วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พี่หนุ่มโดดศาลทุ่งสงดับ จ่อแห่ศพประท้วงขอความเป็นธรรม

พี่สาวหนุ่มกระโดดศาลทุ่งสงดับ จ่อแห่ศพประท้วงขอความเป็นธรรม ย้ำน้องชายเป็นคนดี เชื่อถูกเจ้าหน้าที่ยัดยาบ้า ด้าน ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ระบุเจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามกฎหมาย พร้อมเตรียมตั้งกรรมการสอบ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย...

จากกรณีที่ นายสุรชัย เจษฎารมณ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/62 หมู่ 11 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้กระโดดเชิงบันไดตึก ชั้น 2 ของศาลจังหวัดทุ่งสง ลงมาเสียชีวิต ขณะสวมกุญแจมือและใส่โซ่ที่ขาทั้งสองข้าง หลังศาลอ่านคำพิพากษาตัดสิน ให้จำคุกเป็นเวลา 4 ปี ในข้อหามียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 20 เม็ด ไว้ในครอบครอง ซึ่งนายสุรชัย ยืนยันว่า ตัวเองไม่ผิดและถูกเจ้าหน้าที่ยัดยาเสพติด จึงให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน และต่อสู้คดีในชั้นศาล กระทั่งถูกศาลตัดสินจำคุก เลยตัดสินใจกระโดดตึกตาย ประชดกระบวนการยุติธรรม

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 163 หมู่ 9 ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านของ นายสำเร็จ อายุ 74 ปี และนางเพิ่มศรี เจษฎารมณ์ อายุ 77 ปี พ่อและแม่ของนายสุรชัย และเป็นสถานที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล 

นางรัตนาพร เจษฎารมณ์ อายุ 53 ปี พี่สาวของนายสุรชัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า นายสุรชัย น้องชาย กับลูกชายของตน ได้ไปประกอบอาชีพรับจ้างฆ่าหมูที่ อ.ทุ่งใหญ่ ในช่วงที่ถูกจับคดียาเสพติด เมื่อเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมานั้น นายสุรชัย เล่าให้ฟังว่า ได้ขับรถ จยย.ออกมาทานข้าวกับลูกชายของตน และมาเจอด่านตรวจของตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ จึงลงจากรถให้ตรวจค้นอย่างละเอียด แต่ไม่พบยาเสพติดแต่อย่างใด

จากนั้นเมื่อนายสุรชัยออกรถจากจุดตรวจไปได้ประมาณ 10 เมตร ตำรวจที่ตรวจค้นก็ตะโกนให้หยุดรถ พร้อมกับบอกว่า เจอแล้วยาบ้า แล้วชี้ให้นายสุรชัยดูบนถนน ซึ่งพบว่าเป็นยาบ้าจำนวน 20 เม็ด พร้อมกับแจ้งข้อหานายสุรชัยเป็นผู้ครอบครองยาบ้า ทั้งๆ ที่นายสุรชัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และยืนยันว่าเป็นยาบ้าที่ตำรวจยัดให้ และหลังจากนั้นได้มีการตรวจปัสสาวะนายสุรชัย แต่ก็ไม่พบว่ามีสารเสพติดแต่อย่างใด

นางรัตนาพร เปิดเผยต่อว่า ในฐานะที่เป็นพี่น้องกัน ตนรู้จักนิสัยและความประพฤติของน้องชายดีว่าไม่เคยประพฤติตนเหลวไหล โดยเฉพาะในเรื่องยาเสพติด นายสุรชัยไม่เคยยุ่งเกี่ยวแน่นอน ซึ่งสามารถสอบถามจากชาวบ้านใน อ.ทุ่งใหญ่ ได้เลยว่า นายสุรชัย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ใหญ่ เป็นคนอย่างไร และที่ผ่านมา น้องชายได้ทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินส่งให้พ่อและแม่ใช้รักษาอาการป่วยอย่างสม่ำเสมอ หลังตกเป็นผู้ต้องหา ญาติพี่น้องได้กู้ยืมเงินนอกระบบมาประกันตัว แต่ระยะหลังสู้ดอกเบี้ยไม่ได้ จำเป็นต้องตกเป็นผู้ต้องขัง และในช่วงที่อยู่ในเรือนจำ นายสุรชัยได้เขียนจดหมายมาหาตนและพ่อแม่ โดยบอกว่า ถ้าชนะคดีก็จะกลับมาดูแลพ่อแม่และทำงานที่บ้าน แต่ถ้าถูกศาลตัดสินจำคุกก็จะขอยอมตาย

