วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลัด ศธ. แฉสถานศึกษาอมเงินกู้ยืมเรียน

บางแห่งมียอดค้างสูงถึง 7 ล้านบาทไม่ยอมคืน กยศ. จี้ปรับหลักเกณฑ์แก้ลำ

ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินงานติดตามผลการคืนเงินคงค้างจากสถานศึกษา กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้รายงานภาพรวมการคืนเงินคงค้างของสถานศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2550-2556 ทั้งในส่วนของกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) และ กยศ. พบว่าที่ผ่านมาสถานศึกษาจำนวนมากไม่ยอมส่งเงินคงค้าง หรือเงินที่ กยศ. โอนให้สถานศึกษา เพื่อจ่ายเป็นค่าเล่าเรียนให้ผู้กู้ ซึ่งปกติเมื่อหักค่าเล่าเรียนของผู้กู้แล้วมักจะมีเงินส่วนต่างเหลืออยู่ ซึ่งตามหลักเกณฑ์แล้วสถานศึกษาต้องส่งคืน กยศ. โดยบางแห่งมียอดค้างถึง 7 ล้านบาท ที่ประชุมจึงเห็นร่วมกันว่าควรจะปรับแก้หลักเกณฑ์ว่าด้วยวิธีการกู้ยืมเงิน ซึ่งเดิมกำหนดเพียงว่า หากสถานศึกษาไม่ส่งคืนเงินคงค้างที่ไม่ได้ใช้ตามสัญญาจะต้องเสียดอกเบี้ย 15% ของจำนวนเงินทั้งหมด ให้เปลี่ยนเป็นหากสถานศึกษาไม่ส่งคืนเงินคงค้างที่ไม่ได้ใช้ตามสัญญาคืน กยศ.จะระงับการโอนเงินให้กับสถานศึกษานั้นๆ จนกว่าจะได้รับเงินคืน รวมทั้งจะคิดดอกเบี้ย 15% ต่อปีด้วย

“สาเหตุที่ต้องปรับเกณฑ์การคืนเงินคงค้างครั้งนี้ เพราะต้องการกดดันให้สถานศึกษาคืนเงินคงค้างให้ กยศ.ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพราะเท่าที่ดูตัวเลขมีสถานศึกษาถึง 31 แห่ง ที่ค้างเงิน ซึ่งก็ไม่ใช่จำนวนน้อย เดิมมีหลักเกณฑ์ว่าหากสถานศึกษาไม่คืนเงินก็จะมีเบี้ยปรับแต่ก็ไม่ได้ผล ดังนั้นจึงต้องปรับหลักเกณฑ์ เพื่อให้สถานศึกษามีวินัยในการคืนเงิน กยศ.มากขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับนักศึกษาด้วย เพราะที่ผ่านมา กยศ.จะเพ่งเล็งตามทวงเงินแต่กับนักศึกษา แต่ไม่เคยตามทวงกับสถานศึกษาเลย” ดร.สุทธศรี กล่าวและว่า ขณะเดียวกันตนขอให้คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่ 1 และ 2 ไปปรับเพิ่มหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้กู้ เพื่อให้สามารถปล่อยกู้เฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นจริงๆ.