วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม: “Maleficent” นางฟ้าหรือปีศาจ

“I know you, I walked with you once upon a dream,
I know you, the gleam in your eyes is so familiar a gleam,
Yet I know you it’s true that visions are seldom all they seem,
But if I know you, I know what you do,
You’ll love me at once, the way you did once upon a dream.”
‘Once Upon a Dream’, OST. Maleficent/Sleeping Beauty

เคยได้ยินเพลงนี้กันไหมคะ? คอดิสนีย์หลายคนไม่น่าพลาด เพราะเป็นเพลงประกอบฉากรักหวานซึ้งของเจ้าชายฟิลลิป กับเจ้าหญิงออโรราในป่าลึก ในวันเกิดปีที่ 16 ของเธอ ก่อนจะถูกพาตัวกลับไปปราสาท และถูกเข็มจากเครื่องปั่นด้ายแทงที่ปลายนิ้วจนกลายเป็น “เจ้าหญิงนิทรา” (Sleeping Beauty) ตามคำสาป

เนื้อเพลงข้างต้น ใจความหลักพูดถึงความรู้สึกของสองหนุ่มสาวที่พบกันเป็นครั้งแรก แต่เหมือนคุ้นหน้าคุ้นตา และรู้สึกสนิทสนมกันมานาน จากการพูดคุยไม่กี่ประโยค เรียกง่ายๆ ว่าเหมือนคอนเซปต์ “คู่แท้” หรือ “Soulmate” นั่นเองค่ะ ในเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นของ Walt Disney ทำนองเพลงหวานซึ้งมาก ทำให้ผู้ชมเด็กๆ ทั่วโลกคล้อยตามได้ไม่ยาก...เรียกได้ว่า “โลกสวย” ตามๆ กันเลยทีเดียว

ในเวอร์ชั่นนี้ เรื่องราวของเจ้าหญิงออโรรา หรือ “เจ้าหญิงนิทรา” (นำแสดงโดย Elle Fanning) ถูกนำมาตีความและเล่าใหม่ โดยเล่าเรื่องจากมุมของ “Maleficent” (นำแสดงโดย Angelina Jolie) ซึ่งว่าถึงที่มาที่ไป...ว่าเหตุใดนางฟ้าซาตานตนนี้ถึงได้จงใจมาสาปเจ้าหญิงน้อยไร้เดียงสาถึงในวัง?

Maleficent: “I must say, I really felt quite distressed at not receiving an invitation.”
Stefan: “You’re not welcome here.”
Maleficent: “Oh dear. What an awkward situation.”
มาเลฟิเซนต์: “ฉันต้องบอกว่า ฉันรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่ได้รับบัตรเชิญ”
สเตฟาน: “เธอไม่ได้รับเชิญที่นี่”
มาเลฟิเซนต์: “โอ้…ช่างเป็นสถานการณ์ที่น่าลำบากใจจริงๆ”

นั่นน่ะสิคะ...จะว่าไปก็น่าสนใจไม่น้อย ว่าเหตุใด “Maleficent” ถึงบุกวังเพื่อสาปเจ้าหญิงน้อยให้กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา คงไม่ใช่เหตุผลแค่นางเป็น “ปีศาจ” หรือ “ซาตาน” แน่ๆ…แล้วดิสนีย์ก็มาไขความข้องใจให้มาดามค่ะ โดยฝีมือการเล่าเรื่องของผู้กำกับ Robert Stromberg ซึ่งเพิ่งได้ลองกำกับหนังแบบจริงๆ จังๆ เป็นเรื่องแรก หลังจากฝากผลงานในฐานะผู้สร้าง Visual Effect และผู้ออกแบบการผลิตไว้กับภาพยนตร์ดังๆ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “Avatar” “Alice in Wonderland” และ “Oz the Great and Powerful”

เรื่องราวของ “เจ้าหญิงนิทรา” เวอร์ชั่นนี้ ไม่ได้ “โลกสวย” เหมือนอย่างที่เราคุ้นเคยกัน หนึ่งในเหตุผลคงเป็นเพราะตัวละครทุกตัวเผยให้เห็น “ด้านมืด” ของตัวเอง โดยเฉพาะกษัตริย์ “สเตฟาน” (นำแสดงโดย Sharito Copley) หรือแม้แต่นางฟ้าทั้งสามที่ประทานพรและคอยดูแลเจ้าหญิงออโรราตลอด 16 ปี แต่ที่เน้นพิเศษคือด้านมืดของตัวเอกในเวอร์ชั่นนี้ “มาเลฟิเซนต์” ว่ามีความเป็นมายังไง...นางฟ้าถึงได้กลายเป็นปีศาจได้?