นางรัตนาพร กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (19 มิ.ย.) เวลา 09.00 น. ตนและญาติๆ พร้อมเพื่อนบ้าน จะนำศพนายสุรชัยไปประท้วงที่หน้า สภ.ทุ่งใหญ่ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่น้องชาย หากไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะไม่ยอมเผาศพ จะฝังเอาไว้

ทางด้าน พ.ต.อ.สมโชค จันทรมณี ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตนได้เรียกดูสำนวนการสอบสวนและบันทึกการจับกุมแล้ว พบว่าเรื่องเกิดเมื่อค่ำวันที่ 5 ส.ค. 2555 ชุดจับกุมมี พ.ต.ต.กิตติพงษ์ ทองนุ่น สวป.สภ.ทุ่งใหญ่ เป็น หน.ชุด ตั้งด่านร่วมฝ่ายปกครอง มีนายประยุติ ไกรนรา เป็นหัวหน้า พร้อม อส.ตร จำนวนหนึ่ง โดยตั้งด่านบนถนนสายทุ่งใหญ่ – เขาพนม หน้าโรงเรียนบางตะเพา ม.1 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ โดยนายสุรชัยได้ซ้อนท้าย จยย.มา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เรียกจอดเพื่อตรวจค้น นายสุรชัยได้โยนถุงยาเสพติกลงข้างรถ จยย. ภายในบรรจุยาเสพติด 20 เม็ด ช่วงระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังกรูเข้ามา คนขับ จยย. ได้เร่งเครื่องหลบหนีไป เบื้องต้น นายสุรชัยปฏิเสธ แต่เนื่องจากมีพยานหลักฐานชัดเจน

จากการสอบถาม พ.ต.ท.เกษม จอมพงศ์ พนง.สอบสวนเจ้าของคดี ทราบว่า หลังเกิดเหตุ นายสุรชัยได้ขอประกันตัวในชั้นศาล แต่เนื่องจากนายประกันถอนตัว จึงต้องถูกขังในคุกเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว หลังเกิดเหตุทางญาติจะต้องร้องขอความเป็นธรรม เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง แต่ปล่อยให้เรื่องเนิ่นนานมาเกือบ 2 ปี เพื่อจะได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกันอีกครั้งจนกระทั่งเสียชีวิต

"เมื่อเหตุเกิดขึ้นมาแล้ว ตนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย และหากตรวจสอบแล้วมีความผิดจริง ตนพร้อมที่จะนำเสนอผู้บังคับบัญชาให้ไล่ออกทันที แต่การตั้งด่านตรวจในครั้งนี้ ร่วมกับฝ่ายปกครองด้วย ก็ต้องเรียนให้ผู้บังคับบัญชาฝ่ายปกครองด้วยเช่นกัน ตนพร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คงไม่มีใครจะกล้าเสี่ยงกับอนาคตของตนเองด้วยการกระทำที่กลั่นแกล้ง เพราะยังมีครอบครัวของคนเหล่านั้นอีกจำนวนมาก ที่ต้องเดือดร้อนกับการกระทำในครั้งนี้" พ.ต.อ.สมโชค กล่าว

นายประยุทธิ์ ไกรนรา ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตนเป็น หน.ฝ่ายปกครอง ที่เข้าร่วมตั้งด่านป้องกันอาชญากรรม สนธิกำลัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ในครั้งนั้น ตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสัตย์จริง ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร และหากว่าตำรวจกลั่นแกล้ง ตนในฐานะฝ่ายปกครองจะไม่ยอมร่วมทำงานโดยเด็ดขาด.

พี่สาวหนุ่มกระโดดศาลทุ่งสงดับ จ่อแห่ศพประท้วงขอความเป็นธรรม ย้ำน้องชายเป็นคนดี เชื่อถูกเจ้าหน้าที่ยัดยาบ้า ด้าน ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ระบุเจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามกฎหมาย พร้อมเตรียมตั้งกรรมการสอบ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย... 18 มิ.ย. 2557 15:43 18 มิ.ย. 2557 16:45 ไทยรัฐ