วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เนื้องานสะท้อนตั้งใจ

กระตุกเสียงเชียร์ได้รายวัน

กับรายการ “ปฏิวัติใหญ่” ตามโปรแกรมที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลุยจัดระเบียบวินรถตู้โดยสารประจำทาง สางปัญหาวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ยกระดับให้เป็นมาตรฐานทั้งราคาค่าโดยสารและความปลอดภัย

จนถึงรายการล่าสุด กับการปฏิรูปราคาลอตเตอรี่ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์- โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้า คสช.สั่งการเอง ให้ลุยรื้อ “ขุมทรัพย์” ของกลุ่มผลประโยชน์ที่ทำให้หวยรัฐบาลขายเกินราคา ตกแล้วใบละ 110-120 บาท ประกาศิตต้องขายตรงกับราคาบนสลากกินแบ่งรัฐบาลคือ 80 บาทเท่านั้น

ตามรูปการณ์ คสช.เดินหน้าเก็บตกงานปลีกย่อยที่มีผลต่อวิถีชีวิตประจำวันของประชาชน

เน้นการแก้ปัญหาแบบลงลึกถึงตรอกซอกซอย

เรื่องของเรื่อง แม้จะดูเป็นปมเล็กปมน้อยเมื่อเทียบกับนโยบายในภาพกว้างของการบริหารประเทศ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องปลีกย่อยเหล่านี้คือปัญหาใหญ่หลวงที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยเฉพาะชาวบ้านรากหญ้าที่เป็นประชากรฐานใหญ่ของประเทศ

โดนเอารัดเอาเปรียบ อยู่กับความไม่เป็นธรรมมาตลอด

กลายเป็นเรื่องชาชินที่ต้องยอมรับสภาพไปโดยปริยาย

มันจึงเป็นอะไรที่โดนใจ เมื่อ คสช.ให้ความใส่ใจกับปัญหา “หญ้าปากคอก” ที่ถูกละเลยมานาน ก็เลยกระตุกคะแนนนิยมของประชาชนสะท้อนผ่านโพลสำนักต่างๆอยู่ในระดับพึงพอใจ

เปิดโอกาสให้ทหารทำหน้าที่แทนนักการเมือง

ที่แน่ๆโดยการใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อย คสช.มุ่งสางปมที่ถูกปล่อยปละละเลยจนกลายเป็นปัญหาหมักหมมมานาน พร้อมๆไปกับการจัดระเบียบบริหารกันใหม่ เช่น การสั่งชะลอโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท เพื่อสแกนความโปร่งใส

การลุยล้างผลประโยชน์ในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ไม่ให้ผลาญงบประมาณจัดสรรผลประโยชน์กันตามอำเภอใจ ไปจนถึงการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่เข้ามากันอย่างผิดกฎหมาย เสี่ยงกับปัญหาความมั่นคง การปลดล็อกโครงการส่งเสริมการลงทุนที่ค้างท่อมานาน

ตามปรากฏการณ์เน้นทั้งภาพรวมไปจนถึงปมปลีกย่อย

ใช้ความเบ็ดเสร็จของ “อำนาจพิเศษ” ยกเครื่องทั้งระบบ

เบื้องต้นเลย โดยรูปแบบของการเดินหน้าปฏิบัติการ มันก็สะท้อนระดับความ “ตั้งใจจริง” ของขุนทหารในการลุยปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่

ไม่ใช่แค่การล้มกระดาน เปลี่ยนขั้วอำนาจเพื่อสมบัติผลัดกันชม

แม้ในบางอารมณ์จะดูหลวมๆไปบ้าง กับการทำงานสไตล์ท็อปบูต อย่างเช่น การส่งทหารไปไล่นับกระสอบข้าวตามโกดังเพื่อตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการยาก ถ้าเจอเล่ห์ของพ่อค้าตบตา เพราะในทางเทคนิคมันมีการยัดไส้กันได้

ที่สำคัญถ้าไม่พบข้าวหายจากโกดัง ก็เหมือนทหารช่วยการันตีว่าไม่มีการโกง

ทั้งๆที่มันมีอีกวิธีที่น่าจะจับได้ไล่ทันมากกว่า นั่นคือการตรวจสอบคุณภาพของข้าวที่ถูกเก็บไว้ว่าเน่าหรือดีกี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อพิสูจน์การซิกแซ็ก ยักย้ายถ่ายเท สต๊อกจริง สต๊อกลม

แต่ก็อย่างว่า จะให้ทหารเชี่ยวชาญทุกอย่างคงไม่ได้

สำคัญจริงๆ มันอยู่ที่เจตนา กับเสียงทักดักคอว่า “ไม้กวาดไม่สะอาดจะยิ่งทำบ้านเลอะ”

ประเมินสถานการณ์มาถึงตอนนี้ คีย์แมนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้า คสช. ยังตั้งหน้าตั้งตาทำงาน นิ่งอยู่กับภารกิจเดิมพัน

นั่นก็ทำให้ยังไร้กระแส“นักวิ่ง” เพราะพวกนายหน้าค้าอำนาจไม่รู้จะเจาะทางไหน

และแน่นอน เมื่อ “บิ๊กตู่” และทีมงาน คสช.ทำให้เห็นแล้วว่า ภารกิจนี้เพื่อประเทศชาติและประชาชน

โดยผลต่อเนื่องมันก็เป็นเรื่องของข้าราชการประจำจะสนองได้หรือไม่ โดยเฉพาะระดับปลัดกระทรวงที่ตอนนี้ทำหน้าที่บริหารแทนรัฐมนตรี

เมื่อไม่มีเงื่อนไขต้องสนองตอบคำสั่งนักการเมือง

เป็นเรื่องที่ต้องทำตามโจทย์ของ คสช.ในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน

ใครทำไม่ได้ โดนโละออกไปก็ไม่มีสิทธิอุทธรณ์.

ทีมข่าวการเมือง

19 มิ.ย. 2557 02:51 19 มิ.ย. 2557 04:32 ไทยรัฐ