วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดเวที 'สมัชชาสุขภาพฯ' ชู 5 แนวทางสุขภาพคนไทย

เดินหน้าเวที "สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ" เผยข้อเสนอ 5 แนวทางนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพของประเทศ เน้นสร้างสุขภาวะชุมชนก่อน...

ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ประธานกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ครั้งที่ 6 พ.ศ.2556 กล่าวว่า การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ มีขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2557 ถือเป็นเวทีสำคัญที่สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของสังคม ได้เข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทาง นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพของประเทศ โดยมีภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วม เวทีประชุมสมัชชาสุขภาพครั้งนี้ จะมีการขับเคลื่อนวาระการประชุมที่สำคัญ 10 ประเด็น ให้เกิดฉันทามติที่สมบูรณ์ นำไปสู่การขับเคลื่อนจนเกิดเป็นรูปธรรม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมติไปปฏิบัติ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน

สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ดำเนินการภายใต้แนวคิด "สานพลัง สร้างสุขภาวะชุมชน" มีการจัดประชุม ไปแล้ว 5 ครั้ง ผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายได้ทั้งหมด 51 เรื่อง ซึ่งในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 6 นี้ มีระเบียบวาระเข้าสู่การพิจารณา 10 ประเด็น ประกอบด้วย

1.ยุทธศาสตร์ร่วมแห่งชาติ ว่าด้วยระบบสุขภาวะชุมชน 2.แผนยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ พ.ศ.2557-2561 3.ระบบการจัดการอาหารในโรงเรียน 4.นโยบายการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน 5.การกำกับดูแลสื่อและการสื่อสารการตลาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 6.เป้าหมายในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย 7.การสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อ "สุขภาพหนึ่งเดียว" ของคน-สัตว์-สิ่งแวดล้อม 8.ทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ การป้องกันผลกระทบต่อสุขภาวะและสังคมจากการค้าเสรีระหว่างประเทศ 9.รายงานความก้าวหน้าในการติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ 10.การปฏิรูประบบสุขภาพ ภายใต้การปฏิรูปประเทศไทย


ขณะที่วาระสำคัญเรื่อง การปฏิรูประบบสุขภาพ ภายใต้การปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้ร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันมีข้อเสนอ 5 แนวทาง

1.การปฏิรูประบบสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและการจัดการกับภัยคุกคามสุขภาพ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วน นำหลักการเรื่องสุขภาพในทุกนโยบาย (Health in All Policies) มาแปลงสู่การปฏิบัติให้บังเกิดผล รวมทั้งพัฒนาระบบงานและองค์กรที่ทำงานด้านระบาดวิทยา ทั้งด้านการป้องกัน ควบคุมโรค และระบาดวิทยาสังคม (Social Epidemiology) และส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รวมถึงการสร้างเสริมสุขภาพนอกภาคบริการสาธารณสุข เป็นต้น

2.การปฏิรูประบบบริการสุขภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ ทั้งระบบสุขภาพชุมชนและระบบบริการสุขภาพแบบผสมผสานในระดับอำเภอ (District Health System) ควบคู่กับการส่งเสริมเวชปฏิบัติระดับครอบครัวและชุมชน จัดให้มีการวางแผนระบบบริการสุขภาพ (Health Service Plan) ของประเทศ ที่ครอบคลุมการบริการสุขภาพในทุกระดับ ระบบบริการเฉพาะทาง ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระบบการส่งต่อและส่งกลับผู้รับบริการ รวมถึงการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย พร้อมทบทวนนโยบาย medical Hub ในภูมิภาคเอเชีย ให้เกิดความเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อคนไทย นอกจากนี้ ต้องส่งเสริมการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก

3.การปฏิรูประบบการสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับการวางแผนผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพสาขาต่างๆ ทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ และการกระจายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการให้บริการ และความเหลื่อมล้ำทางวิชาชีพ รวมทั้งส่งเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมทางวิชาชีพ และพัฒนาระบบการสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ พัฒนากลไกการคุ้มครองสิทธิผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์จากบริการสุขภาพ และสนับสนุนบทบาทและพัฒนาศักยภาพของคนพิการ ผู้สูงอายุ และบุคคลด้อยโอกาสต่างๆ ให้มีส่วนร่วมในการจัดบริการสุขภาพ

4.การปฏิรูประบบการเงินการคลังและระบบหลักประกันสุขภาพ เน้นการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค และจัดการกับภัยคุกคามสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนสุขภาพต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดนโยบายดำเนินการที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และให้เกิดสิทธิเสมอภาคในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ครอบคลุมถึงหลักประกันสุขภาพทุกคนที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย โดยใช้ทั้งหลักการมนุษยธรรมและการร่วมจ่ายเงิน ภายใต้ระบบประกันสุขภาพเสริม เพื่อความยั่งยืนทางการเงินการคลัง พร้อมปรับปรุงการบริการจัดการกองทุน ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และ พ.ร.บ.กองทุนเงินทดแทนฯ เพื่อลดความซ้ำซ้อนกับกองทุนสุขภาพอื่น

5.การปฏิรูปการอภิบาลระบบสุขภาพและการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ โดยให้ความสำคัญกับการอภิบาลระบบบสุขภาพโดยเครือข่าย ตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 และพ.ร.บ.อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส บูรณาการการทำงานของส่วนต่างๆ ในระบบสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้เกิดเอกภาพในการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ลดการรวมศูนย์การอภิบาลระบบสุขภาพโดยรัฐ กระจายอำนาจและทรัพยากรให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองในการสร้างเสริมสุขภาพ ปรับปรุงสถานบริการของรัฐให้บริการอย่างคล่องแคล่วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบริการประชาชน.

เดินหน้าเวที "สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ" เผยข้อเสนอ 5 แนวทางนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพของประเทศ เน้นสร้างสุขภาวะชุมชนก่อน... 18 มิ.ย. 2557 12:55 ไทยรัฐ