วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้คอร์รัปชัน ขั้นตอนน้อย–ใต้โต๊ะก็น้อย

ผมเขียนเรียกร้องให้ ป.ป.ช. เร่งแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่เบ่งบานมาตลอดตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว เสนอให้แก้กฎหมาย “ลงโทษทั้งผู้ให้และผู้รับ” แทนที่จะลงโทษแต่แพะตัวเล็กๆ แต่ก็ไม่มีเสียงขานรับจาก ป.ป.ช. แม้แต่แอะเดียว จนกระทั่งไม่กี่วันนี้เพิ่งจะได้ยิน คุณวิชา มหาคุณ ป.ป.ช. ไปบรรยายว่า จะเข้าตรวจสอบบริษัทที่เข้าดำเนินการร่วมกับรัฐ ในฐานะที่อาจเป็นผู้ร่วมทำการทุจริต หลังจากที่ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกาศจะเอาจริงกับการจัดการทุจริตคอร์รัปชัน

แต่ผมฟังน้ำเสียงดูแล้ว คุณวิชาก็ไม่ได้พูดจริงจังอะไรนัก ป.ป.ช. ได้ฉายาว่า “ป.ป.ช. ตู้เย็น” อยู่แล้ว ไม่มีผลงานโดดเด่นที่ทำให้นักการเมือง หรือข้าราชการรู้สึกเกรงกลัว

การตรวจสอบบริษัทที่อาจร่วมทุจริตกับภาครัฐที่ คุณวิชา บอกก็คือ ตรวจสอบว่าบริษัทมีการป้องกัน ตรวจสอบอย่างรอบคอบ หรือระมัด- ระวังการร่วมทุจริตกับภาครัฐหรือไม่ ฟังแล้วก็ต้องกราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติว่า องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่จะต้องมีการ “ปฏิรูปอย่างเร่งด่วน” เพื่อ “ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม” ให้ประเทศสามารถเดินหน้าไปได้ การสอบทุจริตที่ล่าช้า คือความไม่เป็นธรรม ทำให้มีการทุจริตมากขึ้น

ที่ผ่านมา กระบวนการตรวจสอบทุจริตของ ป.ป.ช. ถือว่าหละหลวมมาก ครั้งหนึ่งผมเคยเขียนติง ประธาน ป.ป.ช. ที่ไปมอบ “รางวัลช่อสะอาด” ให้กับ บริษัทยาข้ามชาติที่เพิ่งถูกลงโทษในข้อหาทุจริตติดสินบนแพทย์กว่าหมื่นล้านบาท เรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก หนังสือพิมพ์ไทยก็ลงข่าว แต่ ป.ป.ช.กลับให้ ประธาน ป.ป.ช. ไปมอบ “รางวัลช่อสะอาด” ให้กับบริษัทที่ทุจริต แล้ว ป.ป.ช.จะมีหน้าไปปราบคอร์รัปชันได้อย่างไร

วันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพิ่งให้นโยบายแก่หน่วยราชการว่า การทุจริตเชิงนโยบาย ถ้าสามารถขจัดไปได้ จะลดการใช้จ่ายงบประมาณไปได้อย่างน้อย 10–30 เปอร์เซ็นต์ เป็นการคอนเฟิร์มว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีการทุจริตเชิงนโยบายโกงเงินของชาติไปอย่างน้อย 10–30 เปอร์เซ็นต์

ถ้าเอาเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 3 ล้านล้านบาท ที่ กระทรวงคมนาคม จะนำเสนอต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คสช. เพื่อเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในสัปดาห์หน้ามาเป็นฐาน หากสามารถขจัดการทุจริตเชิงนโยบายลงไปได้ 10–30 เปอร์เซ็นต์ จะประหยัดเงินของชาติได้ถึง 300,000–900,000 ล้านบาทเลยทีเดียว เห็นไหมว่าการโกงกินของนักการเมืองในอดีต มันมากมายมหาศาลแค่ไหน

หลักการแก้คอร์รัปชันที่ดีที่สุด ที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไว้ตรงคอลัมน์นี้ก็คือ “โต๊ะยิ่งมาก ใต้โต๊ะก็ยิ่งมาก ขั้นตอนการอนุญาตยิ่งมาก การคอร์รัปชันก็ยิ่งมาก” เพราะขั้นตอนที่นักการเมืองและข้าราชการสร้างกันขึ้นมามากมาย ล้วนเป็นช่องทางนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันทั้งสิ้น

ผมจะยกตัวอย่าง ประเทศจีน ยุคผู้นำเหล็ก ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในปัจจุบัน ให้ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ฟัง หลังจากที่ สีจิ้นผิง ขึ้นครองอำนาจ ก็ได้ประกาศ “กฎเหล็ก 11 ข้อ” เพื่อกำจัดการทุจริตคอร์รัปชันในเมืองจีน ที่มีมากมายทุกระดับเหมือนเมืองไทย (คสช. ก็น่าจะมีกฎเหล็กออกมานะ) นอกจากนี้ สีจิ้นผิง ยังสั่งให้ ลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตต่างๆลงทั้งหมดเกือบ 600 ขั้นตอน เพื่อขจัดช่องทางการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ให้พ่อค้าเป็นหนี้บุญคุณนักการเมืองและข้าราชการ ใบอนุญาตง่ายๆ ถ้าทำตามกฎหมายกติกาครบ ก็ได้ใบอนุญาตไปทันที ไม่ต้องรอเจอเจ้าหน้าที่ด้วยซ้ำ

การปฏิรูปขั้นตอนใบอนุญาตต่างๆ ทำให้มีขั้นตอนน้อยที่สุด แต่มีกฎกติกาที่ชัดเจน ผมรับรองว่าจะช่วยลดการทุจริตคอร์รัปชันลงได้แน่นอน

ผมก็ฝาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไว้ตรงนี้ โปรดสั่งให้ทุกกระทรวงทุกกรมกอง เร่งลดขั้นตอนการให้ใบอนุญาตต่างๆให้มีขั้นตอนน้อยที่สุด เพื่อลดโอกาสการคอร์รัปชัน แต่ต้องมีกฎกติกาและบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนที่ชัดเจน การคอร์รัปชันก็จะลดลงไปเอง ดีกว่าการไปตรวจจับ เหมือนจับปูใส่กระด้ง ไม่มีวันหมดแน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”