ความพิเศษของเรื่องนี้ คงเป็นการได้เห็นตัวตนอีกด้านของ “มาเลฟิเซนต์” ว่าภายใต้โฉมหน้าและท่าทางโหดร้ายเลือดเย็นของเธอ ยังมีหัวใจที่งดงามซ่อนอยู่ เพราะแม้เธอจะสูญเสียศรัทธาในความรักและความไว้ใจไปแล้วจากเรื่องราวในอดีต แต่ความรักก็เยียวยาเธออย่างดี ทำให้เธอค้นพบอีกครั้งว่า “รักแท้” นั้นมีอยู่จริง

“I will not ask you for forgiveness. What I have done is unforgivable.
I was so lost in hatred and revenge. I never dreamed that I could love you so much.
You stole what was left of my heart. And now I’ve lost you forever.”
“ฉันจะไม่ขอให้เธออภัย สิ่งที่ฉันทำมันเกินจะให้อภัย
ฉันมัวหลงติดกับความเกลียดชังและการล้างแค้น
ฉันไม่เคยฝันมาก่อนว่าจะรักเธอได้มากขนาดนี้ เธอขโมยสิ่งที่เหลืออยู่ในหัวใจฉัน
…และตอนนี้ฉันก็สูญเสียเธอไปแล้วตลอดกาล”
‘มาเลฟิเซนต์’

จะว่าไป “เจ้าหญิงนิทรา” เวอร์ชั่นนี้ก็ดูได้ทุกเพศทุกวัยนะคะ แต่ถ้าใครคิดจะเข้าไปดูหนัง “โลกสวย” เต็มไปด้วยความรักโรแมนติกเหมือนฝันของเจ้าหญิงเจ้าชาย ขอบอกว่าคงต้องผิดหวัง เพราะเนื้อเรื่องส่วนใหญ่เป็นการตีแผ่ชีวิตอันแสนรันทดของตัวร้ายคนสำคัญของเรื่องอย่าง “มาเลฟิเซนต์”...ความโกรธและความแค้นจากเรื่องในอดีตทำให้เธอผูกใจเจ็บ และเลือกจะแก้แค้นอีกฝ่ายให้ต้องตกนรกหมกไหม้ เหมือนตายทั้งเป็นไปพร้อมกับเธอ

แต่ถึงจะโลกไม่สวย แต่เทพนิยายเรื่องนี้ก็ให้ข้อคิดดีๆ หลายอย่าง ทั้งเรื่องหายนะจากความละโมบโลภมากของตัวละครบางตัว โทษทัณฑ์ของการล้างแค้นที่มาเลฟิเซนต์ต้องเจอ ที่สำคัญคือการตีความคาแรกเตอร์ “มาเลฟิเซนต์” ที่ทำตัวเป็นปีศาจ ทำลายล้างทุกคนที่เคยทำร้าย ทั้งที่ภายในใจต้องทนทุกข์ทรมานจากการกระทำของตัวเองไม่น้อย...ที่น่าสนใจก็คือ ถึงแม้เธอจะใจร้ายมากมายสักแค่ไหน แต่เราในฐานะคนดู ก็มักจะอดเอาใจช่วยเธอไม่ได้

ว่าแต่...เธอเป็น “นางฟ้า” หรือ “ปีศาจ” กันแน่นะ? คงต้องตามไปลุ้นกันเองในโรงภาพยนตร์

จนกว่าจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้า

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

“มาเลฟิเซนต์” บางทีเรื่องที่เราเคยดูตอนเด็กๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องทั้งหมด... 18 มิ.ย. 2557 17:12 18 มิ.ย. 2557 22:56 ไทยรัฐ