วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดินหน้า 'ทวงสิทธิ์ พื้นที่ห้ามสูบ' ดูแลคนไทยอีก 80% ที่ไม่สูบบุหรี่

สสส.จับมือภาคีเดินหน้า "ทวงสิทธิ์ ห้ามสูบ" ปกป้องสุขภาพคนไทย หลังพบคนไทยกว่าร้อยละ 80 ไม่สูบบุหรี่ สร้างพื้นที่ปลอดภัย เน้นปฏิบัติตามกฎหมายจริงจัง...

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 57 ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์การบริโภคยาสูบของไทย มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2556 พบว่า คนไทยสูบบุหรี่ 10.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 19.94 ลดลงจากปี 2554 ที่มีคนสูบบุหรี่ 11.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 21.4 แต่ปัญหาการรับควันบุหรี่มือสองในที่สาธารณะยังเป็นปัญหาสำคัญ

ล่าสุด สสส.ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้สำรวจสถานการณ์ควันบุหรี่มือสองในประชากรอายุ 15-64 ปี จำนวน 2,089 คนจากทั่วประเทศ ระหว่างเดือน ก.พ.-มี.ค. ปี 2557 พบสถานที่สาธารณะกว่า 2 ใน 3 มีการฝ่าผืนสูบบุหรี่ โดยสถานที่มีการฝ่าฝืนการสูบบุหรี่มากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ตลาดสด ตลาดนัด ร้อยละ 73.61 รองลงมา คือ สถานีขนส่ง ป้ายรถเมล์ สถานีรถไฟ ท่าเรือ ร้อยละ 72.66 และสนามกีฬา ร้อยละ 67.88 สอดคล้องกับมีประชาชนรู้จักพื้นที่สาธารณะปลอดบุหรี่ตามกฎหมายกำหนดอย่างถูกต้อง ไม่ถึงครึ่ง คือ ร้อยละ 45 และมีประชาชนเพียงร้อยละ 46 เท่านั้น ที่เคยเห็นสัญลักษณ์ห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่ปลอดบุหรี่ตามกฎหมายกำหนด

"ปัจจุบันมีการละเมิดกฎหมาย ทำให้ผู้ไม่สูบบุหรี่ได้รับควันจากที่สาธารณะจำนวนมาก สสส.และภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาวะทั้งหมด จะบูรณาการงานในเชิงยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบ โดยริเริ่มโครงการรณรงค์จิตอาสาขยายพื้นที่ปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย พร้อมเปิดตัวแคมเปญรณรงค์ "ทวงสิทธิ์ ห้ามสูบ" เพื่อเป็นเครื่องมือเชิงรณรงค์สังคม กระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงสิทธิตนเอง สิทธิผู้อื่น และไม่ละเมิดสิทธิการมีสุขภาพดี โดยให้มีความรู้กับประชาชนอย่างเข้มข้นในช่วง 2 เดือนนับจากนี้ และทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายของการรณรงค์ลดจำนวนผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองลงได้ร้อยละ 10"

ด้าน ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า การรณรงค์ภายใต้แคมเปญ "ทวงสิทธิ์ ห้ามสูบ" ดำเนินการอย่างครบวงจร คือ 1.On Ground จัดทำสติกเกอร์ห้ามสูบบุหรี่ เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าเป็นพื้นที่ห้ามสูบ และรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของการไม่ละเมิดสุขภาพผู้อื่น 2. OnLine พัฒนาแอพพลิเคชั่น "ทวงสิทธิ์ ห้ามสูบ" สามารถใช้สมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ได้แล้ววันนี้ และ IOS ดาวโหลดได้วันที่ 20 มิ.ย.นี้ โดยถ่ายรูปสติกเกอร์รณรงค์ ที่ติดตามสถานที่สาธารณะ และโพสต์รูปพร้อม Check in ผ่านแอพพลิเคชั่น เชื่อมต่อกับเฟซบุ๊ก และ www.nonsmokersright.com ที่จะแสดงแผนที่เขตปลอดบุหรี่ของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายที่จะรณรงค์ทวงสิทธิ์ขอคืนพื้นที่ปลอดควันบุหรี่ 100% และ 3.Onair โฆษณารณรงค์ทางโทรทัศน์ชุด "ไม่สูบ ก็เหมือนสูบ"

"ปัจจุบันกฎหมายได้กำหนดพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ ครอบคลุมพื้นที่สาธารณะทั้งหมด ทั้งพื้นที่ภายในอาคาร สิ่งปลูกสร้างที่มีหลังคา ร้านค้า และร้านอาหาร ทั้งที่ติดเครื่องปรับอากาศและไม่ติด สถานที่โล่งที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนสูบในที่สาธารณะห้ามสูบ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 มีโทษปรับ 20,000 บาท และฝ่าฝืนสูบบนยานพาหนะสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีโทษปรับ 5,000 บาท" ดร.นพ.บัณฑิตกล่าว

นอกจากนี้ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากวัฒนธรรมขี้เกรงใจของคนไทย เราเลยไปเกรงใจคนที่สูบบุหรี่คนอื่น ตรงนี้เป็นสิ่งที่แตกต่าง ส่วนนี้ต้องปรับกัน แต่อาจต้องใช้วิธีที่นุ่มนวลตามแบบวัฒนธรรมของเรา นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายสำหรับพื้นที่ปลอดบุหรี่นั้น ต้องลดขั้นตอนให้สั้นลง ปัจจุบันมีปัญหาพึ่งพาตำรวจ แล้วต้องพาผู้กระทำผิดไปโรงพัก และใช้เวลาในการลงโทษประมาณ 4-5 ชั่วโมง เลยไม่มีใครทำจริง ขอเสนอให้ไม่มีขั้นตอน คือ แจกใบสั่ง ตามกฎหมายต้องเสียค่าปรับใน 2 สัปดาห์ ในสวนของเด็กเยาวชนเอง ที่เริ่มต้นการสูบเข้ามาใหม่เพิ่มขึ้น เป็นงานที่เรายังต้องทำงานกันเพิ่มต่อไป.

สสส.จับมือภาคีเดินหน้า "ทวงสิทธิ์ ห้ามสูบ" ปกป้องสุขภาพคนไทย หลังพบคนไทยกว่าร้อยละ 80 ไม่สูบบุหรี่ สร้างพื้นที่ปลอดภัย เน้นปฏิบัติตามกฎหมายจริงจัง... 18 มิ.ย. 2557 13:38 18 มิ.ย. 2557 14:35 ไทยรัฐ