิ่ม

ต่อมาเวลา 20.25 น.คสช.มีคำสั่งที่ 69/2557 เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ ว่า เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบ คสช.จึงมีคำสั่ง 1.ให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ กำหนดมาตรการหรือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ โดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบเฝ้าระวัง 2.ในกรณีที่มีการกล่าวหาหรือพบเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำการหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบ ให้หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐดำเนินการตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และ พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการบริหารกิจการงานบุคคล โดยให้บังคับใช้มาตรการทางวินัยและทางปกครอง และทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว

ละเลยสกัดทุจริตบิ๊กองค์กรโดนหนัก

3. กรณีการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ ให้หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ควบคุม กำกับดูแล การดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด 4.กรณีที่หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาปล่อยปละละเลย ตามข้อ 2 และข้อ 3 ให้ถือเป็นความผิดวินัยหรือความผิดอาญาแล้วแต่กรณี 5.ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ดำเนินการแสวงหา รวบรวมและดำเนินการอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานในการจะทราบรายละเอียดและพิสูจน์เกี่ยวกับการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งติดตาม เร่งรัดผลการดำเนินการตามข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 และรายงานผลการปฏิบัติพร้อมทั้งเสนอความเห็นให้ คสช.ทราบและพิจารณาอย่างต่อเนื่อง

19 มิ.ย. 2557 05:33 ไทยรัฐ